<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>สมตี๋ดอทคอม &#187; สมตี๋-สมไซ-สมทัศน์</title>
	<atom:link href="http://www.somtee.com/category/somtee_zai_tousna/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.somtee.com</link>
	<description>บันทึกความคิดและงานเขียนของสมตี๋ ตั้งแต่ 2545 - ปัจจุบัน</description>
	<lastBuildDate>Thu, 14 Jan 2010 12:31:07 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.8.4</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
			<item>
		<title>เสพสมบ่มิสร้าง?</title>
		<link>http://www.somtee.com/shallow_consume/</link>
		<comments>http://www.somtee.com/shallow_consume/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 06 Oct 2009 14:15:51 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Somtee</dc:creator>
				<category><![CDATA[สมตี๋-สมไซ-สมทัศน์]]></category>
		<category><![CDATA[จดหมาย]]></category>
		<category><![CDATA[สมทัศน์]]></category>
		<category><![CDATA[สมไซ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.somtee.com/?p=510</guid>
		<description><![CDATA[ด้วยบางทีคนเรามิอาจโดดเดี่ยว.. หรือโลกสร้างความขาดๆเกินๆเพื่อให้เราเกิดความสัมพันธ์กัน]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บันทึกนี้เป็นจดหมายตอบกลับจดหมายของมหามิตร 2 ฉบับต่อไปนี้</strong></p>
<ul>
<li><a href="http://www.facebook.com/home.php#/note.php?note_id=94054271441" target="_blank">มันจะมั่วกันไปถึงไหนกันจ๊ะ (จดหมายจากสมไซ)</a></li>
<li><a href="http://tousna.wordpress.com/2009/06/07/มีแต่รูปแบบแต่ขาดเนื้อ/" target="_blank">มีแต่รูปแบบแต่ขาดเนื้อหา (จดหมายจากสมทัศน์)</a></li>
</ul>
<p>&#8230;</p>
<p>ก่อนอื่นต้องขออภัยพวกคุณ(มึง) ด้วยที่ผมตอบจดหมายฉบับนี้เนิ่นช้า จากที่คุณเปิดประเด็นสนทนากันมาร่วมสี่เดือนเต็ม และในช่วงเวลาสี่เดือนที่ร้างห่างตู้จดหมายไปนั้น ดูเหมือนสังคมไทยที่ดูนิ่งๆ ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงที่เป็นแรงกระเพื่อมใหญ่ แต่หากนับเอา<span style="text-decoration: underline;">ความเปลี่ยนแปลงระดับใบไม้ไหว</span>ที่วงนอกสุดของแกนกลางสังคมแล้ว มีอะไรเกิดขึ้นมากมายเสียเหลือเกิน</p>
<p><span style="color: #3366ff;"><strong>นาธาน โอมาน</strong> โดนสื่อทุกสารทิศเปิดโปงเบื้องหลังสร้างข่าวเล่นหนังฮอลลีวูดฟอร์มยักษ์</span></p>
<p><span style="color: #3366ff;"><strong>หลินปิง</strong> แพนด้าอ่องอ๋าได้ชื่อจากการโหวตผ่านไปรษณียบัตรในที่สุด</span></p>
<p><span style="color: #3366ff;"><strong>ทักษิณ</strong>ปลุกกระแส <strong>Twitter</strong> จนยอดผู้ใช้งานในไทยพุ่งปรี๊ดอย่างรวดเร็ว</span></p>
<p><span style="color: #3366ff;"><strong>น้องหม่อง</strong><span style="text-decoration: underline;">เด็กไร้สัญชาติชาวไทย</span>(เอ๊ะยังไง) ร่อนเครื่องบินกระดาษจนฮือฮาถึงแดนปลาดิบ</span></p>
<p><span style="color: #3366ff;"><strong>วอลเล่ย์บอล</strong>สาวไทยชนะทีมจีนคว้าแชมป์เอเชีย</span></p>
<p><span style="color: #3366ff;"><strong>น้องเคอิโงะ</strong>(แฝดคนละฝากับน้องหม่อง) ได้เจอพ่อที่บินมาหาจากแดนปลาดิบ(คาดว่าน้องหม่องไปเรียกมา)</span></p>
<p><span style="color: #3366ff;"><strong>เพชรา เชาวราษฎ์ </strong>กลับมาปรากฏโฉมต่อสาธารณชนครั้งแรกในรอบกว่าสามสิบปีในโฆษณาเครื่องสำอาง</span></p>
<p><span style="color: #3366ff;"><strong>โฆษณาประกันชีวิต</strong>สุดซึ้งที่ออกมาเรียกน้ำตา Target Group ตรงเวลาทุกปี ไม่ต่างจาก<strong>บั้งไฟพญานาค</strong>ที่มาตามนัดช่วงออกพรรษา</span></p>
<p><span style="color: #3366ff;">และล่าสุด <strong>รถไฟตกรางที่หัวหิน</strong> (ขอแสดงความเสียใจต่อผู้สูญเสียด้วยครับ)</span></p>
<p><strong>โน่น นี่ นั่น สับเปลี่ยนหมุนเวียนมาให้เสพสมฯ (สร้างความบันเทิงทางอารมณ์รายวัน : ตามนิยามของสมทัศน์) ไม่ขาดสาย</strong></p>
<p><strong><img class="alignnone size-medium wp-image-513" title="sepsom" src="http://www.somtee.com/wp-content/uploads/2009/10/sepsom-300x207.jpg" alt="sepsom" width="300" height="207" /><br />
</strong></p>
<p>ถึงเวลานี้ชื่อของ<span style="text-decoration: underline;">น้องอุ้ม พรพัชญา </span>(นางร้ายรางวัลตุ๊กตายางจากเมืองคานส์ :รับมอบจากมือของสมไซ) ดูจะร้างเลือนไปไม่ต่างจากตัวร้ายรุ่นเก่า ที่ห่างหายไปจากหน้าจอหรือสปอตไลท์ของสังคม (<span style="text-decoration: underline;">พุทโธ่!!! สุริยะCTX </span>ตอนนี้ตีกอล์ฟจนบ้านหมุนอยู่ที่ไหนนะ) เพียงเพื่อหลีกทางให้ของสดใหม่ที่น่าเสพสมฯ กว่าเข้ามาแทนที่</p>
<p>สำหรับเรื่อง <strong>&#8220;มีแต่ Hard skill แต่ Soft skill ตีบตัน&#8221;</strong> ที่คุณสมทัศน์อ้างนิยามศัพท์จาก<span style="text-decoration: underline;">ชาวบ้าน</span> (สงสัยจังวุ้ย ว่าไอ้ชาวบ้านนี่มันใครวะ..วานบอก) มาอธิบายความว่า <strong>&#8220;มีความสามารถในการกระทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งให้เกิดขึ้น แต่กลับขาดไร้ความสามารถในการรู้ เข้าใจ ตระหนักถึงเป้าหมายในการทำสิ่งนั้นๆ&#8221;</strong></p>
<p>ในความเห็นผมกลับมองว่าไอ้ความขาดๆเกินๆ แบบนี้มันก็<span style="text-decoration: underline;">ใช่ว่าจะเป็นข้อตำหนิ</span>หรือพาลหงุดเงี้ยวหัวใจเท่าไหร่นัก ด้วยว่าพอเสพสารที่คุณสื่ออย่างละเอียดอ่อนและเป็นธรรมแล้ว <span style="text-decoration: underline;">ตัวผมเองก็จัดอยู่ในข่าย พวกขาดๆเกินๆ ทาง Skills</span> ทั้งอ่อนทั้งแข็งแบบที่คุณว่า กับเขาเหมือนกันในหลายๆ เวลา</p>
<p>หลายครั้งคนเราอาจต้องการ <span style="text-decoration: underline;"><strong>ความสัมพันธ์กับคนรอบข้าง</strong></span> บางครั้งอาจเป็นเพื่อนร่วมงาน เจ้านาย ลูกน้อง ลูกศิษย์ อาจารย์ พี่ น้อง พ่อแม่ หรือแม้แต่คู่ชีวิต เพื่อสร้างสมดุลของ Skills อ่อนๆ แข็งๆ ที่ขาดๆเกินๆ เหล่านั้นให้สามารถขับเคลื่อนให้ข้ามผ่านโจทย์ชีวิตต่างๆ ที่เวียนหน้ามาท้าทาย</p>
<p><strong>ด้วยบางทีคนเรามิอาจโดดเดี่ยว.. หรือโลกสร้างความขาดๆเกินๆเพื่อให้เราเกิดความสัมพันธ์กัน</strong></p>
<p>ไอ้การที่ผมเสพสมฯ จดหมายสองฉบับของคุณแล้วทำหน้ามึน ไม่สรรสร้างข้อความใดๆ ต่อยอดความคิดกว่าสี่เดือนแบบนี้ ก็เข้าข่ายพวก <strong>&#8220;เสพสมบ่มิสร้าง&#8221;</strong> และไอ้จดหมายที่ร่ายยาวมาหลายย่อหน้าแล้วแต่เนื้อหาก็ยังบางเบา เปล่ากลวง (บางคนอาจอ่านไม่รู้เรื่องด้วยซ้ำ) อยู่อย่างนี้ ก็เข้าข่าย &#8220;มีแต่รูปแบบแต่ขาดเนื้อหา&#8221; อย่างที่คุณหงุดเงี้ยวใจเหมือนกัน..จริงไหม?</p>
<p>ผมไม่ค่อยแน่ใจนักว่าตัวเองมี <strong>Hard/Soft skill </strong>ตามคำนิยามของ<span style="text-decoration: underline;">ชาวบ้าน(บ้านคุณ)</span> ในด้านใดบ้าง แต่ผมว่า<span style="text-decoration: underline;">ความสัมพันธ์</span>ของเราสามคนก็คงพอกล้อมแกล้มให้การนั่งคุยกันแบบนี้ไม่ได้ขาดไร้แก่นสารสาระไปเสียทั้งหมดหรอกน่า</p>
<p><strong>จึงเรียนมาเพื่อโปรด เสพสมฯ โดยทั่วกัน </strong>(จบดีกว่า..แม่งเริ่มออกแนว<span style="text-decoration: underline;">เกย์ทอล์ก</span>ไปทุกทีแล้วว่ะ ขนลุก)</p>
<p>&#8230;</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.somtee.com/shallow_consume/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>โลกร้อน : ท่ออวกาศสีเทาอมเขียว</title>
		<link>http://www.somtee.com/global_warming/</link>
		<comments>http://www.somtee.com/global_warming/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 09 Apr 2009 14:20:02 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Somtee</dc:creator>
				<category><![CDATA[สมตี๋-สมไซ-สมทัศน์]]></category>
		<category><![CDATA[จดหมาย]]></category>
		<category><![CDATA[สมทัศน์]]></category>
		<category><![CDATA[สมไซ]]></category>
		<category><![CDATA[โลกร้อน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://somtee.ispace.in.th/?p=232</guid>
		<description><![CDATA[โลกเราร้อนเพราะเหตุนี้มิใช่หรือไร?
เพราะเราบางคนนิยามคำว่าโลกไว้แค่นั้น แค่ท่ออวกาศสีเทาความยาวสองฟากถนน]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ถึงสมทัศน์ และสมไซ กัลยาณเกลอ&#8230; </strong></p>
<p><span style="color: #ff0000;">เพราะอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย ใช่ไหม?<br />
เพราะการเมืองเปลี่ยนแปลงบ่อย หรือไร?</span><br />
&#8230;<br />
อะไรๆ ในเมืองไทยตอนนี้มันเลยดูลมเพลมพัดชอบกล ไม่เฉพาะเพียงอากาศที่เดี๋ยวแดดแผดเปรี้ยง เดี๋ยวฝนกระหน่ำโถม การเมืองห้วงยามนี้ก็ปรวนแปรไม่แพ้กัน โดยเฉพาะในวันนี้ที่ <strong><span style="color: #ff0000;">ชาวเสื้อแดง</span> </strong>นัดรวมพลเพื่อสร้าง <span style="color: #ff0000;"><strong>“</strong><strong>รัฐไทยใหม่” </strong></span>ที่ว่ากันว่าปลอดจากอำมาตย์และอภิสิทธิ์ชน (หมายรวมถึงนายกฯ รูปหล่อที่ชื่ออภิสิทธิ์ด้วย) สำหรับรายละเอียดของงานคงไม่ต้องพูดถึงให้กระเทือนซางกัน<br />
&#8230;<br />
ด้วย เชื่อว่าทัศนคติของเราทั้งสามต่อการชุมนุมเรียกร้องครั้งนี้ ดูแล้วจะเทเอียงไปในทิศทางเดียวกันอยู่เป็นทุนเดิม ดังนั้นการเสวนาต่อยอดความคิดนั้นอาจไม่ต่างจากการสำทับ และเออออห่อหมกกันไปมาราว <span style="color: #ff0000;"><strong>คณะสามเกลอหัวขวด</strong></span> ซึ่งไร้ซึ่งสำมะหาอันใด ผมจึงขออนุญาตจบข่าวการเมืองไว้เพียงแค่นี้<br />
&#8230;<br />
มาคุยกันเรื่อง <strong><span style="color: #ff0000;">“โลกร้อน” </span></strong>กันดีกว่า เพราะน่าจะเข้ากับเดือนเมษา ที่มักได้รับเหรียญทองด้านอุณหภูมิสูงสุดประจำปีอยู่เสมอๆ กับอากาศร้อนตับแตกแบบนี้ หลายๆ คนถวิลหาสีโทนเย็นอย่างสีฟ้าครามสดใส หรือสีเขียวเย็นตา พูดถึงสีเขียวก็พลันนึกถึงต้นไม้ ร่มเงา และพื้นที่สีเขียวในมหานครที่เราอยู่<br />
&#8230;</p>
<p><img class="alignnone size-full wp-image-233" title="polar" src="http://www.somtee.com/wp-content/uploads/2009/09/polar.jpg" alt="polar" width="419" height="604" /><br />
&#8230;<br />
เร็วๆ นี้ห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ใจกลางกรุง ระบุชื่อไปเลยแล้วกันว่า <span style="color: #008000;"><strong>“มาบุญครอง” </strong></span>ก็เกิดลูกฮึดอะไรไม่ทราบ ลุกขึ้นมาโหนกระแสโลกร้อนกับเขาด้วยคน<em> <span style="color: #333333;">(ซึ่งหาใช่เรื่องแปลกในระบบทุนสมัยใหม่ ที่ให้ค่ากับกระแสธารสังคมที่เปลี่ยนเป็นผลประโยชน์แก่ธุรกิจได้)</span></em> แต่รูปแบบวิธีการของห้างนี้ดูจะขัดลูกตาตี่ๆ ของผมไม่หยอก<br />
&#8230;<br />
คุณ สองคนจำสะพานลอยข้ามจากสยามเข้าห้างมาบุญครองนั่นได้ไหม ไอ้ที่คล้ายท่ออวกาศสีซิลเวอร์นั่นปะไร ไอ้สะพานที่ครั้งหนึ่งเมื่อเปิดให้ผู้คนได้ใช้ใหม่ๆ เคยมีกระจกใสแจ๋วให้มองลอดออกไปดูรถติดเครื่อง เป็นพรมหลากสีปูบนถนนพญาไททั้งสองฟากฝั่ง และแน่นอนสองสามปีหลังที่ผมได้ใช้บริการท่ออวกาศนี้ กระจกดังกล่าวขุ่นมัวตามกาลเวลาจนแทบมองออกไปภายนอกไม่เห็นอีกแล้ว บรรยากาศ ยามเดินข้ามจึงทึมๆ เทาๆ รับรู้ในสัมผัสของโลหะไร้หัวใจ ประกอบเข้ากับความเย็นจากแอร์ที่เปิดเสียหนาวฉ่ำ <strong>คล้ายกำลังเดินในท่อแอร์ขนาดใหญ่ไปสู่อวกาศ</strong><br />
&#8230;<br />
เดือนที่ ผ่านมาเกิดความเปลี่ยนแปลงกับท่ออวกาศสีเทานั้นเสียแล้ว ด้วยแนวทางอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม นโยบายของผู้บริหารอาคารที่ใส่ใจต่อสภาวะโลกร้อน หรือเจตนาดีในการเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กรุงเทพฯ ก็ไม่ทราบได้ ทางห้างได้ปรับปรุงท่ออวกาศสีเทาให้เป็นสวนที่แสนจะร่มรื่น?<br />
&#8230;<br />
<strong>ด้วยการนำเอา<span style="color: #008000;"><span style="text-decoration: underline;">สติกเกอร์อิงค์เจ็ท รูปต้นไม้เขียว</span></span>ร่มรื่นมาแปะทับกระจก (ที่ครั้งหนึ่งเคยใสแจ๋วและขุ่นมัวดังที่กล่าวมา) โดยรอบ</strong></p>
<p><img class="alignnone size-full wp-image-597" title="mbk" src="http://www.somtee.com/wp-content/uploads/2009/04/IMAGE_096.jpg" alt="mbk" width="320" height="240" /><br />
&#8230;<br />
<strong>ด้วยการนำเอา<span style="text-decoration: underline;"><span style="color: #008000;">ต้นไม้พลาสติกปลอมๆ</span></span></strong><strong> มาปลูก? บนพื้นโลหะของสะพานลอย</strong><br />
&#8230;<br />
ผมก้มมองที่โคนต้นไม้ปลอมๆ สูงราวสองเมตรกว่าเหล่านั้น แน่นอนว่ามันไม่ได้ผิดไปจากที่คิดไว้ รากของมันไม่ได้หยั่งลึกลงไปในพื้นโลหะ อาจเพราะต้นไม้ปลอมก็ฉลาดพอจะรู้ว่าภายใต้พื้นแข็งๆ สีเทานั้นไม่ได้มีน้ำหรือสารอาหาร N-P-K 14-14-14 ที่ระบุไว้ในแบบเรียน ส.ป.ช. ที่เราเรียนกันสมัยประถม<br />
&#8230;<br />
ร่มเงาจากสติกเกอร์รูปต้นไม้ ช่วยบังแสงแดดร้อนจากภายนอกได้เป็นอย่างดี ท่ออวกาศสีเทากลายเป็นท่อสีเขียวที่ร่ม (แต่ไม่รื่นในความคิดผม) อุณหภูมิของแอร์ยังคงปรับต่ำจนเย็นเฉียบไม่ต่างจากเดิม และแน่นอนว่าพนักงานทำความสะอาดไม่ยี่หระกับนโยบายสีเขียวของผู้บริหารแต่ อย่างใด ด้วยต้นไม้นับร้อยบนผนังสองมิตินั้นไม่ได้มีใบไม้ร่วงหล่น ให้ต้องเหนื่อยเก็บกวาดเหมือนในสวนสาธารณะ<br />
&#8230;<br />
<span style="color: #ff0000;"><strong>โลกเราร้อนเพราะเหตุนี้มิใช่หรือไร?</strong></span><br />
&#8230;<br />
<strong>เพราะเราบางคน<span style="color: #ff0000;"><span style="text-decoration: underline;">นิยามคำว่าโลก</span></span>ไว้แค่นั้น แค่ท่ออวกาศสีเทาความยาวสองฟากถนน</strong><br />
&#8230;<br />
โลกร้อนหรือ ก็เร่งแอร์สิ<br />
แดดแรงนัก ก็ติดสติกเกอร์<span style="color: #008000;">สีเขียว</span>รูปต้นไม้สิ<br />
ท่ออวกาศเย็นยะเยือก<br />
<strong>โลกหายร้อนแล้ว <span style="color: #ff0000;">ไชโยแด่มนุษยชาติ!!</span></strong><br />
…<br />
ทางออกของสังคมไทยยุคที่คนค่อนแคะในความเป็นประชาธิปไตย ก็อาจแก้ได้ด้วยตรรกะการคิดแบบนี้กระมัง<br />
โลกของ<span style="color: #ff0000;">สีแดง</span>ต้องไม่มี<span style="color: #008000;">สีเขียว</span>และ<span style="color: #ffff00;">สีเหลือง</span>อยู่ เช่นนั้นหรือ?<br />
<strong>ประเทศไทยของเราแต่ละคนคืออะไรหนอ?</strong><br />
…<br />
ผมยิ้มแสยะ เมื่อเดินทะลุท่ออวกาศสีเทา(อมเขียว) ไปพร้อมกับผู้คนอื่นๆ</p>
<p><strong>พวกคุณล่ะ ช่วงนี้มีเรื่องสนุกๆ อะไรมาคลายร้อนกันบ้างไหม?</strong></p>
<p><strong>+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++</strong></p>
<p><strong><span style="text-decoration: underline;">หมายเหตุ</span> </strong>กัลยาณเกลอทั้งสองร่อนจดหมายตอบผมมาดังนี้</p>
<ul>
<li><strong><a href="http://www.facebook.com/note.php?note_id=78650106441" target="_blank">โลกเย็นได้ ด้วยเสียงป้า (จดหมายจากสมไซ)</a></strong></li>
<li><strong><a href="http://www.facebook.com/note.php?note_id=182126485622" target="_blank">โลกร้อน : วันนี้คุณมีถุงผ้ากี่ใบ (จดหมายจากสมทัศน์)</a></strong></li>
</ul>
<p>+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.somtee.com/global_warming/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>แด่ &#8216;รงค์ วงษ์สวรรค์ พญาอินทรีผู้จากไป</title>
		<link>http://www.somtee.com/rong_condolence/</link>
		<comments>http://www.somtee.com/rong_condolence/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 19 Mar 2009 13:58:55 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Somtee</dc:creator>
				<category><![CDATA[สมตี๋-สมไซ-สมทัศน์]]></category>
		<category><![CDATA[จดหมาย]]></category>
		<category><![CDATA[รงค์ วงษ์สวรรค์]]></category>
		<category><![CDATA[สมทัศน์]]></category>
		<category><![CDATA[สมไซ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://somtee.ispace.in.th/?p=228</guid>
		<description><![CDATA[…นาฑีที่ 14 นั้นเอง เสียงของคุณกนกและคุณอุมาพรแห่งช่องข่าวเนชั่น ได้แจ้งให้ได้รู้ข่าวการเสียชีวิตของ ปู่’รงค์ วงษ์สวรรค์ พญาอินทรีแห่งวงการวรรณกรรมไทย]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บันทึกนี้เป็นจดหมายตอบกลับจดหมายของมหามิตร 2 ฉบับต่อไปนี้</strong></p>
<ul>
<li><a href="http://tousna.wordpress.com/2009/03/15/แด่-รงค์-วงษ์สวรรค์-พญาอ/" target="_blank">จดหมายจากสมทัศน์</a></li>
<li><a href="http://www.facebook.com/home.php#/note.php?note_id=60867086441" target="_blank">จดหมายจากสมไซ</a></li>
</ul>
<p>&#8230;</p>
<p><strong>ถึง สมทัศน์ และ สมไซ กัลยาณเกลอ</strong></p>
<p>…</p>
<p>… <span style="color: #ff0000;"><strong>นาฑี</strong></span>ที่ 14 ของเวลาหนึ่งทุ่มค่ำวันนั้น <strong>“สมทัศน์”</strong> ทักทายผ่านมาทาง MSN เรากำลังเสวนาถึงความบูดเบี้ยวของชีวิตวัยหนุ่ม โรคไบโพล่าร์ และวันเสาร์ที่ไม่โสภานัก</p>
<p>… <span style="color: #ff0000;"><strong>นาฑี</strong></span>ที่ 14 นั้นเอง เสียงของคุณกนกและคุณอุมาพรแห่งช่องข่าวเนชั่น ได้แจ้งให้ได้รู้ข่าวการเสียชีวิตของ <strong>ปู่’รงค์ วงษ์สวรรค์ </strong>พญาอินทรีแห่งวงการวรรณกรรมไทย</p>
<p>… มิพลันที่ใจจะหายไปไกลจากตัวนัก ผมพิมพ์บอกสมทัศน์ถึงข่าวดังกล่าว</p>
<h3><span style="color: #ff0000;"><strong>… โฮลี่เชียสสสสสสสส …</strong></span></h3>
<p>…</p>
<p>ยอม รับโดยดุษณีเลยว่าผมเองหาใช่แฟนานุแควนของปู่แกสักเท่าไหร่ หากช่วงชีวิตของปู่แกเขียนหนังสือเพียงหนึ่งเล่ม ผมคงเคยอ่านเพียงอักษรตัวแรกบนสันปกของหนังสือเล่มนั้น</p>
<p>… ผลงานเขียนตลอดช่วงชีวิตที่ปู่อุทิศให้กับงานที่แกรัก (ซึ่งอันที่จริงไม่ควรเรียกว่าแก<strong> ‘ทำงานเป็นนักเขียน’</strong> แต่ควรกล่าวว่าปู่เค้า <strong>‘ใช้ชีวิตเพื่อเขียน’ </strong>จะเหมาะสมกว่า) ได้ถ่ายทอดความคิด ประสบการณ์ และรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสผ่านตัวหนังสือมากมายเหลือจะนับ</p>
<p>…</p>
<p>กว่าผมจะได้อ่านงานของปู่ก็เป็นช่วงชีวิตในวัยยี่สิบสามเข้าไปแล้ว ผ่านหนังสือในชุด <strong><span style="color: #ff0000;">OPENHOUSE</span></strong> (ซึ่ง เป็นโปรเจครวมนักเขียนแบบยำใหญ่ในพ็อกเก็ตบุ๊ครายสะดวกของคุณปราบดา หยุ่น และสำนักพิมพ์ OPEN ของคุณภิญโญ ไตรสุริยธรรมา ออกสู่ตลาด 6 เล่มในช่วงสองปีและหายไปจากแผงจนทุกวันนี้)</p>
<p><img class="alignnone size-full wp-image-229" title="OpenHouse1" src="http://www.somtee.com/wp-content/uploads/2009/09/OpenHouse1.jpg" alt="OpenHouse1" width="344" height="500" /></p>
<p>จำได้ว่าเรื่องสั้นที่อ่านเรื่องแรกนั้นชื่อแปลกๆ ว่า<strong><span style="color: #ff0000;"> “อีลินจงวงศา”</span></strong></p>
<p>…</p>
<p>ผมเคยลองดูดกัญชาครั้งหนึ่งในชีวิต (นานเนิ่นมาแล้ว)</p>
<h3><span style="color: #ff0000;">ฟักอยู่แม้นนนนนน!!!</span></h3>
<p>ตัวหนังสือและเรื่องราวของปู่ อ่านแล้ว<strong><span style="color: #ff0000;">ดิหลิเชียส</span></strong>มาก</p>
<p>หากเมื่อกว่าครึ่งศตวรรษที่แล้วมีการบัญญัติคำว่า <strong>‘เด็กแนว’</strong></p>
<p>ปู่แกคงเป็นไอคอนหนึ่งของพอศอนั้น</p>
<p>…</p>
<p>ข่าวค่ำเมื่อวานซืนแจ้งว่าครอบครัวของปู่รงค์ของดรับพวงหรีด แต่ขอให้แขกส่งเป็นต้นไม้มาแทนเพื่อจะนำไปปลูก</p>
<p>ข่าวว่าหลังจากบำเพ็ญกุศลศพของปู่แล้วอาจฝังร่างไร้วิญญาณของท่านไว้ใต้สวนทูนอิน ที่เชียงใหม่</p>
<p>…</p>
<p><strong>ผมเชื่อว่าต้นไม้แห่งความอาลัยเหล่านั้นจะให้ร่มเงาแก่ร่างที่กลับสู่ผืนดินของปู่</strong></p>
<p><strong>และอินทรีย์ของปู่ย่อมหล่อเลี้ยงให้ต้นไม้เหล่านั้นมั่นคงแข็งแกร่งเฉกเช่นกัน</strong></p>
<p>…</p>
<p>เอลวิสยังไม่ตาย</p>
<p>เช เกวารายังไม่ตาย</p>
<p><strong>(ตัวหนังสือของ)‘รงค์ วงษ์สวรรค์ก็ยังไม่ตาย</strong></p>
<p><strong>ด้วยจิตคารวะ</strong></p>
<p>…</p>
<div id="_mcePaste" style="overflow: hidden; position: absolute; left: -10000px; top: 148px; width: 1px; height: 1px;">… <span style="color: #ff0000;"><strong>นาฑี</strong></span>ที่ 14 นั้นเอง เสียงของคุณกนกและคุณอุมาพรแห่งช่องข่าวเนชั่น ได้แจ้งให้ได้รู้ข่าวการเสียชีวิตของ <strong>ปู่’รงค์ วงษ์สวรรค์ </strong>พญาอินทรีแห่งวงการวรรณกรรมไทย</div>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.somtee.com/rong_condolence/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>การอ่านหนังสือของคนไทย</title>
		<link>http://www.somtee.com/thai_readin/</link>
		<comments>http://www.somtee.com/thai_readin/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 26 Feb 2009 22:14:28 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Somtee</dc:creator>
				<category><![CDATA[สมตี๋-สมไซ-สมทัศน์]]></category>
		<category><![CDATA[จดหมาย]]></category>
		<category><![CDATA[สมไซ]]></category>
		<category><![CDATA[หนังสือ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.somtee.com/?p=503</guid>
		<description><![CDATA[ผมมองว่ามันเป็นวาทกรรมการค่อนขอด ที่หยิบเอาตัวเลขและหน่วยมาประกอบเพื่อให้ดูน่าเชื่อมากขึ้น ตอกย้ำให้คนที่ได้ฟังรู้สึกว่า “โห..คนไทยเราอ่านหนังสือน้อยขนาดนี้เลยหรือวะเนี่ย?”]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บันทึกนี้เป็นจดหมายตอบกลับจดหมายของมหามิตร ฉบับนี้</strong></p>
<ul>
<li><a href="http://www.facebook.com/home.php#/note.php?note_id=56969016441" target="_blank">จดหมายจากสมไซ</a></li>
</ul>
<p>&#8230;<br />
<strong>ถึง สมไซ</strong><br />
&#8230;<br />
ขอบคุณสำหรับการอวยพรวันเกิด(วันแก่) ที่ช่วยให้ผมย้อนระลึกได้ว่าเหยียบย่างพ้นอายุสามสิบไปอีกปีแล้ว หากอายุเฉลี่ยของคนไทยที่ใช้ชีวิตคละเคล้าสารเคมีทุกวี่วัน อย่างเราๆท่านๆ จะอยู่ได้ถึง 60-70 ขวบปี นั่นหมายความว่าผมสามารถเรียกตัวเองว่า <strong>“ชายวัยกลางคน”</strong> ได้แล้วสิเนี่ย<br />
&#8230;<br />
สำหรับประเด็นสถิติการอ่านหนังสือของคนไทย ที่กล่าวอ้างกันมาแต่ไหนแต่ไร ไม่ว่าจะเป็นเจ็ดบรรทัดต่อปี เจ็ดหน้าต่อปี เจ็ดเล่มต่อปี หรือจะเป็นเจ็ดบรรทัด เจ็ดหน้า เจ็ดเล่มต่อวัน ก็แล้วแต่ใครจะหยิบยกมาเปรียบเปรยกันไป</p>
<p><img class="alignnone size-medium wp-image-507" title="reading-a-book" src="http://www.somtee.com/wp-content/uploads/2009/02/reading-a-book-300x180.jpg" alt="reading-a-book" width="300" height="180" /></p>
<p>ผมมองว่ามันเป็น<strong><span style="text-decoration: underline;">วาทกรรมการค่อนขอด</span></strong> ที่หยิบเอาตัวเลขและหน่วยมาประกอบเพื่อให้ดูน่าเชื่อมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อ Benchmark กับนานาอารยะประเทศ (อเมริกา/สิงคโปร์ ตามที่คุณเอ่ยถึง) มันยิ่งตอกย้ำให้คนที่ได้ฟังรู้สึกว่า</p>
<p><strong>“โห..คนไทยเราอ่านหนังสือน้อยขนาดนี้เลยหรือวะเนี่ย?”</strong><br />
&#8230;<br />
ในความเห็นผมแล้ว ไอ้หน่วยที่เอามาอ้างที่ต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นเจ็ดบรรทัดต่อปี (ที่ส่งผลให้ใช้เวลาสามชั่วโคตรในการอ่านจบหนึ่งเล่ม) หรือปีละ 5 เล่ม (ที่อาจฟังดูเข้าท่าเข้าทางกว่าในเชิงตรรกะที่สมเหตุสมผล) ล้วนไม่ต่างกันในแง่ประโยชน์ใช้สอยของการกล่าวอ้าง เพราะต่างก็เป็น <strong>Adjective Phrase</strong> หรือ <strong>วลีคุณศัพท์ </strong>ที่ช่วยให้<span style="text-decoration: underline;">มวลสารของการแดกดัน</span>มีน้ำหนักมากขึ้นเท่านั้นเอง<br />
&#8230;<br />
ไม่ต่างอะไรกับการเปิดเผยตัวเลข ค่าเฉลี่ยของการมีเซ็กส์ อายุเฉลี่ยในการเสียหนุ่มเสียสาวของคนชาติต่างๆ ซึ่งเป็นวาทกรรมรูปแบบเดียวกัน ที่วงการสื่อสารมวลชนนิยมนำมาใช้อ้างอิง เพื่อเพิ่มน้ำหนักของข่าวสารที่ต้องการเสนอ<br />
&#8230;<br />
ปัญหาที่น่าปวดหัวกว่าตัวเลขและหน่วยที่ถูกต้อง สำหรับเรื่องการอ่านหนังสือของคนไทยในความเห็นของผมคือ <strong>&#8220;โอกาสในการอ่าน&#8221;</strong> เสียมากกว่า ถ้าแบ่งตามเกณฑ์โอกาสในการอ่านแล้ว ผมแบ่งผู้อ่านเป็นสองกลุ่มคือ<br />
&#8230;<br />
<span style="text-decoration: underline;"><strong>กลุ่มแรก</strong></span> คือคนที่ขาดโอกาสในการอ่าน หมายถึง ไม่รู้หนังสือ หรือรู้หนังสือแต่ขาดโอกาสการเข้าถึงหนังสือ อันนี้ผมว่าเป็นปัญหาใหญ่หลวงที่ถ้าจะคุยกันก็คงยาว (และอาจทำให้คนที่อ่านหนังสือปีละ 7 บรรทัดจากพวกเราไปเสียก่อน เพื่อกลับมาอ่านต่อในชาติภพหน้า) ดังนั้นขอสรุปทางแก้สั้นๆ คำเดียวว่าต้องให้ “การศึกษา” และโอกาสในการเข้าถึงความรู้ (ในที่นี้คือหนังสือดีๆ ที่เพิ่มพูนประสบการณ์เชิงปัญญา หรือเชิงจิตวิญญาณผ่านความสุนทรีย์ในการอ่าน)<br />
&#8230;<br />
<span style="text-decoration: underline;"><strong>กลุ่มที่สอง</strong></span> คือคนที่อ่านออกเขียนได้ มีช่องทางในการเข้าถึงและโอกาสสัมผัสหนังสือดีๆ แต่ดันเหวี่ยงเอาโอกาสเหล่านั้นทิ้งไปไกลสุดขอบกาแล็กซี่ กล่าวคือ ไม่อ่านมันซะงั้น จะด้วยเหตุผลหมื่นล้านประการที่หยิบยกมาอ้าง สำหรับกลุ่มนี้หากมองว่าเป็นพวกน่าเขกกบาล ที่ฉุดให้ค่าสถิติการอ่านของคนไทยลดลงจนเป็นที่ขวยเขิน เมื่อเผยตัวเลขเทียบกับประเทศอื่นๆ เขาก็ตาม แต่การอ่านหนังสือก็อาจมิใช่การเข้าถึงความรู้เพียงหนึ่งเดียว ในกาลสมัยที่โลกหมุนเร็วเยี่ยงนี้<br />
&#8230;<br />
ใครคนนั้นอาจทิ้งหนังสือให้ปลวกแทะอยู่บนชั้นเนิ่นนาน แต่เราอาจไม่รู้ว่า<br />
&#8230; ใครคนนั้นอาจนั่งสมาธิวิปัสสนาจนบรรลุซึ่งประสบการณ์ทางธรรม<br />
&#8230; ใครคนนั้นอาจเดินทางสูดควันพิษและอากาศบริสุทธิ์ตามสถานที่ต่างๆ จนบรรลุประสบการณ์เชิงประจักษ์<br />
&#8230; ใครคนนั้นอาจใช้เวลาของชีวิตอย่างมีคุณค่าในเส้นทางอื่น ที่มากกว่าเส้นทางแห่งอักขระ<br />
&#8230;<br />
<strong>ค่าเฉลี่ยของสิ่งต่างๆ ที่ใครเหล่านั้น<span style="text-decoration: underline;"> เป็น อยู่ คือ</span> จะมีคนใส่ใจบ้างไหม</strong><br />
&#8230;<br />
ในโลกที่เวลาของแต่ละชีวิตมีเท่าเดิมและเท่ากัน แต่กิจกรรมและทางเลือกในการเดินมากมายก่ายกอง และถาโถมเข้ามาทุกทิศทุกทาง จนบางคนแค่นั่งคิดว่าวันนี้จะทำอะไรก็ปวดเศียรเสียแล้ว<br />
&#8230;<br />
ช่วงนี้ผมอ่านหนังสือวันละเล่ม ดูหนังวันละเรื่อง ทำเป็นกิจวัตร ดูจากค่าเฉลี่ยของหนังสือที่อยากอ่านแต่ยังไม่ได้อ่าน หนังเรื่องที่อยากดูแต่ยังไม่ได้ดู รวมไปถึงหนังสือและหนังที่จะออกมาให้เสพ ในช่วงชีวิตที่เหลืออยู่แล้ว<br />
&#8230;<br />
&#8230;<br />
ดูท่าชาย(วัยกลางคน) อย่างผมคงต้องเพิ่มปริมาณการอ่านและการดูหนังเป็น 5 เล่ม และ 5 เรื่องต่อวันเสียแล้ว หากไม่อยากค้างคาใจในการใช้ชีวิตในชาตินี้ <strong>เพราะชาติหน้าก็ไม่รู้จะมีกระจกข้ามภพข้ามชาติ (แบบในเรื่องทวิภพที่คุณเอ่ยถึง) กลับมาอ่านต่อหรือเปล่า</strong><br />
&#8230;</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.somtee.com/thai_readin/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
