18 ธันวาคม 2009ซาตานที่สี่แยก : ตอนที่1 – ถนนนี้กลับบ้าน
…
หลังจากวันที่เขาพบว่าความสุขในการทำงานที่เคยทำของตัวเองลดน้อยลง ความสุขที่เคยมีให้กับคนในครอบครัวของเขาลดน้อยลง และความสุขที่ตัวเขาเองมีเริ่มน้อยลง เขาเลือกแก้วเหล้าเป็นดั่งจิตแพทย์ส่วนตัวเพื่อบำบัดรักษาอาการเสื่อมถอยของความสุขให้ตนเองทุกค่ำคืน
ในค่ำคืนหนึ่งที่เขาเมามายจากการจ่อมจมตัวเองอยู่หน้าเคาน์เตอร์บาร์ในร้านเหล้าเล็กๆ ที่ป้ายชื่อเก่าจนแทบอ่านไม่ออก สะกดด้วยภาษาอังกฤษวิบัติว่า “Happyness” ราวกับจะสะท้อนถึงความสุขฉาบฉวยและดูปลอมๆ ที่เขาได้รับผ่านการกรอกน้ำเมาหลากหลายขนานลงคอตั้งแต่ช่วงค่ำจนถึงเวลาที่ร้านปิด
สมัยยังเด็กเขาเคยขำกับคำโฆษณาของเบียร์ยี่ห้อหนึ่งที่อวดอ้างว่าเป็น “ความสุขที่คุณดื่มได้” มาถึงวันนี้เขากลับต้องขำตัวเองที่ตกเป็นทาสความสุขชั่วครั้งชั่วคราวที่เคยเหยียดหยันในวัยเยาว์
เขาจ่ายเงินแก่บริกรท่าทางง่วงนอนที่รอคอยเก็บสตางค์ลูกค้ารายสุดท้ายโดยไม่ลืมที่จะทิปตอบแทนการอยู่รอคอยลูกค้านั่งนานอย่างเขา เด็กสาวพยายามปิดบังอาการง่วงและยิ้มรับ เขาลุกจากที่นั่นและออกเดินกลับบ้านที่ห่างไปไม่ไกล
การเดินเท้ากลับบ้านในยามค่ำคืนเป็นสิ่งหนึ่งที่เขาชอบแม้หลายคนอาจมองว่าเป็นอันตราย แต่ย่างก้าวบนเส้นทางเงียบสงบกลับสู่บ้านเป็นเหมือนการใคร่ครวญชีวิตในหนึ่งวันของเขาที่ผ่านมา เขาฮัมเพลง “ถนนนี้กลับบ้าน” เพลงไทยในยุคเก่าของวงแมคอินทอช อยู่ในใจคล้ายการฟังวอล์กแมน นานเท่าไหร่แล้วที่เขาเฉยชาต่อเรื่องราวของโลกที่ดำเนินอยู่ ต่อข่าวพาดหัวบนหน้าหนังสือพิมพ์รายวัน ต่อราคาน้ำมันทองคำและดัชนีตลาดหุ้น ต่อข่าวฉาวดารานักร้อง ต่อความวุ่นวายและแย่งชิงอำนาจทางการเมือง
ตรงสี่แยกแห่งนั้น เขาเห็นเธอสะพายกีตาร์โปร่งยืนพิงเสาไฟ เสียงเพลงคลาสสิค “A Lover’s Concerto” ของบาค พริ้วไหวล่องลอยมาตามทางเดินร้างผู้คนบนถนนกลับบ้านเส้นเก่าด้วยสำเนียงกีตาร์เสนาะหู แม้เขาไม่ได้รู้ในศาสตร์และศิลป์ของกีตาร์มากไปกว่าการใช้ชีวิตวัยรุ่นเพียงช่วงหนึ่งกับการหัดเล่นมันเพื่อหวังใช้จีบสาวร่วมรุ่นที่เขาตกหลุมรักเหมือนเช่นเด็กหนุ่มทั่วไป แต่เขาก็รู้ได้จากการฟังว่าฝีมือกีตาร์ของเธอจัดว่ายอดเยี่ยมมาก เยี่ยมในระดับที่เขาอาจต้องใช้เวลาทั้งชีวิตฝึกฝนจึงจะเทียบได้
หากโลกนี้พลิกกลับตาลปัตรให้ผู้หญิงหัดเล่นกีตาร์เพื่อจีบผู้ชายแล้วล่ะก็ เสียงเพลงของเธอจะได้รับความรักจากเขาเป็นแน่

เขาหยุดยืนตรงหน้าห่างเธอไม่กี่ก้าว ได้เห็นใบหน้าเจ้าของเสียงเพลงนั้นชัดเจนขึ้นใต้แสงไฟถนน ผมยาวของเธอถูกรวบแบบลวกๆ ดวงหน้าเธอทำให้เขาย้อนคำนึงถึงรักแรกในสมัยเด็ก นักเรียนหญิงร่วมชั้นที่เขาแอบปลื้มและเป็นแรงขับให้เขาหัดเล่นกีตาร์เพื่อหวังชนะใจเธอ
เขาหูแว่วเหมือนจะได้ยินเสียงกีต้าร์สี่คอร์ดเพลง “ได้อย่างเสียอย่าง” ของอัสนี-วสันต์ ที่เขาหัดเล่นเป็นเพลงแรกด้วยเหตุผลค่อนข้างงี่เง่าเพียงเพราะว่ามันเป็นเพลงที่ใช้คอร์ดง่ายๆ สำหรับมือใหม่ มีแค่ C Am Dm G7 สี่คอร์ดเท่านั้น สมัยนั้นเขาไม่เดียงสาต่อเนื้อหาเพลงว่าความหมายของเพลงมันช่างไม่ได้เหมาะในการใช้เล่นจีบสาวแม้แต่น้อย
“คุณเล่นกีตาร์เก่งจัง เพลงเพราะมากเลยครับ” เขาได้สติ ปรบมือและเอ่ยปากชมฝีมือกีตาร์ของสาวน้อยที่สี่แยกหลังจากจบการบรรเลงเพลง
“ขอบคุณค่ะ คุณอยากฟังเพลงอะไรหรือเปล่า ขอได้นะคะ” เธอยิ้มตอบและเอ่ยปากถาม
“ผมไม่ค่อยรู้เรื่องเพลงนักหรอก ยิ่งเพลงคลาสสิคแบบที่คุณเล่นเมื่อกี้ผมก็แค่บังเอิญรู้จักจากหนังฮ่องกงเรื่องนึงที่เคยดูเท่านั้นเอง ไม่รู้จะขอเพลงอะไร” เขาตอบแบบไม่วางฟอร์มว่ารู้เรื่องเพลงคลาสสิคที่เขาไม่สันทัดแม้เพียงนิด ไร้ประโยชน์จะแสร้งทำเป็นชายผู้ปราดเปรื่องกับเธอผู้นี้
“งั้นฉันเลือกเล่นเพลงนี้ให้คุณแล้วกัน” เธอเอ่ยด้วยรอยยิ้ม แล้วเริ่มบรรจงพรมนิ้วลงบนสายทั้งหก คราวนี้เธอเล่น “ถนนนี้กลับบ้าน” ของวงแมคอินทอชที่เขาเพิ่งฮัมไปก่อนหน้านี้ เขาแปลกใจที่เธอสามารถร้องและเล่นเพลงนี้ได้ เพราะด้วยวัยที่ไม่ได้เกิดร่วมสมัยกับเพลงนี้ ขนาดเขาเองได้ฟังบ่อยๆ สมัยเด็กยังจำเนื้อร้องได้ผิดๆ ถูกๆ ด้วยซ้ำ เขาตกใจเล็กน้อยกับเพลงที่เธอเลือกเล่น เธอรู้ได้ยังไงว่าเขากำลังนึกถึงเพลงนี้อยู่ หรือเธอจะสามารถอ่านความคิดของคนอื่นได้กันแน่นะ
ถนน ถนนนี้กลับบ้าน หนทางที่ผ่านจะไปบ้านของเรา
แม่ไก่บ้านฉันมันออกไข่ทุกวัน ส่วนหมูบ้านฉันมันตัวอ้วนน่าดู
เจ้าแมวบ้านฉันมันชอบจับหนู นกเขาขันกู่ ทุกครึ่งชั่วโมง
ถนน ถนนนี้กลับบ้าน หนทางที่ผ่านจะไปบ้านของเรา
ถนน ถนนนี้กลับบ้าน หนทางที่ผ่าน จะไปบ้านของเรา
ถนน ถนนนี้กลับบ้าน หนทางที่ผ่านจะไปบ้านของเรา
เขาฟังเธอเล่นจนจบ ทึ่งในฝีมือการเล่นกีตาร์ของเธอยิ่งกว่าเพลงแรก แม้จะเป็นโฟล์คซองที่ดูคล้ายเพลงสำหรับมือใหม่หัดเล่น (แน่นอนว่าเพลงนี้ถูกบรรจุอยู่ในหนังสือเพลงสมัยเขาหัดเล่นกีตาร์เสียด้วย) แต่เธอสามารถใส่รายละเอียดและลูกเล่นเทคนิคแพรวพราวจนเพลงมีสีสันและชีวิตชีวาขึ้นมากมาย อย่างที่หากว่าวงแมคอินทอชเจ้าของเพลงได้มาฟังก็ยังต้องประหลาดใจ
“ทำไมคุณเลือกเล่นเพลงนี้ล่ะ” เขาเอ่ยถาม พยายามไม่แสดงสีหน้าแปลกใจให้เห็น
“ไม่รู้สิ ก็เราอยู่บนถนน แล้วคุณก็กำลังเดินกลับบ้านมั้ง” เธอตอบยิ้มๆ
“ก็ถูกนะ แต่ทำไมไม่เป็นเพลงอื่นล่ะ อย่าง Take me home, Country road นั่นก็ถนนกลับบ้านเหมือนกันนี่คุณ” เขาเริ่มถามยวน ในใจยังคงสงสัย
“ก็ตอนนี้เราอยู่ชนบทกันเสียที่ไหนล่ะ กลางเมืองออกอย่างนี้ไม่เห็นจะ Country road เลย” เธอให้เหตุผลที่ฟังดูเข้าที แต่ไอ้เพลงถนนที่กลับบ้านที่เธอเล่นมันก็ชนบทยิ่งกว่าอีกนี่หว่า มีหมูหมากาไก่ว่อนในเนื้อเพลงเต็มไปหมด เขานึกขำอยู่ในใจ แต่ไม่อยากต่อล้อต่อเถียงกับเธอแล้ว เธออาจมีเหตุผลที่ไม่อยากให้เขารู้ก็เป็นได้
“คุณเคยได้ยินเรื่องของซาตานที่สี่แยกไหม” เธอถาม
“คิดว่าไม่เคยนะ ซานต้า ซาตานอะไรจะมาอยู่ที่สี่แยกนี่ อย่าบอกนะว่าคุณเป็นซาตาน” เขาแปลกใจกับคำถามของเธอที่มาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย
“แล้วถ้าใช่ล่ะคะ” เธอยิ้มแล้วเริ่มขยับนิ้วเล่นกีตาร์เพลงต่อไป
=== โปรดติดตามตอนต่อไปหากคิดว่าน่าติดตาม ===
———————————————
หมายเหตุท้ายตอน
- เนื้อเพลง “ถนนนี้กลับบ้าน” ของวง “แมคอินทอช” อัลบั้มวันนี้ยังมีเธอ (พ.ศ.2526) เครดิตที่นี่
- A Lover’s Concerto อยู่ในหนังฮ่องกงเรื่อง “Anna Magdalena” ขื่อไทย “หัวใจเธอ หัวใจเรา หัวใจเขา”
———————————————-
Tags: กีตาร์, ซาตาน, ดนตรี, เรื่องสั้น

โอ๊ะ โอ๊ะ น่าติดตาม
งานเขียนของน้องตี๋ต้องมีบทเพลงเสมอเลยรึ
“ถ้าซาตานจะเสนอบางอย่างที่คุณใฝ่หา โดยแลกกับดวงวิญญาณ คุณจะยอมแลกไหม?” แน่ๆ เซฟ favoriteด่วน
ต้องกลับไปทบทวนชีวิตกันเลยทีเดียว
ว่าจะหัดเล่นกีต้าร์ทำแป๊ะอะไรดี? ฮ่าฮ่า..
(ไม่เห็นเคยเอาไปจีบหนุ่มที่ไหนได้เลยเว๊ยย.. )