14 มกราคม 2010ซาตานที่สี่แยก : ตอนที่ 3 – Stairway to Heaven?

เสียงกริ่งประตูบ้านปลุกเขาให้ตื่นจากภวังค์ฝัน เขาชันตัวลุกขึ้นจากโซฟาในสภาพเดิมไม่เปลี่ยนไปจากเมื่อคืน เสียงเพลงจากซีดีแผ่นคู่นั้นยังคงเล่นวนอยู่อย่างเดิม เขามีนิสัยชอบเปิดเพลงฟังกล่อมนอนแบบที่ให้มันเล่นซ้ำวนไปวนมาแบบไม่กลัวชาวบ้านประณามว่าเปลืองไฟหรือเป็นตัวการก่อปัญหาโลกร้อน

เขาเชื่อของเขาเองว่าโลกน่าเบื่อที่ปราศจากเสียงดนตรีเป็นปัญหาใหญ่โตยิ่งกว่าเรื่องโลกร้อนเสียอีก และเสียงเพลงเพราะๆ ก็อาจช่วยให้โลกเย็นลงได้ เขาลุกขึ้นไปเบาเสียงเพลง มองดูนาฬิกาที่ข้างฝาเห็นเข็มชี้บอกเวลาสิบโมงกว่าแล้ว เขาสบถในใจเมื่อนึกสงสัยว่าใครกันที่มากดกริ่งหน้าบ้านเขาแต่วันขณะเดินงัวเงียไปดูคำเฉลยที่รออยู่อีกฟากของรั้วบ้าน

“มีพัสดุส่งด่วนถึงคุณครับ ช่วยเซ็นต์รับหน่อย ตรงนี้นะครับ”

พนักงานไปรษณีย์นั่นเอง แต่นั่นไม่ใช่เรื่องที่เขาประหลาดใจเท่ากับพัสดุชิ้นใหญ่ที่แม้ไม่ต้องเปิดดูก็รู้ว่าข้างในต้องเป็นกีตาร์แน่ๆ ด้วยรูปทรงของหีบห่อนั้นไม่อาจคาดหวังเป็นอย่างอื่นไปได้หรอก เขาไม่แน่ใจนักว่าพัสดุนั้นส่งผิดบ้านหรือไม่จึงตรวจดูชื่อที่อยู่ผู้รับให้แน่ใจก่อนเซ็นต์รับ บนกล่องกีตาร์นั้นระบุชื่อผู้ส่งว่า “นางสาววิญญาณ” โดยไม่ระบุที่อยู่ผู้ส่ง ถึงเวลานี้ไม่มีเรื่องอะไรในโลกที่เขาต้องตื่นตระหนกหรือประหลาดใจอีกแล้ว เขาหิ้วกล่องกีตาร์กลับเข้าบ้านก่อนจะนั่งลงตรงโซฟาแล้วบรรจงแกะกระดาษห่อและเปิดมันออกมาดู

กีตาร์โปร่งตัวเดิมที่คุ้นตาของสาวน้อยเมื่อคืน (แน่นอนว่าเป็นตัวเดียวกับที่เขาสะพายอยู่บนหน้าปกซีดีแผ่นคู่นั้นด้วย) อยู่ในกล่องกระดาษใบนั้น เขาหยิบมันขึ้นมาพลิกดูไปมาพลางนึกสงสัยว่าทำไมเธอถึงส่งมันมาให้เขากันนะ มันเป็นกีตาร์โปร่งลายไม้ที่ดูเรียบหรูมีชาติตระกูล บนเฟร็ตมีรอยสึกเล็กน้อยตามตำแหน่งต่างๆ ที่บ่งชี้ว่าเจ้าของเดิมไม่ได้ซื้อมันมาเก็บสะสมไว้บนหิ้ง แต่กระนั้นเขาก็สัมผัสได้ถึงความเอาใจใส่และดูแลรักษามันเป็นอย่างดี เขาทาบนิ้วลงและลองดีดปรับตั้งสายก่อนพบว่ามันถูกปรับเสียงให้พร้อมเล่นอยู่แล้ว มีเพียงตัวเขานั่นเองที่ไม่พร้อมสำหรับมัน เท่าที่จะนึกได้ในเวลานั้นเขาเล่นเพลงสี่คอร์ดหากิน “ได้อย่างเสียอย่าง” ของอัสนีวสันต์ ไปสองสามท่อนก่อนจะหงุดหงิดกับนิ้วแข็งๆ ที่ร้างเลือนจากการเล่นดนตรีมากว่าสิบปี เขาวางมันลงก่อนจะดูในกล่องกระดาษและพบว่ามีโปสการ์ดแนบมาด้วยหนึ่งใบ บนกระดาษแผ่นนั้นมีข้อความเขียนด้วยลายมือน่ารักของหญิงสาวคนเดียวกับบนปกซีดี

“ฉันแค่ให้คุณยืมนะ อีก 40 วันนับจากนี้ช่วยเอามาคืนและเล่นเพลงของคุณให้ฉันฟังหน่อย จะรออยู่ที่ๆ เราพบกันค่ะ – Soul”

เขาอมยิ้มกับข้อความของสาวซาตาน ถึงเวลานี้เขารู้สึกว่าเธอไม่ใช่วิญญาณ ผีสางหรือผู้มาเยือนจากนรก เธอเป็นแค่นักดนตรีข้างถนนขี้เล่นที่อาจหาความสุขให้ชีวิตด้วยการเล่นสนุกกับชีวิตของผู้ฟังผู้หมองเศร้าผู้ผ่านทาง เขากลับคิดว่านี่เป็นเรื่องดีๆ ในชีวิตที่เกิดขึ้นกับเขาในรอบหลายๆ เดือนเลย

อาจไม่ใช่เรื่องสำคัญอีกแล้วที่เขาจะต้องตั้งคำถามหรือสืบเสาะหาที่มาของซีดีประหลาดแผ่นนั้น เวลานี้เขากลับนึกอยากเล่นกีตาร์ตัวที่เธอส่งมาให้เป็นเพลงได้ตามที่เธอร้องขอ เขานึกเอาเองว่าเธอคงไม่ชื่นชมกับเพลงแนวจิ๊กโก๋อกหักนักหรอก เพราะผู้หญิงค่อนโลกคงไม่ได้หวังให้คนมาร้องเพลงจีบด้วยเพลงอย่าง “ก็เคยสัญญา” หรือ “หัวใจสะออน” แต่นาทีนี้เขายังนึกไม่ออกว่าช่วงเวลา 40 วันที่เธอเปิดโอกาสให้เขาตีสนิทกับกีตาร์ของเธอจะเพียงพอให้เขาฝึกปรือฝีมือให้สามารถเล่นเพลงอะไรให้เธอฟังได้บ้าง เอาเข้าจริงๆ เขาก็ยังไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าเธอชอบฟังเพลงแนวไหน เมื่อคืนนี้เพลงที่เธอเลือกเล่นให้ได้ฟังก็หลากหลายเหลือเกิน ทั้งเพลงคลาสสิค เพลงไทยสตริงยุคเก่า เพลงบลูส์ยุคโบราณ ทั้งหมดนั้นดูคล้ายเบาะแสที่ไม่มีจุดร่วมอื่นใดนอกจากกีตาร์ตัวนี้ เขาลุกไปเร่งเสียงเพลงจากซีดี เดินไปชงกาแฟดำที่เขาดื่มเป็นกิจวัตรยามตื่นนอน หยิบกล่องซีดีแผ่นคู่นั้นมานั่งดูที่โซฟาตัวเก่า

เขาเลื่อนปกกระดาษที่สอดอยู่ในกล่องซีดีออกมาดู มันเป็นกระดาษปอนด์คล้ายสมุดวาดเขียนที่ใช้ในชั่วโมงศิลปะสมัยเด็ก พับเป็นสองทบด้านหน้าปกเป็นรูปของเขาสะพายกีตาร์พร้อมตัวหนังสือเขียนชื่อนามสกุลของเขาด้วยลายมือของผู้หญิงอย่างที่เขาเห็นในแสงสลัวเมื่อคืน เขาพลิกดูด้านหลังปรากฏว่าเป็นพื้นที่สีขาวว่างๆ มีตัวหนังสือเล็กๆ เขียนด้วยลายมือเดียวกันตรงด้านล่างว่า “Stairway to Heaven Record” เขาคุ้นหูกับชื่อค่ายเพลงนี้แต่นึกไม่ออกว่าเคยได้ยินจากที่ไหน

เมื่อเขากางหน้าปกออกมาดูด้านในก็พบข้อความภาษาอังกฤษเขียนด้วยลายมือเดิม


There’s a lady who’s sure
All that glitters is gold
And she’s buying a stairway to heaven
When she gets there she knows
If the stores are all closed
With a word she can get what she came for
And she’s buying a stairway to heaven

เขาไม่เข้าใจในความหมายของข้อความเหล่านั้นนัก “บันไดสู่สรวงสวรรค์?” บางทีอาจเป็นบทกวีหรือเนื้อเพลงที่เธอแต่ง หรืออาจเป็นข้อความจากหนังสือหรือหนังเรื่องที่เธอชอบก็เป็นไปได้ เขาเอนหลังพิงโซฟา เหลือบมองดูถ้วยกาแฟเมื่อนึกขึ้นได้ว่าเพิ่งจิบไปแค่คำเดียว แต่พอเอื้อมคว้าถ้วยกาแฟมาจิบก็พบว่ามันเย็นชืดไปแล้ว เขายกถ้วยขึ้นดื่มรวดเดียวอย่างเซ็งๆ ก่อนนึกขึ้นได้ว่าเขาน่าจะลองค้นหาในอินเตอร์เน็ตดูเกี่ยวกับ “บันไดสู่สวรรค์” ของเธอ แต่เนื่องจากเพิ่งยกเลิกบริการอินเตอร์เน็ตไปเพราะบ้านที่อยู่ใกล้หมดสัญญาเช่าเต็มที เขาตัดสินใจอาบน้ำแต่งตัวแบบเร็วๆ และออกเดินไปร้านเน็ตคาเฟ่ละแวกบ้านพร้อมกับซีดีแผ่นนั้น

เขาเคาะแป้นพิมพ์ป้อนข้อความ “Stairway to Heven” ลงไปยังหน้าเว็บกูเกิ้ลก่อนกดปุ่มค้นหา

Google

ไม่นานผลการค้นหาก็ปรากฏขึ้นเต็มหน้าจอว่า “พบ 2,830,000 รายการ สำหรับคำว่า stairway to heaven” เมื่อไล่สายตาดูก็พบว่ามีลิงค์เชื่อมต่อไปยังวิดีโอ ชื่อ “stairway to heaven” อยู่ 4 รายการ นอกจากนั้นก็เป็นลิงค์ของเว็บไซต์ขายแผ่นดีวีดีเถื่อน ซึ่งโฆษณาขายซีรี่ย์สเกาหลีเรื่อง “ฝากรักไว้ที่ปลายฟ้า (Stairway to Heaven)” ถัดลงไปเป็นลิงค์ของเว็บไซต์รวบรวมเนื้อเพลงแห่งหนึ่งที่ระบุว่า เพลง “Stairway to Heaven” เป็นของศิลปินชื่อแปลก “Led Zeppelin” เขาเดาว่าเธอคงไม่ใคร่นิยมดูซีรี่ย์สเกาหลีเหมือนสาวรุ่นสมัยใหม่ทั่วไปเป็นแน่ จึงเลือกคลิกดูเว็บเนื้อเพลงและกดดูลิงค์วิดีโอที่ระบุชื่อเพลงและศิลปินตรงกัน

ลางสังหรณ์ของเขาถูกต้องเมื่อพบว่าข้อความที่เธอเขียนไว้ด้านในปกซีดีนั้นเป็นส่วนหนึ่งของเนื้อเพลง “Stairway to Heaven” เป็นของศิลปิน “Led Zeppelin” นั่นเอง เขาคว้าหูฟังที่วางอยู่บนเคสคอมพิวเตอร์ตรงหน้ามาครอบหูก่อนกดย้อนคลิปวิดีโอที่เปิดไว้ก่อนหน้าซึ่งเล่นนำไประหว่างที่เขานั่งอ่านเนื้อเพลงอยู่นั่นเอง

มันเป็นคลิปวิดีโอยาวแปดนาที ขึ้นต้นด้วยภาพขาวดำของผู้ชายสี่คนที่ดูคล้ายนักดนตรียุคบุปผาชน และตัวหนังสือ Led Zeppelin ที่ด้านบนมีสัญลักษณ์แปลกๆ ที่เขาไม่เข้าใจความหมายอยู่ด้วย เพลงค่อยๆ บรรเลงโดยเริ่มจากอินโทรเสียงกีตาร์ใสๆ สำเนียงที่ฟังแล้วรู้ทันทีว่าเป็นเพลงเก่าแน่ๆ ประกอบกับภาพนิ่งของชายทั้งสี่ฉายประกอบเพลงคล้ายการฉายสไลด์ ดนตรีบรรเลงไปเรื่อยๆ เบาๆ วนๆ ประกอบกับเสียงร้องที่ดูเศร้าๆ ชอบกล จนกระทั่งถึงนาทีที่สี่กว่าๆ ดนตรีจึงเริ่มเร่งจังหวะให้แน่นขึ้นด้วยเสียงกลอง ก่อนจะส่งเข้าสู่ท่อนโซโลกีตาร์อันแสนเร่าร้อนในตอนท้ายของนาทีที่ห้า แล้วบทเครื่องดนตรีทุกชิ้นรวมถึงนักร้องนำก็ระเบิดพลังดึงเอาเขาที่นั่งฟังอยู่ขนลุกเกรียวกับเสียงที่ก้องอยู่ในหูของเขาเพียงผู้เดียวในร้านเน็ตแห่งนั้น ก่อนที่บทเพลงจะปลดปล่อยให้ทุกสิ่งคลี่คลายในประโยคสุดท้ายที่ว่า “And she’s buying a stairway to heaven.”

Stairway_To_Heaven

“เธอซื้อบันไดไปสู่สรวงสวรรค์” ..งั้นหรือ? เขานึกสงสัยในความหมายของเพลง หยิบเศษกระดาษและปากกาที่ทางร้านวางให้ลูกค้าจดโน้ตข้างจอมาเขียนชื่อ “Led Zeppelin” เก็บใส่กระเป๋า เขาร้องขอพนักงานร้านว่าต้องการปรินท์เนื้อเพลงดังกล่าวและสั่งพิมพ์หน้าเว็บเนื้อเพลงนั้น ก่อนจะลุกไปจ่ายเงินและเดินออกไปจากร้าน

เขามุ่งหน้าไปต่อยังร้านขายซีดีเพลงในห้างสรรพสินค้าใหญ่กลางเมืองที่ร้อยวันพันปีเขาจะเฉียดเท้ามาเดินสักหนหนึ่ง หลังจากละลานตากับชั้นวางซีดีเพลงเต็มร้านที่เขามั่นใจว่าคงไม่มีทางหาซีดีที่เขาต้องการเจอเป็นแน่ เขาตัดสินใจควักเอากระดาษโน้ตไปถามหาซีดีของ Led Zeppelin เอากับพนักงานที่เคาน์เตอร์

“โหพี่..วงนี้โคตรเก่าแล้วนะ ที่ร้านนี้ไม่มีหรอกค่ะ” พนักงานหญิงวัยละอ่อนที่แต่งหน้าทำผมเหมือนนักร้องเกาหลีบอกกับเขา

“ร้านออกจะใหญ่ ทำไมไม่มีล่ะ” เขาถาม

“ก่อนนี้ก็เคยเห็นเถ้าแก่เค้าเอามาวางให้ฝุ่นจับอยู่อ่ะนะ แต่ขายไม่ออกคงโดนตีคืนบริษัทไปหมดแล้วล่ะหนูว่า” เธอจีบปากจีบคอตอบด้วยเสียงดัดจริต

“’งี้ก็แย่เลยสิ เอ๊ะ..ว่าแต่หนูรู้จักได้ไงน่ะ เพลงเก่าขนาดนี้ เก่งนะเนี่ยเรา สมแล้วที่ทำงานร้านซีดี”

“ไม่เก่งอะไรหรอก พอดีเตี่ยหนูเค้าชอบฟังไอ้วงที่พี่หาอยู่น่ะ เห็นซื้อเก็บไว้เต็มบ้านเลย เพลงอะไรก็ไม่รู้ฟังไม่เห็นรู้เรื่อง” เธอตอบเซ็งๆ

“จริงสิ ถ้าพี่จะขอยืมซีดีของวงนี้จากคุณพ่อหนูหน่อยจะเป็นไปได้ไหม” เขาเอ่ยปากแม้คิดว่าคำขอออกจะเกินไปสักหน่อย

“โหย ไม่ไหวมั้งพี่พ่อหนูโคตรหวงของสะสมอ่ะ แต่ถ้าพี่อยากได้จริงๆ หนูแอบเอามาก๊อปปี้ให้พี่เอามั้ย แต่ต้องมีข้อแลกเปลี่ยนนา” เธอยื่นข้อเสนอด้วยสายตาเจ้าเล่ห์

“ยังไงล่ะ พี่อยากได้จริงๆน่ะ ไหนจะให้ทำอะไร” เขาถาม

“พี่ซื้อซีดีวง Super Senior ชุดใหม่ให้หนูแผ่นนึงได้ป่ะ หนูโคตรอยากได้แต่ยังเก็บตังค์ไม่ครบซักทีอ่ะ แล้วเดี๋ยวหนูจิ๊กของพ่อมาก๊อปให้ โอเคป่ะ” เธอแย้มข้อแลกเปลี่ยน

“โธ่เอ๊ยวัยรุ่นไทย หนูเดินไปหยิบมาเลยดีกว่า แล้วหนูจะเอามาให้พี่ได้เมื่อไหร่ล่ะจ๊ะ” เขาโล่งใจในข้อเสนอ

“พรุ่งนี้พี่มาเอาที่นี่ได้เลย แต่ซื้อให้หนูวันนี้เลยตกลงไหม”

พนักงานสาวไทยใจเกาหลีเดินไปหยิบซีดีวง Super Senior จากชั้นโชว์ที่ตกแต่งอย่างเด่นอลังการและมีเด็กสาววัยรุ่นหลายคนรุมถ่ายรูปกับแผ่นป้ายพลาสติกรูปนักร้องขนาดเท่าตัวจริงตรงกลางร้าน ผมจ่ายเงินค่าซีดี Limited Edition เกือบแปดร้อยบาทซื้อมันให้กับเธอ ใจหนึ่งก็กังวลเล็กน้อยว่างานนี้จะโดนเด็กหลอกหรือเปล่า หากวันพรุ่งนี้เธอไม่ก๊อปซีดีของพ่อมาให้จะทำยังไงได้ แต่ถึงตอนนี้ก็สายเกินกว่าจะเปลี่ยนใจแล้ว ได้แต่หวังว่าเกาหลีจะมีวัฒนธรรมการรักษาคำพูด เพื่อว่าจะซึมซับมาถึงวัยรุ่นไทยอย่างเธอ เขาขอแลกเบอร์โทรศัพท์กับเด็กสาวคนนั้นไว้เพื่อโทรยืนยันในวันพรุ่งนี้

“พี่ปิ๊งหนูอ่ะดิ กะจะโทรจีบหนูใช่ม้า อย่างพี่หนูก็โอนะ มีใครบอกป่ะว่าพี่หน้าคล้ายซีวอน” เธอแหย่เขาระหว่างกดเบอร์โทรเธอลงมือถือเขา

“เจ้าชู้แต่เด็กนะเรา ไม่โทรไปจีบหรอกน่า อย่าเบี้ยวซีดีพี่ก็แล้วกัน” เขาใช้คำว่าเจ้าชู้แม้ในใจนึกถึงคำว่าแรด

เด็กสาวกล่าวขอบคุณพร้อมสัญญาว่าจะก๊อปซีดีพ่อมาให้เขาให้จงได้ เธอดูจะดีใจกับซีดีที่เขาซื้อให้ราวกับเด็กได้ของเล่นใหม่ เขานึกขำระหว่างที่ออกจากห้างใหญ่นั้น

มันเป็นเวลาหัวค่ำที่ปรกติเขามักจะเลือกแวะไปนั่งกินดื่มที่ร้านเหล้าประจำใกล้บ้าน หลังจากที่บริษัทที่เขาทำงานอยู่ปิดกิจการไป ไม่นานแฟนสาวที่คบหาดูใจก็เลือกทิ้งชายที่ไม่มีอนาคตอย่างเขาไปมีคนอื่น เขาตั้งใจว่าเมื่อบ้านที่เขาเช่าอยู่หมดสัญญาลงในเดือนหน้า เขาจะย้ายกลับไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่เรียบง่ายกว่าเดิมในชนบท ระหว่างนี้ที่พอจะมีเงินเก็บสะสมอยู่บ้างจากช่วงที่กิจการงานรุ่งเรืองในยุคฟองสบู่ เขาเลือกแลกเปลี่ยนมันกับสุราในยามค่ำคืน เพื่อการเริ่มต้นสิ่งใหม่บางทีเหล้าก็เป็นเครื่องชำระล้างชีวิตหม่นๆ ของเขาได้ดีทีเดียว

เขาไปถึงร้านตอนเกือบสองทุ่ม และเลือกนั่งที่ประจำซึ่งพนักงานร้านแทบจะปักป้ายชื่อเขาไว้ที่โต๊ะอยู่แล้ว พนักงานเอาวิสกี้ของเขาที่เปิดทิ้งไว้ที่ร้านมาให้พร้อมโซดาน้ำแข็ง ร้านยังมีลูกค้าอยู่เพียงไม่กี่คน เขานึกถึงเพลงที่ได้ฟังเมื่อตอนบ่าย กำลังคิดว่าจะลองถามหาจากพนักงานร้านว่าหากที่ร้านมีช่วยเปิดให้ฟังหน่อยได้ไหม แต่ยังไม่ทันเอ่ยปากถามกับใคร เสียงอินโทรที่เขาจดจำได้ดีของเพลงบันไดสู่สรวงสวรรค์นั้นก็เริ่มบรรเลง เขาตกใจเล็กน้อยและหันไปเห็นรอยยิ้มของเจ้าของร้านที่ยืนอยู่ตรงเครื่องเล่นเพลง เขายิ้มตอบก่อนหันมองไปรอบๆ ร้านเพื่อดูปฏิกริยาของลูกค้าโต๊ะอื่นๆ

วินาทีนั้นเขาแอบหวังจะได้เห็นแม่สาวซาตานเจ้าของกีตาร์ตัวนั้นนั่งหลบอยู่มุมใดมุมหนึ่งของร้าน แต่ก็ต้องผิดหวังเมื่อเขาเห็นแต่ลูกค้าที่นั่งกินดื่มและสนทนากันโดยไม่มีใครสนใจฟังเพลงที่กำลังเปิดอยู่นั้นเลย เขายกแก้วเหล้าขึ้นดื่ม หลับตาลงดื่มด่ำกับเสียงดนตรี จินตนาการว่าตัวเองค่อยๆ ก้าวย่างไปบนขั้นบันไดสู่สวรรค์ทีละขั้นๆ

เขาตัดสินใจได้แล้วว่าควรจะหัดเล่นกีตาร์เพลงอะไรให้เธอฟัง ในอีกสี่สิบวันข้างหน้าที่จะได้พบกัน

=== โปรดติดตามตอนจบ หากคิดว่าน่าติดตาม ===

หมายเหตุท้ายตอน

Tags: , , , , ,


2 Responses to “ซาตานที่สี่แยก : ตอนที่ 3 – Stairway to Heaven?”

  1. soul พูดว่า:

    ตอนนี้คุณเหลือ 39 วันแล้วนะ
    แทนที่จะมัว search google คุณเอาเวลามาหัดเล่นเพลงที่ว่าดีกว่า

  2. p1i3c1h พูดว่า:

    ติดตามอยู่นะครับ

Leave a Reply