13 ธันวาคม 2007รอยทางของกงล้อชะตา – Destiny trace.

กับบางค่ำคืนที่ใจทดท้อกับปัญหาที่รออยู่เบื้องหน้า
…หลายคนคิดหวังให้ตัวเองหลับฝัน ฟุ้งไปกับจินตนาการบรรเจิด
นานเนิ่นนานโดยไม่ต้องตื่นมาเจอกับความเป็นจริงในวันพรุ่ง

…หลายคนไม่เพียงคิดหวังเท่านั้น แต่ตัดสินใจหนีจากความจริงแห่งชีวิตโหดร้าย
ด้วยการหลับงีบใหญ่ยิ่ง เพื่อตื่นขึ้นมาในชีวิตโลกหน้า
หวังใจให้ชีวิตใหม่สวยงามและน่าอยู่กว่าทุกวันนี้ที่ต้องเจอ

Eternal Night.mp3

…ความคิดหลีกหนีจากชีวิตในแบบที่ว่า
ห่างไกลจากความคำนึงของผมมานานมาก นานจริงๆ
จนจำไม่ได้แล้วว่าเคยคิด “ฆ่าตัวตาย” ครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่

เหมือนว่าเราจะมอง ไม่เห็นหนทางใด
ตกอยู่ในความมืดบอด ตกอยู่ในห้วงใจที่อ่อนไหว

เหมือนจะเป็นกลางคืนอันยาวนาน เมื่อฟ้าไม่มีแสงใด
มองไปรอบกาย หัวใจก็พลัน หวาดกลัว

แต่กับบางคนแล้ว การข่มตาให้หลับในค่ำคืนเช่นนั้นก็ไม่ใช่เรื่องง่าย
ห้วงเหตุแห่งปัญหานานับ โถมซัดจนความเข้มแข็งของใจไม่อาจทานทน
ทั้งๆ ที่ควรเป็นเวลาแห่งการพักผ่อนทั้งร่างกายและจิตใจแท้ๆ
แต่ค่ำคืนยาวนานกลับรุกเร้าให้เราไม่อาจข้ามพ้นมันไปได้ง่ายๆ
เพียงแค่คิดปล่อยวางปัญหาแล้วเอนกายหลับตา

ว่าเหตุใดคืนที่ยาวนาน ไม่ผ่านไปเสียที
จากนี้จะมีหนทางอื่นอีกไหม

แต่อย่างไรก็ตามยังมีตะวันยังที่ฉายในวันต่อไป
แต่ไม่รู้ต้องรอเมื่อไหร่ หรือใจเราคงจะอยู่กับคืนอันเป็นนิรันดร์

ช่วงไม่กี่คืนที่ผ่านมานี้ ผมรู้สึกว่าเวลามันผ่านไปช้ากว่าปกติ
ยากยิ่งที่จะหยุดใจมิให้ไกวแกว่งจนไม่เป็นอันนอน
หลายเรื่องราวที่มากระทบใจ หอบเอาคำถามมากมาย มาเป็นของฝากที่ผมไม่ใคร่อยากได้รับ

แม้ผมจะมีสติพอจะรู้ว่า ผมไม่จำเป็นต้องหาคำตอบให้ได้ทุกสิ่งอันภายในช่วงข้ามคืนเดียวก็ตาม
แต่ก็อดกังวลใจกับคลื่นลูกใหญ่ ที่ตั้งท่ารอซัดเข้ามาจากขอบน้ำไกลโพ้นนั้นได้

ค่ำคืนยาวนานเริ่มไม่ปรานีกับผมเสียแล้ว

ว่าเหตุใดคืนที่ยาวนาน ไม่ผ่านไปเสียที
จากนี้จะมีหนทางอื่นอีกไหม

แต่อย่างไรก็ตามยังมีตะวันยังฉายในวันต่อไป
เมื่อเรามีเช้าวันใหม่ หวังใจว่าจะมีหนทาง

trace

ผมเชื่อว่าคนเรามีชีวิตที่ดำเนินไปเพื่อเผชิญหน้ากับปัญหา
และความท้าทายของโลกและเวลา ที่บางคนเรียกมันว่าชะตากรรม

เราต่างเกิดมาพร้อมสมองเพื่อให้ได้ขบคิด
และใคร่ครวญถึงสิ่งที่หมุนเวียน ผ่านเส้นทางที่วงล้อแห่งชะตาของเราเคลื่อนไป

เราต่างเกิดมาพร้อมหัวใจ
ที่ไม่ได้มีไว้เพียงให้เข้มแข็งไปได้เสียทุกห้วงยาม
เพราะหัวใจเรามีไว้เพื่อรู้สึก และซึมซับเอาภาวะอารมณ์ที่อาจเกิดขึ้นกับเราได้ตลอดเวลา
ไม่ว่าจะสนุก ทุกข์เศร้า
อิ่มเอม หรือขื่นขม

สมองและหัวใจเราอาจไม่สามัคคีกันได้บ้าง แม้ต่างอยู่ร่วมชายคาบ้านเดียวกัน
ไม่ต่างกับพี่น้องร่วมท้องที่คงไม่ได้ลงรอยกันไปเสียทุกเรื่อง

เมื่อทุกข์ในวันเมื่อวานคืนกลับมาหาใจอันอ่อนแอ
เหตุที่ใจแพ้ เพราะเราต่างหากที่แพ้ใจ
ความทุกข์จึงเป็นกลางคืนอันยาวนาน แต่แล้วมันจะผ่านไป

ณ เวลาที่เราจัดการกับความคิดและความรู้สึกของเราได้ดี
อะไรๆ ในชีวิตเราก็ลงตัวไปหมด
บางคนเรียกว่า “มีชีวิตที่สมดุลย์”
บางคนเรียกมันด้วยคำที่ง่ายกว่านั้นว่า “ความสุข”

แต่ผมเองก็ไม่ได้เชื่อว่าเราทุกคนดำเนินชีวิตไปเพื่อดับความทุกข์
กงล้อชะตาที่ว่าของเรา ไม่อาจตามรอยศาสดายิ่งใหญ่ของโลกไปได้เสียทุกคนหรอก

ค่ำคืนยาวนานอาจมีค่า และเติมเต็มคุณค่าแห่งการดำรงอยู่ของบางชีวิต

ขณะที่บางคนเรียกมันว่า “ความทุกข์”
บางคนอาจเรียกมันว่า “บทเรียน” หรือ “ประสพการณ์”

ตราบใดเวลายังหมุนผ่าน ความทุกข์จะผ่าน เพราะไม่มีคืนใดเป็นนิรันดร์
วันคืนต้องผ่าน นั่นคือเวลาอันเป็นนิรันดร์

แต่ก็นั่นล่ะ สุดท้ายคงอยู่ที่เราจะเลือกจดจำมันในแบบไหน
เมื่อยามตื่นมาในรุ่งเช้าที่แสงแดดแรกแยงเข้าตา

และเราหันกลับไปมองรอยทางที่กงล้อเราทิ้งไว้เบื้องหลัง

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

บันทึกวันนี้แด่ ความทุกข์ บทเรียน และประสบการณ์ในค่ำคืนยาวนาน

พลง “คืนอันเป็นนิรันดร์” จากอัลบั้มเพลงประกอบภาพยนตร์ รักแห่งสยาม เสียงร้องของ เพชร ภาสกร วิรุฬห์ทรัพย์

ต้นฉบับเดิมทีเป็นเสียงร้องของคุณ “ลูกหว้า – DooBaDoo”
ร้องไว้ในอัลบั้มเพลงประกอบละครเวทีคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาฯ เรื่อง “กาลคืนหนึ่ง”
แต่งเนื้อร้องโดยคุณ “มะเดี่ยว” ผู้กำกับไฟแรงแห่งสยาม เจ้าของผลงานหนัง “รักแห่งสยาม”

หมายเหตุ

อ่านถึงตรงนี้ไม่ต้องห่วงกังวลอะไรนะครับ
เพราะผมได้มอบรอยยิ้มแรกของวันให้กับรอยทางของผมได้แล้วล่ะ
เรื่องราววันนี้มันเป็น Past Tense น่ะ (ขออภัยที่ไม่ได้ใช้ Verb ช่อง2)

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

Tags: ,


Leave a Reply