29 ตุลาคม 2009หิมะหนาสีขาวและเพื่อนชาวเอสกิโม
…
เธอหนาวยะเยือก รู้สึกเหมือนเป็นอัมพาตสูญเสียสัมผัสทางกาย เลือดในกายที่เคยไหลเวียนก็คล้ายถูกสาปสั่งให้หยุดนิ่ง เสียงเต้นของหัวใจที่เธอเคยได้ยินเป็นจังหวะสม่ำเสมอยามหยุดนิ่งและทำสมาธิรับฟังก็กลับแผ่วเบาลงจนเธอแทบไม่ได้ยิน อาจบางทีหูเธอคงอื้อจนลดระดับโสตประสาทหรือไม่เช่นนั้นชีพจรเธอคงเต้นในจังหวะวอลท์ซเนิบช้า จะอะไรก็ตามในห้วงยามนี้แม้จะไม่ใช้ปรอทวัดแต่เธอพอจะรู้ได้ว่าอุณหภูมิร่างกายเธอลดต่ำลงเท่าที่ขีดจำกัดของผู้หญิงคนหนึ่งจะทานทนไหว
…
…
Tiredness fuels empty thoughts
I find myself disposed
Brightness fills empty space
In search of inspiration
Harder now with higher speed
Washing in on top of me
…
ห้าปีมาแล้วที่เธอและเขาเริ่มต้นออกเดินทางด้วยกันสองคนโดยมีจุดหมายเป็นสถานที่ร้างไร้ไกลห่าง ดินแดนที่เป็นที่ฝันใฝ่ของผู้คนมากมายแต่ก็เป็นดินแดนที่ไม่พึงปรารถนาของใครหลายคนเช่นกัน ดินแดนสีขาวกว้างใหญ่ที่ปกคลุมไปด้วยชั้นหิมะหนา ดินแดนขั้วโลกเหนือ
…
So I look to my eskimo friend
I look to my eskimo friend
I look to my eskimo friend
When I’m down, down, down.
…
จากถิ่นที่อยู่ของเธอและเขา ทวีปห่างไกลเกือบสุดขอบทะเลตะวันออกที่มีเพียงสามฤดูคือ ฤดูร้อน ฤดูร้อนมาก และฤดูร้อนที่มีฝนตก ส่วนฤดูหนาวเป็นเพียงประวัติศาสตร์ที่เคยบันทึกไว้ในหนังสือแบบเรียนที่ใช้ในสถานศึกษา (ซึ่งทบทวนเนื้อหาใหม่ทุกๆ ยี่สิบปี) เธอและเขาไม่ได้สัมผัสอากาศหนาวในตัวเมืองมาแสนนานก่อนจะมารู้จักกัน จนกระทั่งตัดสินใจคบหากันในวันที่อากาศหนาววันหนึ่งบนยอดดอยทางภาคเหนือของประเทศบ้านเกิด สถานที่หลบร้อนยอดนิยมของคนกรุง
…
เขาสัญญาว่าจะพาเธอไปยังสุดขอบโลก เมื่อรู้ว่าเธอปรารถนาจะได้สัมผัสหิมะขั้วโลกสักครั้งในชีวิต
…
Rain it wets muddy roads
I find myself exposed
Tapping doors, but irritate
In search of destination
Harder now with higher speed
Washing in on top of me
…
หิมะสีขาวค่อยๆ โปรยลงปกคลุมร่างของเธอทีละนิดจนเริ่มหนาขึ้นเรื่อยๆ ณ ห้วงยามนี้เธอเริ่มคิดถึงการมีอยู่ของเธอในสถานที่นี้ ไม่มีใครนอกจากเขาที่รู้ แต่ที่เจ็บปวดยิ่งกว่าคือการที่ต้องทนรับรู้ว่าเขานั่นเองที่ปล่อยทิ้งให้เธอเดียวดาย และต้องมานอนนิ่งราวกับนับเวลาถอยหลังสู่ชีวิตหลังความตายเช่นนี้ หิมะเริ่มทับถมจนเธอรู้สึกคล้ายร่างกายกำลังจมดิ่งสู่ก้นถังไอศกรีมกะทิสดขนาดใหญ่ที่มีความลึกไม่สิ้นสุด
ยิ่งกว่าร่างกายที่แบกรับชั้นหิมะหนาหนักนั้นกลับเป็นจิตใจของเธอที่กำลังแบกรับทั้งความสับสนระคนความเจ็บปวดและเสียใจคละเคล้ากัน บางขณะจิตเธออยากให้การเดินทางข้ามทวีปทั้งหมดนี้เป็นเพียงความฝัน หวังใจให้ตื่นขึ้นมาพบว่าเธออยู่ท่ามกลางมหานครร้อนระอุในแผ่นดินเกิดและใช้ชีวิตลำพังที่เธอเคยไม่พอใจกับมันเท่าไหร่นักก่อนหน้าจะเริ่มต้นความสัมพันธ์กับเขา
…
So I look to my eskimo friend
I look to my eskimo friend
I look to my eskimo friend
When I’m down, down, down.
…
เธอร้องไห้เนิ่นนาน แม้อากาศเย็นจะพรากเอาความเปียกรื้นไปจากสองแก้ม แต่วินาทีที่หยดน้ำกลั่นออกจากเบ้าตาเธอสัมผัสได้ถึงความอุ่นของมันแม้จะไม่ได้ช่วยให้เธอคลายจากความเหน็บหนาว อย่างน้อยมันก็ยังบรรเทาความทุกข์เศร้าของเธอออกไปได้หยดหนึ่งจากมหาสมุทรแห่งความโศกที่เธอนั้นจมอยู่ สติสัมปชัญญะของเธอเริ่มขาดวิ่นคล้ายเสื้อไหมพรมที่ถูกลูกแมวซุกซนขโมยไปฝนเล็บเล่น ความตายคงใกล้เธอเข้ามาในอีกไม่กี่ห้วงลมหายใจ เธอพยายามคิดถึงช่วงเวลาที่ดีในชีวิตที่ผ่านมา
…
เขารักษาคำสัญญาที่พาฉันมาถึงที่นี่ แต่เขากลับทอดทิ้งและไม่อยู่เคียงข้างฉัน ฉันควรดีใจหรือเสียใจดีนะในวินาทีสุดท้ายของชีวิต
…
Kosketa minua – Touch me
Älä käsilläsi – Not with your hands
Vaan niin että tunnen sinut – But so that I feel you
Halaa minua – Hug me
Älä käsilläsi – Not with your hands
Mutta sielussasi – But within your soul
…
เธอหลับฝันชนิดที่ไม่รู้ตัวว่าเป็นความฝันหรือเป็นเรื่องราวหลังความตายกันแน่ เธอเคยได้ยินเรื่องเล่าเกี่ยวกับการข้ามแม่น้ำแห่งความตายที่ดวงวิญญาณของมนุษย์จะถูกชำระล้างความทรงจำให้ลบเลือน เธอเคยคิดว่าหากเวลานั้นของเธอมาถึงจริงๆ คนที่เธอรัก ครอบครัว ญาติพี่น้อง และเพื่อนสนิทในวัยเยาว์ที่ล่วงลับไปก่อนหน้าจะมายืนรอเธอด้วยรอยยิ้มที่อีกฟากฝั่งแม่น้ำราวกับว่าผู้คนเหล่านั้นโชคดีที่ไม่ถูกลบความทรงจำ และเอาใจช่วยให้เธอจดจำพวกเขาได้เช่นกันเมื่อข้ามพ้นฝั่งแม่น้ำ
…
Minä kaipaan eskimo-ystävääni – I miss my eskimo friend
When I’m down, down, down.
When I’m down, down, down.
When I’m down, down, down.
…

แต่ภาพความฝันที่ปรากฎตรงหน้าเธอตอนนี้กลับต่างไปจากเรื่องเล่าที่เธอคุ้นเคยโดยสิ้นเชิง ในความฝันเธอนอนอยู่ใต้ผ้าห่มหนาภายในบ้านน้ำแข็งอิกลู เห็นชายหญิงคู่หนึ่งแต่งตัวในชุดเอสกิโม กำลังสุมฟืนเพื่อก่อกองไฟเล็กๆ ซึ่งทำให้เธอรู้สึกได้ถึงความอบอุ่นของร่างกายในตอนนี้ พายุหิมะด้านนอกสงบลงแล้ว เธอชันกายลุกขึ้นนั่ง ชายหญิงเอสกิโมหันมาพูดกับเธอด้วยภาษาที่ไม่เข้าใจขณะที่ทั้งสองกำลังต้มน้ำร้อนในกา ไม่ช้าทั้งคู่ก็เทน้ำร้อนใส่ถ้วยเดินเข้ามาให้เธอในบ้าน ทั้งคู่ยิ้มอย่างเป็นมิตรและมีแววตาที่ห่วงใยอย่างสัมผัสได้ เธอค้อมหัวขอบคุณและรับถ้วยน้ำมาประคองไว้ในมือ หญิงเอสกิโมส่งภาษาใบ้ให้เธอดื่มน้ำในถ้วยนั้น
แม้โลกของวิญญาณหลังความตายจะไม่มีแม่น้ำอย่างที่เธอเคยเชื่อ แต่วินาทีที่เธอจะยกแก้วน้ำนั้นขึ้นดื่ม ใจเธอพลันคิดว่าเอสกิโมสองคนนี้คงจะเป็นยมฑูตที่มารับเอาดวงวิญญาณของเธอไปสู่โลกหน้า ส่วนน้ำในถ้วยใบนี้คงจะมีฤทธิ์เป็นยาลบล้างเอาความทรงจำที่ผ่านมาทั้งชีวิตของเธอไปหลังจากที่ดื่ม
เธอนึกถึงอดีตชายคนรัก ยิ้มให้เพื่อนเอสกิโมทั้งสองและยกดื่มรวดเดียวจนหมด
…
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++
แด่บทเพลง Eskimo ของ Damien Rice จากอัลบั้ม “O”
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++
Tags: Damien Rice, eskimo, ขั้วโลกเหนือ, ชีวิตหลังความตาย, เรื่องสั้น

ง่า อ่านแล้วขนลุก