<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>สมตี๋ดอทคอม</title>
	<atom:link href="http://www.somtee.com/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.somtee.com</link>
	<description>บันทึกความคิดและงานเขียนของสมตี๋ ตั้งแต่ 2545 - ปัจจุบัน</description>
	<lastBuildDate>Thu, 14 Jan 2010 12:31:07 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.8.4</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
			<item>
		<title>ซาตานที่สี่แยก : ตอนที่ 3 – Stairway to Heaven?</title>
		<link>http://www.somtee.com/crossroads-3/</link>
		<comments>http://www.somtee.com/crossroads-3/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 14 Jan 2010 12:03:25 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Somtee</dc:creator>
				<category><![CDATA[ซาตานที่สี่แยก]]></category>
		<category><![CDATA[Led Zeppelin]]></category>
		<category><![CDATA[Stairway to Heaven]]></category>
		<category><![CDATA[กีตาร์]]></category>
		<category><![CDATA[ซาตาน]]></category>
		<category><![CDATA[ดนตรี]]></category>
		<category><![CDATA[เรื่องสั้น]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.somtee.com/?p=649</guid>
		<description><![CDATA[เขาไม่เข้าใจในความหมายของข้อความเหล่านั้นนัก “บันไดสู่สรวงสวรรค์?” บางทีอาจเป็นบทกวีหรือเนื้อเพลงที่เธอแต่ง หรืออาจเป็นข้อความจากหนังสือหรือหนังเรื่องที่เธอชอบก็เป็นไปได้]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>&#8230;</p>
<p>เสียงกริ่งประตูบ้านปลุกเขาให้ตื่นจากภวังค์ฝัน เขาชันตัวลุกขึ้นจากโซฟาในสภาพเดิมไม่เปลี่ยนไปจากเมื่อคืน เสียงเพลงจากซีดีแผ่นคู่นั้นยังคงเล่นวนอยู่อย่างเดิม เขามีนิสัยชอบเปิดเพลงฟังกล่อมนอนแบบที่ให้มันเล่นซ้ำวนไปวนมาแบบไม่กลัวชาวบ้านประณามว่าเปลืองไฟหรือเป็นตัวการก่อปัญหาโลกร้อน</p>
<p>เขาเชื่อของเขาเองว่าโลกน่าเบื่อที่ปราศจากเสียงดนตรีเป็นปัญหาใหญ่โตยิ่งกว่าเรื่องโลกร้อนเสียอีก และเสียงเพลงเพราะๆ ก็อาจช่วยให้โลกเย็นลงได้ เขาลุกขึ้นไปเบาเสียงเพลง มองดูนาฬิกาที่ข้างฝาเห็นเข็มชี้บอกเวลาสิบโมงกว่าแล้ว เขาสบถในใจเมื่อนึกสงสัยว่าใครกันที่มากดกริ่งหน้าบ้านเขาแต่วันขณะเดินงัวเงียไปดูคำเฉลยที่รออยู่อีกฟากของรั้วบ้าน</p>
<p><span style="color: #0000ff;"><strong>“มีพัสดุส่งด่วนถึงคุณครับ ช่วยเซ็นต์รับหน่อย ตรงนี้นะครับ”</strong></span></p>
<p>พนักงานไปรษณีย์นั่นเอง แต่นั่นไม่ใช่เรื่องที่เขาประหลาดใจเท่ากับพัสดุชิ้นใหญ่ที่แม้ไม่ต้องเปิดดูก็รู้ว่าข้างในต้องเป็นกีตาร์แน่ๆ ด้วยรูปทรงของหีบห่อนั้นไม่อาจคาดหวังเป็นอย่างอื่นไปได้หรอก เขาไม่แน่ใจนักว่าพัสดุนั้นส่งผิดบ้านหรือไม่จึงตรวจดูชื่อที่อยู่ผู้รับให้แน่ใจก่อนเซ็นต์รับ บนกล่องกีตาร์นั้นระบุชื่อผู้ส่งว่า <span style="color: #ff0000;"><strong>“นางสาววิญญาณ”</strong></span> โดยไม่ระบุที่อยู่ผู้ส่ง ถึงเวลานี้ไม่มีเรื่องอะไรในโลกที่เขาต้องตื่นตระหนกหรือประหลาดใจอีกแล้ว เขาหิ้วกล่องกีตาร์กลับเข้าบ้านก่อนจะนั่งลงตรงโซฟาแล้วบรรจงแกะกระดาษห่อและเปิดมันออกมาดู</p>
<p>กีตาร์โปร่งตัวเดิมที่คุ้นตาของสาวน้อยเมื่อคืน (แน่นอนว่าเป็นตัวเดียวกับที่เขาสะพายอยู่บนหน้าปกซีดีแผ่นคู่นั้นด้วย) อยู่ในกล่องกระดาษใบนั้น เขาหยิบมันขึ้นมาพลิกดูไปมาพลางนึกสงสัยว่าทำไมเธอถึงส่งมันมาให้เขากันนะ มันเป็นกีตาร์โปร่งลายไม้ที่ดูเรียบหรูมีชาติตระกูล บนเฟร็ตมีรอยสึกเล็กน้อยตามตำแหน่งต่างๆ ที่บ่งชี้ว่าเจ้าของเดิมไม่ได้ซื้อมันมาเก็บสะสมไว้บนหิ้ง แต่กระนั้นเขาก็สัมผัสได้ถึงความเอาใจใส่และดูแลรักษามันเป็นอย่างดี เขาทาบนิ้วลงและลองดีดปรับตั้งสายก่อนพบว่ามันถูกปรับเสียงให้พร้อมเล่นอยู่แล้ว มีเพียงตัวเขานั่นเองที่ไม่พร้อมสำหรับมัน เท่าที่จะนึกได้ในเวลานั้นเขาเล่นเพลงสี่คอร์ดหากิน “ได้อย่างเสียอย่าง” ของอัสนีวสันต์ ไปสองสามท่อนก่อนจะหงุดหงิดกับนิ้วแข็งๆ ที่ร้างเลือนจากการเล่นดนตรีมากว่าสิบปี เขาวางมันลงก่อนจะดูในกล่องกระดาษและพบว่ามีโปสการ์ดแนบมาด้วยหนึ่งใบ บนกระดาษแผ่นนั้นมีข้อความเขียนด้วยลายมือน่ารักของหญิงสาวคนเดียวกับบนปกซีดี</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>“ฉันแค่ให้คุณยืมนะ อีก 40 วันนับจากนี้ช่วยเอามาคืนและเล่นเพลงของคุณให้ฉันฟังหน่อย จะรออยู่ที่ๆ เราพบกันค่ะ &#8211; Soul”</strong></span></p>
<p>เขาอมยิ้มกับข้อความของสาวซาตาน ถึงเวลานี้เขารู้สึกว่าเธอไม่ใช่วิญญาณ ผีสางหรือผู้มาเยือนจากนรก เธอเป็นแค่นักดนตรีข้างถนนขี้เล่นที่อาจหาความสุขให้ชีวิตด้วยการเล่นสนุกกับชีวิตของผู้ฟังผู้หมองเศร้าผู้ผ่านทาง เขากลับคิดว่านี่เป็นเรื่องดีๆ ในชีวิตที่เกิดขึ้นกับเขาในรอบหลายๆ เดือนเลย</p>
<p>อาจไม่ใช่เรื่องสำคัญอีกแล้วที่เขาจะต้องตั้งคำถามหรือสืบเสาะหาที่มาของซีดีประหลาดแผ่นนั้น เวลานี้เขากลับนึกอยากเล่นกีตาร์ตัวที่เธอส่งมาให้เป็นเพลงได้ตามที่เธอร้องขอ เขานึกเอาเองว่าเธอคงไม่ชื่นชมกับเพลงแนวจิ๊กโก๋อกหักนักหรอก เพราะผู้หญิงค่อนโลกคงไม่ได้หวังให้คนมาร้องเพลงจีบด้วยเพลงอย่าง “ก็เคยสัญญา” หรือ “หัวใจสะออน” แต่นาทีนี้เขายังนึกไม่ออกว่าช่วงเวลา 40 วันที่เธอเปิดโอกาสให้เขาตีสนิทกับกีตาร์ของเธอจะเพียงพอให้เขาฝึกปรือฝีมือให้สามารถเล่นเพลงอะไรให้เธอฟังได้บ้าง เอาเข้าจริงๆ เขาก็ยังไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าเธอชอบฟังเพลงแนวไหน เมื่อคืนนี้เพลงที่เธอเลือกเล่นให้ได้ฟังก็หลากหลายเหลือเกิน ทั้งเพลงคลาสสิค เพลงไทยสตริงยุคเก่า เพลงบลูส์ยุคโบราณ ทั้งหมดนั้นดูคล้ายเบาะแสที่ไม่มีจุดร่วมอื่นใดนอกจากกีตาร์ตัวนี้ เขาลุกไปเร่งเสียงเพลงจากซีดี เดินไปชงกาแฟดำที่เขาดื่มเป็นกิจวัตรยามตื่นนอน หยิบกล่องซีดีแผ่นคู่นั้นมานั่งดูที่โซฟาตัวเก่า</p>
<p>เขาเลื่อนปกกระดาษที่สอดอยู่ในกล่องซีดีออกมาดู มันเป็นกระดาษปอนด์คล้ายสมุดวาดเขียนที่ใช้ในชั่วโมงศิลปะสมัยเด็ก พับเป็นสองทบด้านหน้าปกเป็นรูปของเขาสะพายกีตาร์พร้อมตัวหนังสือเขียนชื่อนามสกุลของเขาด้วยลายมือของผู้หญิงอย่างที่เขาเห็นในแสงสลัวเมื่อคืน เขาพลิกดูด้านหลังปรากฏว่าเป็นพื้นที่สีขาวว่างๆ มีตัวหนังสือเล็กๆ เขียนด้วยลายมือเดียวกันตรงด้านล่างว่า <span style="color: #0000ff;"><strong>“Stairway to Heaven Record”</strong></span> เขาคุ้นหูกับชื่อค่ายเพลงนี้แต่นึกไม่ออกว่าเคยได้ยินจากที่ไหน</p>
<p>เมื่อเขากางหน้าปกออกมาดูด้านในก็พบข้อความภาษาอังกฤษเขียนด้วยลายมือเดิม</p>
<blockquote><p>…<br />
<strong>There&#8217;s a lady who&#8217;s sure<br />
All that glitters is gold<br />
And she&#8217;s buying a stairway to heaven<br />
When she gets there she knows<br />
If the stores are all closed<br />
With a word she can get what she came for<br />
And she&#8217;s buying a stairway to heaven</strong><br />
…</p></blockquote>
<p>เขาไม่เข้าใจในความหมายของข้อความเหล่านั้นนัก <span style="color: #0000ff;"><strong>“บันไดสู่สรวงสวรรค์?”</strong></span> บางทีอาจเป็นบทกวีหรือเนื้อเพลงที่เธอแต่ง หรืออาจเป็นข้อความจากหนังสือหรือหนังเรื่องที่เธอชอบก็เป็นไปได้ เขาเอนหลังพิงโซฟา เหลือบมองดูถ้วยกาแฟเมื่อนึกขึ้นได้ว่าเพิ่งจิบไปแค่คำเดียว แต่พอเอื้อมคว้าถ้วยกาแฟมาจิบก็พบว่ามันเย็นชืดไปแล้ว เขายกถ้วยขึ้นดื่มรวดเดียวอย่างเซ็งๆ ก่อนนึกขึ้นได้ว่าเขาน่าจะลองค้นหาในอินเตอร์เน็ตดูเกี่ยวกับ “บันไดสู่สวรรค์” ของเธอ แต่เนื่องจากเพิ่งยกเลิกบริการอินเตอร์เน็ตไปเพราะบ้านที่อยู่ใกล้หมดสัญญาเช่าเต็มที เขาตัดสินใจอาบน้ำแต่งตัวแบบเร็วๆ และออกเดินไปร้านเน็ตคาเฟ่ละแวกบ้านพร้อมกับซีดีแผ่นนั้น</p>
<p>เขาเคาะแป้นพิมพ์ป้อนข้อความ <span style="color: #0000ff;"><strong>“Stairway to Heven”</strong></span> ลงไปยังหน้าเว็บกูเกิ้ลก่อนกดปุ่มค้นหา</p>
<p><img class="alignnone size-medium wp-image-651" title="Google" src="http://www.somtee.com/wp-content/uploads/2010/01/Google-300x181.jpg" alt="Google" width="451" height="271" /></p>
<p>ไม่นานผลการค้นหาก็ปรากฏขึ้นเต็มหน้าจอว่า <span style="color: #0000ff;"><strong>“พบ 2,830,000 รายการ สำหรับคำว่า stairway to heaven”</strong></span> เมื่อไล่สายตาดูก็พบว่ามีลิงค์เชื่อมต่อไปยังวิดีโอ ชื่อ “stairway to heaven” อยู่ 4 รายการ นอกจากนั้นก็เป็นลิงค์ของเว็บไซต์ขายแผ่นดีวีดีเถื่อน ซึ่งโฆษณาขายซีรี่ย์สเกาหลีเรื่อง <span style="color: #0000ff;"><strong>&#8220;ฝากรักไว้ที่ปลายฟ้า (Stairway to Heaven)&#8221;</strong></span> ถัดลงไปเป็นลิงค์ของเว็บไซต์รวบรวมเนื้อเพลงแห่งหนึ่งที่ระบุว่า เพลง <span style="color: #0000ff;"><strong>“Stairway to Heaven”</strong></span> เป็นของศิลปินชื่อแปลก<strong> <span style="color: #0000ff;">“Led Zeppelin”</span> </strong>เขาเดาว่าเธอคงไม่ใคร่นิยมดูซีรี่ย์สเกาหลีเหมือนสาวรุ่นสมัยใหม่ทั่วไปเป็นแน่ จึงเลือกคลิกดูเว็บเนื้อเพลงและกดดูลิงค์วิดีโอที่ระบุชื่อเพลงและศิลปินตรงกัน</p>
<p>ลางสังหรณ์ของเขาถูกต้องเมื่อพบว่าข้อความที่เธอเขียนไว้ด้านในปกซีดีนั้นเป็นส่วนหนึ่งของเนื้อเพลง “Stairway to Heaven” เป็นของศิลปิน “Led Zeppelin” นั่นเอง เขาคว้าหูฟังที่วางอยู่บนเคสคอมพิวเตอร์ตรงหน้ามาครอบหูก่อนกดย้อนคลิปวิดีโอที่เปิดไว้ก่อนหน้าซึ่งเล่นนำไประหว่างที่เขานั่งอ่านเนื้อเพลงอยู่นั่นเอง</p>
<p>มันเป็นคลิปวิดีโอยาวแปดนาที ขึ้นต้นด้วยภาพขาวดำของผู้ชายสี่คนที่ดูคล้ายนักดนตรียุคบุปผาชน และตัวหนังสือ Led Zeppelin ที่ด้านบนมีสัญลักษณ์แปลกๆ ที่เขาไม่เข้าใจความหมายอยู่ด้วย เพลงค่อยๆ บรรเลงโดยเริ่มจากอินโทรเสียงกีตาร์ใสๆ สำเนียงที่ฟังแล้วรู้ทันทีว่าเป็นเพลงเก่าแน่ๆ ประกอบกับภาพนิ่งของชายทั้งสี่ฉายประกอบเพลงคล้ายการฉายสไลด์ ดนตรีบรรเลงไปเรื่อยๆ เบาๆ วนๆ ประกอบกับเสียงร้องที่ดูเศร้าๆ ชอบกล จนกระทั่งถึงนาทีที่สี่กว่าๆ ดนตรีจึงเริ่มเร่งจังหวะให้แน่นขึ้นด้วยเสียงกลอง ก่อนจะส่งเข้าสู่ท่อนโซโลกีตาร์อันแสนเร่าร้อนในตอนท้ายของนาทีที่ห้า แล้วบทเครื่องดนตรีทุกชิ้นรวมถึงนักร้องนำก็ระเบิดพลังดึงเอาเขาที่นั่งฟังอยู่ขนลุกเกรียวกับเสียงที่ก้องอยู่ในหูของเขาเพียงผู้เดียวในร้านเน็ตแห่งนั้น ก่อนที่บทเพลงจะปลดปล่อยให้ทุกสิ่งคลี่คลายในประโยคสุดท้ายที่ว่า <span style="color: #0000ff;"><strong>“And she&#8217;s buying a stairway to heaven.”</strong></span></p>
<p><span style="color: #0000ff;"><strong><img class="alignnone size-medium wp-image-650" title="Stairway_To_Heaven" src="http://www.somtee.com/wp-content/uploads/2010/01/Stairway_To_Heaven-300x225.jpg" alt="Stairway_To_Heaven" width="449" height="335" /><br />
</strong></span></p>
<p><strong><span style="color: #0000ff;">“เธอซื้อบันไดไปสู่สรวงสวรรค์”</span></strong> ..งั้นหรือ? เขานึกสงสัยในความหมายของเพลง หยิบเศษกระดาษและปากกาที่ทางร้านวางให้ลูกค้าจดโน้ตข้างจอมาเขียนชื่อ <span style="color: #0000ff;"><strong>“Led Zeppelin”</strong></span> เก็บใส่กระเป๋า เขาร้องขอพนักงานร้านว่าต้องการปรินท์เนื้อเพลงดังกล่าวและสั่งพิมพ์หน้าเว็บเนื้อเพลงนั้น ก่อนจะลุกไปจ่ายเงินและเดินออกไปจากร้าน</p>
<p>เขามุ่งหน้าไปต่อยังร้านขายซีดีเพลงในห้างสรรพสินค้าใหญ่กลางเมืองที่ร้อยวันพันปีเขาจะเฉียดเท้ามาเดินสักหนหนึ่ง หลังจากละลานตากับชั้นวางซีดีเพลงเต็มร้านที่เขามั่นใจว่าคงไม่มีทางหาซีดีที่เขาต้องการเจอเป็นแน่ เขาตัดสินใจควักเอากระดาษโน้ตไปถามหาซีดีของ Led Zeppelin เอากับพนักงานที่เคาน์เตอร์</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>“โหพี่..วงนี้โคตรเก่าแล้วนะ ที่ร้านนี้ไม่มีหรอกค่ะ”</strong></span> พนักงานหญิงวัยละอ่อนที่แต่งหน้าทำผมเหมือนนักร้องเกาหลีบอกกับเขา</p>
<p><span style="color: #0000ff;"><strong>“ร้านออกจะใหญ่ ทำไมไม่มีล่ะ”</strong></span> เขาถาม</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>“ก่อนนี้ก็เคยเห็นเถ้าแก่เค้าเอามาวางให้ฝุ่นจับอยู่อ่ะนะ แต่ขายไม่ออกคงโดนตีคืนบริษัทไปหมดแล้วล่ะหนูว่า”</strong></span> เธอจีบปากจีบคอตอบด้วยเสียงดัดจริต</p>
<p><span style="color: #0000ff;"><strong>“’งี้ก็แย่เลยสิ เอ๊ะ..ว่าแต่หนูรู้จักได้ไงน่ะ เพลงเก่าขนาดนี้ เก่งนะเนี่ยเรา สมแล้วที่ทำงานร้านซีดี”</strong></span></p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>“ไม่เก่งอะไรหรอก พอดีเตี่ยหนูเค้าชอบฟังไอ้วงที่พี่หาอยู่น่ะ เห็นซื้อเก็บไว้เต็มบ้านเลย เพลงอะไรก็ไม่รู้ฟังไม่เห็นรู้เรื่อง” </strong></span>เธอตอบเซ็งๆ</p>
<p><span style="color: #0000ff;"><strong>“จริงสิ ถ้าพี่จะขอยืมซีดีของวงนี้จากคุณพ่อหนูหน่อยจะเป็นไปได้ไหม”</strong></span> เขาเอ่ยปากแม้คิดว่าคำขอออกจะเกินไปสักหน่อย</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>“โหย ไม่ไหวมั้งพี่พ่อหนูโคตรหวงของสะสมอ่ะ แต่ถ้าพี่อยากได้จริงๆ หนูแอบเอามาก๊อปปี้ให้พี่เอามั้ย แต่ต้องมีข้อแลกเปลี่ยนนา”</strong></span> เธอยื่นข้อเสนอด้วยสายตาเจ้าเล่ห์</p>
<p><span style="color: #0000ff;"><strong>“ยังไงล่ะ พี่อยากได้จริงๆน่ะ ไหนจะให้ทำอะไร”</strong></span> เขาถาม</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>“พี่ซื้อซีดีวง Super Senior ชุดใหม่ให้หนูแผ่นนึงได้ป่ะ หนูโคตรอยากได้แต่ยังเก็บตังค์ไม่ครบซักทีอ่ะ แล้วเดี๋ยวหนูจิ๊กของพ่อมาก๊อปให้ โอเคป่ะ”</strong></span> เธอแย้มข้อแลกเปลี่ยน</p>
<p><span style="color: #0000ff;"><strong>“โธ่เอ๊ยวัยรุ่นไทย หนูเดินไปหยิบมาเลยดีกว่า แล้วหนูจะเอามาให้พี่ได้เมื่อไหร่ล่ะจ๊ะ”</strong></span> เขาโล่งใจในข้อเสนอ</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>“พรุ่งนี้พี่มาเอาที่นี่ได้เลย แต่ซื้อให้หนูวันนี้เลยตกลงไหม”</strong></span></p>
<p>พนักงานสาวไทยใจเกาหลีเดินไปหยิบซีดีวง Super Senior จากชั้นโชว์ที่ตกแต่งอย่างเด่นอลังการและมีเด็กสาววัยรุ่นหลายคนรุมถ่ายรูปกับแผ่นป้ายพลาสติกรูปนักร้องขนาดเท่าตัวจริงตรงกลางร้าน ผมจ่ายเงินค่าซีดี Limited Edition เกือบแปดร้อยบาทซื้อมันให้กับเธอ ใจหนึ่งก็กังวลเล็กน้อยว่างานนี้จะโดนเด็กหลอกหรือเปล่า หากวันพรุ่งนี้เธอไม่ก๊อปซีดีของพ่อมาให้จะทำยังไงได้ แต่ถึงตอนนี้ก็สายเกินกว่าจะเปลี่ยนใจแล้ว ได้แต่หวังว่าเกาหลีจะมีวัฒนธรรมการรักษาคำพูด เพื่อว่าจะซึมซับมาถึงวัยรุ่นไทยอย่างเธอ เขาขอแลกเบอร์โทรศัพท์กับเด็กสาวคนนั้นไว้เพื่อโทรยืนยันในวันพรุ่งนี้</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>“พี่ปิ๊งหนูอ่ะดิ กะจะโทรจีบหนูใช่ม้า อย่างพี่หนูก็โอนะ มีใครบอกป่ะว่าพี่หน้าคล้ายซีวอน”</strong></span> เธอแหย่เขาระหว่างกดเบอร์โทรเธอลงมือถือเขา</p>
<p><span style="color: #0000ff;"><strong>“เจ้าชู้แต่เด็กนะเรา ไม่โทรไปจีบหรอกน่า อย่าเบี้ยวซีดีพี่ก็แล้วกัน” </strong><span style="color: #000000;">เขาใช้คำว่าเจ้าชู้แม้ในใจนึกถึงคำว่าแรด</span><br />
</span></p>
<p>เด็กสาวกล่าวขอบคุณพร้อมสัญญาว่าจะก๊อปซีดีพ่อมาให้เขาให้จงได้ เธอดูจะดีใจกับซีดีที่เขาซื้อให้ราวกับเด็กได้ของเล่นใหม่ เขานึกขำระหว่างที่ออกจากห้างใหญ่นั้น</p>
<p>มันเป็นเวลาหัวค่ำที่ปรกติเขามักจะเลือกแวะไปนั่งกินดื่มที่ร้านเหล้าประจำใกล้บ้าน หลังจากที่บริษัทที่เขาทำงานอยู่ปิดกิจการไป ไม่นานแฟนสาวที่คบหาดูใจก็เลือกทิ้งชายที่ไม่มีอนาคตอย่างเขาไปมีคนอื่น เขาตั้งใจว่าเมื่อบ้านที่เขาเช่าอยู่หมดสัญญาลงในเดือนหน้า เขาจะย้ายกลับไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่เรียบง่ายกว่าเดิมในชนบท ระหว่างนี้ที่พอจะมีเงินเก็บสะสมอยู่บ้างจากช่วงที่กิจการงานรุ่งเรืองในยุคฟองสบู่ เขาเลือกแลกเปลี่ยนมันกับสุราในยามค่ำคืน เพื่อการเริ่มต้นสิ่งใหม่บางทีเหล้าก็เป็นเครื่องชำระล้างชีวิตหม่นๆ ของเขาได้ดีทีเดียว</p>
<p>เขาไปถึงร้านตอนเกือบสองทุ่ม และเลือกนั่งที่ประจำซึ่งพนักงานร้านแทบจะปักป้ายชื่อเขาไว้ที่โต๊ะอยู่แล้ว พนักงานเอาวิสกี้ของเขาที่เปิดทิ้งไว้ที่ร้านมาให้พร้อมโซดาน้ำแข็ง ร้านยังมีลูกค้าอยู่เพียงไม่กี่คน เขานึกถึงเพลงที่ได้ฟังเมื่อตอนบ่าย กำลังคิดว่าจะลองถามหาจากพนักงานร้านว่าหากที่ร้านมีช่วยเปิดให้ฟังหน่อยได้ไหม แต่ยังไม่ทันเอ่ยปากถามกับใคร เสียงอินโทรที่เขาจดจำได้ดีของเพลงบันไดสู่สรวงสวรรค์นั้นก็เริ่มบรรเลง เขาตกใจเล็กน้อยและหันไปเห็นรอยยิ้มของเจ้าของร้านที่ยืนอยู่ตรงเครื่องเล่นเพลง เขายิ้มตอบก่อนหันมองไปรอบๆ ร้านเพื่อดูปฏิกริยาของลูกค้าโต๊ะอื่นๆ</p>
<p>วินาทีนั้นเขาแอบหวังจะได้เห็นแม่สาวซาตานเจ้าของกีตาร์ตัวนั้นนั่งหลบอยู่มุมใดมุมหนึ่งของร้าน แต่ก็ต้องผิดหวังเมื่อเขาเห็นแต่ลูกค้าที่นั่งกินดื่มและสนทนากันโดยไม่มีใครสนใจฟังเพลงที่กำลังเปิดอยู่นั้นเลย เขายกแก้วเหล้าขึ้นดื่ม หลับตาลงดื่มด่ำกับเสียงดนตรี จินตนาการว่าตัวเองค่อยๆ ก้าวย่างไปบนขั้นบันไดสู่สวรรค์ทีละขั้นๆ</p>
<p><span style="color: #0000ff;"><strong>เขาตัดสินใจได้แล้วว่าควรจะหัดเล่นกีตาร์เพลงอะไรให้เธอฟัง ในอีกสี่สิบวันข้างหน้าที่จะได้พบกัน</strong></span></p>
<p><span style="color: #0000ff;"><span style="color: #000000;">&#8230;</span></span></p>
<p><strong>=== โปรดติดตามตอนจบ หากคิดว่าน่าติดตาม ===</strong></p>
<blockquote><p><span style="text-decoration: underline;"><strong>หมายเหตุท้ายตอน</strong></span></p>
<ul>
<li>คลิปวิดีโอเพลง Stairway to Heaven หากขี้เกียจหาในกูเกิ้ลแบบเขาในเรื่อง<strong><strong> <a href="http://www.youtube.com/watch?v=w9TGj2jrJk8" target="_blank">คลิกดูได้ที่นี่</a></strong></strong></li>
<li>เรื่องราวเกี่ยวกับวง Led Zeppelin (since 1968)<strong><strong> <a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Led_Zeppelin" target="_blank">อ่านได้ที่นี่</a></strong></strong></li>
<li>เนื้อเพลง Stairway to Heaven และ รูปประกอบ<strong><strong> <a href="http://www.educatepark.com/webboard/select_music_eng.php?request_id=8652" target="_blank">เครดิตจากที่นี่</a></strong><br />
</strong></li>
</ul>
</blockquote>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.somtee.com/crossroads-3/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>มองหวยออนไลน์ผ่านสายตาตี่</title>
		<link>http://www.somtee.com/online_lotto/</link>
		<comments>http://www.somtee.com/online_lotto/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 12 Jan 2010 06:21:22 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Somtee</dc:creator>
				<category><![CDATA[Espresso Confessions.]]></category>
		<category><![CDATA[การพนัน]]></category>
		<category><![CDATA[การเมือง]]></category>
		<category><![CDATA[ความสนุก]]></category>
		<category><![CDATA[สิทธิมนุษยชน]]></category>
		<category><![CDATA[หวยออนไลน์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.somtee.com/?p=639</guid>
		<description><![CDATA[ปัจเจกบุคคลควรมีสิทธิอันชอบธรรมในการใช้ชีวิตด้วย “ความสนุก” ตามเจตจำนงค์อิสระของตนเอง แต่ไม่ได้หมายรวมถึงสิทธิอันไม่จำกัดที่กระทบต่อคนร่วมสังคมเช่น ตดในลิฟท์ คายหมากฝรั่งบนฟุตบาธ โทรศัพท์ในโรงหนัง]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<blockquote><p>&#8220;ฝนเอยฝนตก นายกได้ใจ ล้มหวยออนไลน์ ท่านเอาแต่ใจรู้มะ?<br />
แล้วพอน้ำแห้ง เสื้อแดงได้ท่า กรูกันออกมา เพราะว่าได้เปิดประเด็น<br />
ล้มหวยเซงจังเลยเจ้ามือคงดีใจ ล้มแล้วกรูกำไรทันที<br />
ล้มแล้วได้อะไร ประหลาดใจเต็มที Loxley อารมณ์ดีครื้นเครง&#8221;</p>
<p>(โปรดร้องด้วยทำนองเพลง <strong>“คางคกร่าเริงเลย”</strong> ของวง <strong>“นูโว”</strong> สำหรับใครที่เกิดไม่ทันให้เปิดช่อง <strong>“มะจัง”</strong> ทางเคเบิ้ลเถื่อนเพื่อฝึกก่อน)</p></blockquote>
<p>เห็นข่าว(ดี?)รับปีใหม่ของทั่นนายกอภิสิทธิ์เรื่องโครงการล้มหวยออนไลน์ (การล้มโครงการก็นับเป็นโครงการอย่างหนึ่งนะ) ผ่านทางสื่อต่างแขนงแล้วก็พาลหงุดหงิดใจพิกล ยิ่งได้เห็นสีหน้าแววตาและฟังน้ำเสียงที่มุ่งมั่นของทั่นด้วยแล้ว ยิ่งรู้สึกว่างานนี้คงมิใช่เป็นเพียง <span style="color: #0000ff;"><strong>“การกลับไปศึกษาถึงความเป็นไปได้ในการที่จะล้มโครงการ”</strong></span> อย่างที่ทั่นว่าเสียแล้ว แต่ดูเหมือนงานนี้มันคือการ <span style="color: #0000ff;"><strong>“ประกาศเจตนารมย์อย่างโจ๋งครึ่ม”</strong></span> เสียมากกว่า</p>
<p>ก่อนอื่นขอออกตัวเอี๊ยดก่อนว่า ผมเป็นไม่ซื้อล็อตเตอรี่ เล่นหวยใต้ดินบ้างนานๆ ครั้ง (ความถี่ไม่เกินปีละหนเห็นจะได้) แต่โตพอที่จะรู้ว่าซื้อล็อตเตอรี่(เกินราคา)และแทงหวยใต้ดิน(แบบไม่ต้องจ่ายเงินสด)ได้ที่ไหน ของพรรค์นี้อยู่ใกล้ตัวเราจะตาย นั่งกินก๋วยเตี๋ยวริมทางทีไรก็มีพ่อค้าแม่ขายมาไดเร็กท์เซลกันถึงหน้าชาม ส่วนเจ้ามือหวยเถื่อนก็เหมือนอากาศ <span style="color: #0000ff;"><strong></strong></span></p>
<p><span style="color: #0000ff;"><strong>&#8220;แม้เราจะไม่เคยเห็นเขา แต่ไม่ได้หมายความว่าเขาไม่มีอยู่จริง&#8221;</strong></span></p>
<p>วันนี้จึงขอเขียนถึงมุมมองผมต่อโครงการหวยออนไลน์(ล้มลุก)เสียหน่อย ก่อนอื่นขอทำความเข้าใจตรงกันสำหรับผู้ที่หลงมาอ่าน ดังนี้</p>
<ul>
<li> ความเห็นต่อไปนี้ไม่ครอบคลุมถึงมุมมองด้านการคอรัปชั่นหรือผลประโยชน์เบื้องหลังใดๆ ทั้งสิ้น</li>
<li>และแน่นอนไม่รวมเอามุมมองต่อเกมการเมืองหรือคะแนนนิยมของรัฐบาลและแรงเสียดทานจากฝ่ายต่อต้านรัฐบาลเช่นกัน</li>
<li> ผมไม่ได้ถือศีล 5 ไม่ได้ศึกษาธรรมะในพระพุทธศาสนาเท่าไรนัก ดังนั้นความเห็นนี้ขอข้ามประเด็นดังกล่าวไปด้วย</li>
</ul>
<p><span style="color: #0000ff;"><span style="text-decoration: underline;"><strong>สิทธิมนุษยชนในการเล่นหวย</strong></span></span></p>
<p>ผมว่าคนเราควรมีสิทธิโดยชอบธรรมที่จะเล่นหวยนะ ไม่ว่าหวยออนไลน์หรือออฟไลน์ บนดินใต้ดิน(หรือแม้กระทั่งลอยฟ้า) ตราบใดที่ไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อนหรือกระทบสิทธิของผู้อื่น (เช่นปล้นจี้คนอื่นเอาตังค์มาแทงหวย) ไม่ต่างจากการกินเหล้าหรือแม้กระทั่งเมายา(A-Z) พนันฟุตบอล หรือตั้งวงเล่นป๊อกเด้งกินตังค์กับเพื่อน เหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งที่มนุษย์เราทุกคนสามารถเลือกได้ด้วยตัวของเขาเอง คำกล่าวอ้างว่า <span style="color: #0000ff;"><strong>“อบายมุข”</strong></span> นั้นทำหน้าที่เตือนสติและชี้ให้เห็นโทษ แต่มิได้มีหน้าที่ บังคับขู่เข็ญดั่งผู้คุมโหดกระทำต่อนักโทษที่แตกแถวจากเส้นทางที่สังคมว่าดี</p>
<p>แม่ผมชอบแทงหวย เห็นแกโทรไปแทงกับ <span style="color: #0000ff;"><strong>“คนที่ผมไม่รู้ว่าใคร”</strong></span> อยู่ประจำ แต่แกเล่นเอาสนุกไม่หวังรวย นานๆ ทีที่ผมนึกครึ้มก็ใส่ไปมั่วๆ บ้าง ให้แกตีฝันเป็นตัวเลขบ้าง แทงดูห้าสิบร้อยนึง ได้ก็ไม่รวยขึ้นเสียก็ไม่จนลงกว่านี้หรอก ที่ได้มาคือความสนุกและตื่นเต้นเวลาฟังผลและพูดคุยสนทนากันในบ้าน เหมือนเวลาดูละครน้ำเน่าแล้วเอามาคุยกันนั่นแหละ หากจะเรียกมันว่า <span style="color: #0000ff;"><strong>“ความสุข”</strong></span> ก็เกรงว่าผู้เชี่ยวชาญด้านศาสนาจะย้อนแย้งว่าไม่ใช่ <span style="color: #0000ff;"><strong>“ความสุข”</strong></span> ที่แท้จริง<br />
<strong></strong></p>
<p><span style="color: #0000ff;"><strong>ขอเลี่ยงไปใช้คำว่า “ความสนุก” ก็แล้วกัน</strong></span></p>
<p>ผมเชื่อว่าคนส่วนใหญ่ใช้ชีวิตเพื่อแสวงหา <span style="color: #0000ff;"><strong>“ความสนุก”</strong></span> บางคนเล่นหวยไม่สนุก ก็เล่นพนันบอล เล่นไพ่ เล่นไฮโลโปถั่ว เล่นยาปาร์ตี้ เล่นถ่ายคลิปลับส่วนตัว เล่นเกมส์ออนไลน์ เล่นไฮไฟว์เฟซบุ๊คทวิตเตอร์ ฯลฯ เหล่านี้ปัจเจกบุคคลควรมีสิทธิอันชอบธรรมในการใช้ชีวิตด้วย <span style="color: #0000ff;"><strong>“ความสนุก”</strong></span> ตามเจตจำนงค์อิสระของตนเอง แต่ไม่ได้หมายรวมถึงสิทธิอันไม่จำกัดที่กระทบต่อคนร่วมสังคม เช่น <span style="color: #000000;">ตดในลิฟท์ คายหมากฝรั่งบนฟุตบาธ โทรศัพท์ในโรงหนัง กระทั่งลักวิ่งชิงปล้นฆ่าข่มขืน</span> ซึ่งมันสร้างความเดือดร้อนให้คนอื่นเขา <span style="color: #0000ff;"><strong>“ไม่สนุกด้วย”</strong></span></p>
<p>ยิ่งไปกว่านั้น ผมว่าคนรักสนุกทั้งหลาย ก็ควร<span style="text-decoration: underline;">ยืดอกรับผลที่อาจตามมา</span>ตามกฏเกณฑ์ของสังคม(ที่อาจยุติธรรมหรือไม่ยุติธรรมสำหรับคุณ)ด้วย คุณเล่นไพ่/ไฮโล/จัดปาร์ตี้ยากันในบ้านก็ต้องพร้อมรับโทษหลังจากวิ่งแจ้นหนีตำรวจแล้วไม่รอดแบบในรายการคดีเด็ด หรือคุณแทงม้าแทงบอลแทงหวยก็ต้องก้มหน้ารับชะตาเข็ญที่เลือกเองโดยไม่มีข้ออ้างยามสิ้นเนื้อประดาตัว ในเมื่อเราต่างเลือกใช้ชีวิตของเราเอง</p>
<p><strong><span style="color: #0000ff;">กล้า “รักสนุก” ต้องพร้อมรับ “ทุกข์ถนัด” สิจริงไหม</span></strong></p>
<p><img class="alignnone size-medium wp-image-640" title="lotto" src="http://www.somtee.com/wp-content/uploads/2010/01/lotto-300x225.jpg" alt="lotto" width="300" height="225" /></p>
<p>หวยออนไลน์สำหรับผมจึงหลุดไปจากมิติของ <span style="color: #0000ff;"><strong>“ความถูกผิดเชิงศีลธรรม”</strong></span> โดยสิ้นเชิง ด้วยเหตุที่ว่า หวยใต้ดินมีอยู่แล้ว ซึ่งหากถูกศีลธรรมก็ควรแก้กฏหมายให้การเป็นเจ้ามือหวยและการแทงหวยใต้ดินถูกกฏหมายเสีย หรือหากผิดศีลธรรมระดับที่ไม่อาจปล่อยไว้ก็ควรปราบปรามเสียให้สิ้น บีบช่องทางความสนุกของผู้คนให้แคบลงและหันไปสนุกกับเรื่องอื่นๆ แทน</p>
<p>เร็วๆ นี้ลูกค้าวัยเรียนที่ร้านผม มาชวนผม<span style="color: #000000;">แทงพนันบอลผ่านอินเตอร์เน็ต</span> และไล่รายชื่อให้ดูหลายที่ทั้งไทยและต่างประเทศ ผมขำขื่นกับคำกล่าวอ้างของผู้ใหญ่ในสังคมที่บอกว่าหวยออนไลน์จะเป็นการมอมเมาเยาวชน<span style="color: #000000;"><strong> </strong></span></p>
<p><span style="color: #0000ff;"><strong>ผมจินตนาการเห็นภาพผู้ใหญท่านนั้นกำลังดูม้วนวิดีโอโป๊ กดปุ่มกรอกลับไปกลับมาแล้ววิเคราะห์ข้อเสีย ขณะที่เยาวชนไทยโหลดหนังโป๊ระดับบลูเรย์มาเก็บเต็มฮาร์ดดิสก์</strong></span></p>
<p>ผมจึงมองว่าโครงการหวยออนไลน์ เป็นแค่<span style="text-decoration: underline;">การลงทุน</span>อย่างหนึ่งของรัฐบาลเพื่อหาเงินเข้ามาใช้บริหารราชการแผ่นดิน(ก็เหมือนกับล็อตเตอรี่กระดาษนั่นแหละ) ตรงนี้เป็นแก่น ที่โดนพอกโปะด้วยเปลือกและคราบสกปรกมากมายเช่น ปัญหาล็อตเตอรี่เกินราคา ปัญหาหวยใต้ดิน ปัญหาผู้จำหน่ายคนพิการ ปัญหาผลประโยชน์การเมืองทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลัง<br />
หากกลับมามองแค่แก่น (การลงทุนเพื่อหาเงิน) การทำการตลาดด้วยผลิตภัณฑ์ใหม่อย่างหวยออนไลน์ของรัฐ ก็น่าจะเป็นคู่แข่งที่สมน้ำสมเนื้อหน่อยกับหวยใต้ดินที่เป็นเจ้าตลาดมานานโข ไม่ต้องเสียเวลาแนะนำผลิตภัณฑ์ให้เหนื่อยด้วย <strong></strong></p>
<p><strong><span style="color: #0000ff;">แม่ผมแทงหวยเป็นกันอยู่แล้ว สอนแกแค่วิธีกดก็พอ</span></strong></p>
<p>หวยออนไลน์สำหรับผม มันไม่ใช้ฮีโร่ที่จะมาแก้ปัญหาเปลือกๆ ที่มันไม่ได้สร้างเช่น <span style="color: #0000ff;"><strong>“การโก่งราคาสลากเกินจริง” “อบายมุขกับเยาวชน” </strong><span style="color: #000000;">หรือแม้แต่</span><strong><span style="color: #000000;"> </span>“ความเชื่อทางพุทธศาสนา”</strong></span> การทำคลอดหรือทำแท้งหวยออนไลน์จึงเป็นแค่คำถามว่า รัฐบาลมีช่องทางหาเงินเข้าประเทศแบบที่ไม่ต้องกู้หนี้ยืมสินจากต่างประเทศ จะเอาหรือไม่เอาเท่านั้นเอง เป็นแค่จุดเริ่มต้น เส้นทางที่คนเขารอดูกันน่าจะเป็นการใช้จ่ายเงินที่ได้มามากกว่า</p>
<p><span style="color: #0000ff;"><strong>ถ้าเอามาเป็นกระเป๋าตังค์คอยให้ผอ.กองสลากเดินควักจ่ายๆ นอกระบบเพียงหวังคะแนนเสียง ก็จบข่าว ว่าไหม?<br />
</strong></span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.somtee.com/online_lotto/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ซาตานที่สี่แยก : ตอนที่ 2 – ซีดีแผ่นคู่(จากนรก?)</title>
		<link>http://www.somtee.com/crossroads-2/</link>
		<comments>http://www.somtee.com/crossroads-2/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 29 Dec 2009 16:38:08 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Somtee</dc:creator>
				<category><![CDATA[ซาตานที่สี่แยก]]></category>
		<category><![CDATA[robert johnson]]></category>
		<category><![CDATA[กีตาร์]]></category>
		<category><![CDATA[ซาตาน]]></category>
		<category><![CDATA[ดนตรี]]></category>
		<category><![CDATA[เรื่องสั้น]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.somtee.com/?p=622</guid>
		<description><![CDATA[..เธออาจค้นหาชื่อนามสกุลและภาพถ่ายของเขาได้จากอินเตอร์เน็ตแม้เขาไม่ใช่ดาราหรือคนดัง แต่ไม่มีทางเลยที่จะเป็นภาพของเขาสะพายกีตาร์ตัวนั้นและกำลังเล่นมันอย่างได้อารมณ์ขณะถูกลั่นชัตเตอร์]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>&#8230;</p>
<blockquote><p><img class="alignnone size-medium wp-image-625" title="Crossroads" src="http://www.somtee.com/wp-content/uploads/2009/12/Crossroads-294x300.jpg" alt="Crossroads" width="294" height="300" /></p>
<p><strong>I went down to the crossroad<br />
fell down on my knees<br />
I went down to the crossroad<br />
fell down on my knees<br />
Asked the lord above &#8220;Have mercy now,  save poor Bob if you please&#8221;</strong></p></blockquote>
<p>&#8230;</p>
<p>เธอไล่นิ้วไปตามเฟร็ตกีตาร์ตัวเดิมอีกครั้ง คราวนี้เธอเล่นเพลงบลูส์ที่เขาไม่คุ้นหู แม้เสียงร้องเธอจะสดใสคล้ายนักร้องสาวบอสซ่าที่นิยมกันอยู่ช่วงนี้ แต่ท่วงทำนองเพลงกลับแผงไว้ด้วยสำเนียงหม่นเศร้าคล้ายคนผิดหวังในรักเสียมากกว่า ตาของเธอพริ้มหลับจนไม่อาจเดาได้ว่าเธอกำลังรู้สึกเช่นไรในตอนนี้ เขายืนฟังเพลงที่ไม่รู้จักนั้นจนจบ ปรบมือให้กับเธอและเอ่ยชม</p>
<p><span style="color: #0000ff;"><strong>“เพราะจังเลย เพลงอะไรเหรอครับ”</strong></span></p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>“เพลงเก่ามากแล้วค่ะ ตั้งเจ็ดสิบกว่าปีแล้วล่ะ ชื่อ Crossroad ของ Robert Johnson ค่ะ”</strong></span> เธอตอบ</p>
<p><strong><span style="color: #0000ff;">“โห เจ็ดสิบกว่าปีเลยเหรอ ก่อนพ่อผมเกิดอีกนะเนี่ย ไปขุดมาเล่นได้ยังไงน่ะ” </span></strong>เขาตกใจเล็กน้อยกับอายุอานามของเพลงที่เพิ่งฟัง แม้จะคิดอยู่แล้วว่าเป็นเพลงเก่าแต่ก็ไม่คิดว่าจะเก่าขนาดนั้น</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>“คุณชอบไหมล่ะ นี่แหละเพลงที่ซาตานที่สี่แยกนี้มอบให้กับฉัน”</strong></span> เธอหวนกลับไปพูดถึงเรื่องที่คุยค้างไว้อีกครั้ง</p>
<p><span style="color: #0000ff;"><strong>“ซาตานมอบให้กับคุณ คุณหมายถึงซาตานที่ตรงข้ามกับพระเจ้าน่ะนะ”</strong></span> เขาทวนคำอย่างประหลาดใจ</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>“ก็ไม่รู้หรอกค่ะว่าเขาอยู่ตรงข้ามกับอะไร ชั้นถือพุทธ ไม่รู้เรื่องเทวากับซาตานมากนักหรอกนะ ถ้าพุทธประวัติก็คงพอได้อยู่”</strong></span> เธอตอบทีเล่นทีจริง</p>
<p><strong><span style="color: #0000ff;">“ผมก็ไม่ได้รู้เหมือนกันแหละ ได้ดูแค่จากหนังแผ่นที่ทอมแฮงค์เป็นพระเอกคอยถอดรหัสดาวินชี่น่ะ”</span></strong> เขาเฉลยปูมหลังความรู้หางอึ่งให้เธอรู้</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>“ถ้าคุณชอบมันล่ะก็ ชั้นมีอะไรจะให้คุณด้วยล่ะ”</strong> </span>เธอพูดพลางย่อตัวและล้วงมือลงไปในย่ามที่วางพิงเสาไฟอยู่ตรงพื้น</p>
<p>เธอยื่นกล่องซีดีให้เขาแผ่นหนึ่ง เขารับมาพลิกดูหน้าปกแล้วก็ต้องตกตะลึงอย่างมาก มันเป็นซีดีแผ่นคู่หน้าปกเขียนด้วยลายมือน่ารักแบบเด็กผู้หญิงว่า <strong>&#8220;King Of The Delta Blues Singer Volume I และ II&#8221;</strong></p>
<p>สิ่งที่อยู่บนหน้าปกซึ่งทำเอาเขาอ้าปากค้างและขนลุก คือ<strong> รูปขาวดำภาพของตัวเขาเองสะพายกีตาร์ที่หน้าตาเหมือนกับที่อยู่ในมือเธอตอนนี้ไม่ผิดเพี้ยน หนำซ้ำชื่อของศิลปินบนหน้าปกยังเป็นชื่อ-นามสกุลเต็มๆ ของเขาเสียอีก</strong> (แน่นอนว่าตั้งแต่จำความได้เขาไม่เคยออกอัลบั้มเพลงมาก่อนแน่ๆ)</p>
<p><strong><span style="color: #0000ff;">“เฮ้ยยยยยยย นี่มันอะไรเนี่ย รูปผม ชื่อผมนี่หน่า”</span></strong> เขาหน้าถอดสี อุทานเสียงดัง</p>
<p>เธอยิ้มแทนคำตอบ เขาลังเลใจว่ากำลังเจอผีสาวนักดนตรีหลอกตอนตีสองหรือกำลังอยู่ในความฝันกันแน่ ใจนึงอยากจะโยนซีดีทิ้งและใส่เกียร์หมาวิ่งกลับบ้าน แต่อีกใจกลับอยากทำความรู้จักแม่สาวคนนี้ให้มากกว่านี้ ประกอบกับแข้งขาที่สั่นไหวแม้ไร้เรี่ยวแรงเสียแล้ว เขาจึงหมดทางเลือกจำต้องยืนนิ่งอยู่ตรงที่เดิม เวลาเดียวกันนั้นเธอพริ้มตาลงและเริ่มเล่นกีตาร์อีกครั้ง</p>
<p>หนนี้เป็นครั้งแรกที่เขาไม่มีสมาธิตั้งใจฟังเพลงของเธอ สมองมันตื้อและมึนงงไปหมด ความคิดเรื่องรูปภาพและชื่อของตัวเองบนหน้าปกซีดีที่เธอให้มันวนเวียนในหัว คล้ายดาวบริวารโคจรรอบตัวเขา เป็นไปได้อย่างไรที่เธอจะมีภาพถ่ายของเขา โอเคล่ะ สำหรับยุคสมัยนี้ที่เธออาจค้นหาชื่อนามสกุลและภาพถ่ายของเขาได้จากอินเตอร์เน็ตแม้เขาไม่ใช่ดาราหรือคนดัง แต่ไม่มีทางเลยที่จะเป็นภาพของเขาสะพายกีตาร์ตัวนั้น และกำลังเล่นมันอย่างได้อารมณ์ขณะถูกลั่นชัตเตอร์ เป็นไปได้ไหมว่าเรื่องประหลาดนี้จะเกี่ยวข้องกับ ‘ซาตาน’ ที่เธอเอ่ยถึงเมื่อครู่ คำถามมากมายถาโถมเข้าหาเขาแบบไม่เกรงใจสติปัญญาที่เพิ่งถูกเผาผลาญไปกับแก้วสุราก่อนหน้านั้น</p>
<p><strong>เขานึกถึงคำถามที่เขาถามเธอขำขำว่า <span style="color: #0000ff;">“อย่าบอกนะว่าคุณเป็นซาตาน”</span> แล้วเธอตอบกลับว่า <span style="color: #ff0000;">“แล้วถ้าใช่ล่ะคะ”</span></strong></p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>“แล้วถ้าใช่ล่ะคะ”</strong></span></p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>“แล้วถ้าใช่ล่ะคะ”</strong></span></p>
<p>เสียงและภาพรอยยิ้มแฝงแววเจ้าเล่ห์ของเธอตอนเอ่ยประโยคนั้นหลอนอยู่ในหัวเขา</p>
<p><strong><span style="color: #0000ff;">“หรือเธอจะเป็นซาตานจริงๆ วะเนี่ย ชิบหายแล้วไงแล้วกู”</span></strong> เขาสบถในใจ</p>
<p>…</p>
<p>&#8230;</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>“ไม่ชอบเพลงนี้เหรอคะ”</strong></span></p>
<p>เขาได้สติกลับมาเมื่อได้ยินคำถามของแม่ซาตานสาว เพลงที่เธอเล่นจบแล้วโดยเขาไม่ทันได้ฟังสักแอะ ซีดีแผ่นเดิมยังอยู่ในมือเช่นเดียวกับความตื่นตระหนกที่เกาะแน่นหนึบในใจ เขานึกคำพูดไม่ออก ทั้งที่ไม่กี่นาทีก่อนหน้านี้เขาแอบคิดจะถามชื่อและขอเบอร์โทรศัพท์เธอเพื่อหวังจะสานสัมพันธ์ในอนาคตด้วยซ้ำ มาตอนนี้ความคิดนั้นกลับระเบิดเหมือนลูกโป่งรูปหัวใจถูกปลายเข็มแหลมจิ้ม ขณะที่เธอบรรจงเก็บกีตาร์ลงกล่องและหยิบย่ามผ้าขึ้นมาสะพายเพื่อเตรียมตัวกลับบ้าน (หรือนรกนะ ถ้าเธอเป็นซาตานจริงๆ แน่นอนว่าเขาทิ้งความคิดที่จะไปส่งเธอที่บ้านไปแล้ว)</p>
<p><strong><span style="color: #0000ff;">“คุณจะกลับแล้วเหรอ”</span></strong> เขาถามเสียงอ่อยๆ</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>“ใช่ค่ะ นี่มันก็ดึกมากแล้ว ผู้ฟังคนเดียวของฉันก็เอาแต่เหม่อลอยไม่สนใจฟังเพลงชั้นเลยด้วย”</strong> </span>เธอตอบด้วยสีหน้าและน้ำเสียงงอนนิดๆ</p>
<p><span style="color: #0000ff;"><strong>“ขอโทษครับ ผมมัวคิดอะไรนิดหน่อยน่ะ”</strong></span> เขาเริ่มกล้าคุยกับเธอเหมือนปรกติ ด้วยน้ำเสียงงอนของเธอนั่นเองที่ทำเอาภาพลักษณ์ซาตานหายไป กลับเป็นสาวน่ารักคนเดิมที่เขาอยากรู้จัก</p>
<p><span style="color: #0000ff;"><strong>“คุณชื่ออะไรเหรอครับ”</strong></span> เขาตัดสินใจถามในที่สุด</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>“ชั้นชื่อ‘โซล’ค่ะ ไม่ใช่คนเกาหลีนะคะ โซลในความหมายของแนวเพลงโซลน่ะ”</strong></span> เธอตอบ</p>
<p><span style="color: #0000ff;"><strong>“โซลที่สะกด Soul ที่หมายถึงวิญญาณน่ะเหรอ” </strong></span>เขาถามเกรงๆ</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>“สะกดอย่างนั้นแหละ ส่วนความหมายก็แล้วแต่คุณจะแปลก็แล้วกันค่ะ”</strong></span> เธอยิ้มรับคำถามที่ไม่ใช่มุกตลกของเขา</p>
<p><span style="color: #0000ff;"><strong>“ผมชื่อ.. เอ่อ&#8230;.. แต่คุณคงรู้แล้ว”</strong></span> เขาคิดจะแนะนำตัว แต่เมื่อนึกได้ว่าเธออาจจะรู้จักเขาดีกว่าที่เขาคิดจึงพูดไม่ออก</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>“ชั้นรู้ชื่อคุณแล้วล่ะ ก็อยู่บนปกซีดีนั่นไม่ใช่หรือไง”</strong></span> เธอยิ้มยกนิ้วชี้ขึ้นส่งสัญลักษณ์จุ๊ๆ ที่ปากเหมือนนักมวยเหรียญทองโอลิมปิก นั่นทำเอาเขาเสียวสันหลังวาบอีกหน</p>
<p><span style="color: #0000ff;"><strong>“ผมจะมีโอกาสได้เจอคุณอีกไหมเนี่ย”</strong></span> เขาถามสองจิตสองใจ ด้วยอยากสานสัมพันธ์หากเธอมิใช่ซาตานสาวเจ้าเสน่ห์</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>“แน่ใจนะว่าคุณอยากเจอชั้นอีกน่ะ”</strong></span> เธอถามด้วยน้ำเสียงเจ้าเล่ห์อีกครั้ง</p>
<p><span style="color: #0000ff;"><strong>“เอ่อ……”</strong></span> เขาพูดไม่ออกคล้ายน้ำลายจุกคอ</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>“เอา เป็นว่าคุณกลับไปฟังเพลงในซีดีก่อนก็แล้วกัน เราอาจได้เจอกันอีกหรือไม่เจอกันอีกเลยก็ได้ ตอนนี้ชั้นยังบอกไม่ได้หรอก แต่หวังว่าคุณจะชอบเพลงที่ชั้นเล่นและชอบเพลงในซีดีที่ชั้นให้นะคะ ขอตัวกลับก่อนล่ะ บ๊ายบายนะคะ”</strong></span></p>
<p>เธอบอกลาแล้วหันหลังเดินไปตามถนน ทิ้งให้เขายืนนิ่งตัวแข็งคล้ายหินต้องคำสาปอยู่ ณ ที่ตรงนั้น มองดูเงาของเธอค่อยๆ เลือนหายไปตามความมืดและระยะห่างที่เพิ่มขึ้นตามย่างก้าว ท้องถนนเงียบสงัดราวกับทุกสิ่งหยุดยืนไว้อาลัยแด่ความสัมพันธ์ประหลาดโลกที่เพิ่งผ่านพ้นไปของเธอกับเขา กว่าจะได้สติและคลายมนตราของซาตานสาวก็ปาไปหลายนาทีหลังจากนั้น</p>
<p><strong>ซีดีแผ่นคู่นั้นยังอยู่ในมือของเขาเช่นเดิม</strong></p>
<p><strong>นี่ไม่ใช่ความฝัน และซาตานที่เขาเคยรู้จักในหนังฝรั่งก็ไม่น่ารักเพียงนี้</strong></p>
<p>เขาเดินกลับถึงบ้าน สิ่งแรกที่ทำคือตรงดิ่งไปยังวิทยุ แกะกล่องซีดีนั้นออกแล้วใส่แผ่นลงในเครื่องเล่น หย่อนร่างเหนื่อยล้าเอนหลังลงบนโซฟาตัวโปรด แล้วหลับใหลไปกับเสียงเพลงจากซีดีประหลาดแผ่นนั้นที่ได้รับจากเธอ</p>
<p><strong>=== โปรดติดตามตอนต่อไปหากคิดว่าน่าติดตาม ===</strong></p>
<p>———————————————</p>
<blockquote><p><strong><span style="text-decoration: underline;">หมายเหตุท้ายตอน</span></strong></p>
<p><strong>Robert Johnson</strong> นักดนตรีบลูส์ผิวสีในยุค 1930’s ที่เล่นกีตาร์ไม่ได้เรื่อง แต่กลับเล่นกีต้าร์บลูส์ได้ระดับเทพเจ้าภายในระยะเวลา 40 วันที่เขาหายตัวไป เลื่องลือกันว่าเขาขายวิญญาณให้กับซาตานเพื่อแลกกับความสามารถในการเล่นกีตาร์ อัลบัม <strong>The Delta Blues Singer Volume I และ II</strong> เป็นอัลบั้มที่กล่าวขานกันว่า <strong>“นักดนตรีบลูส์ทุกคนต้องฟัง”</strong> ถูกรวบรวมและวางจำหน่ายในยุค 60’s หลังจากเขาเสียชีวิตกว่ายี่สิบปี <a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Robert_Johnson_%28musician%29" target="_blank">++ อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่ ++</a></p>
<p><img class="alignnone size-medium wp-image-626" title="RobertJohson" src="http://www.somtee.com/wp-content/uploads/2009/12/RobertJohson-210x300.png" alt="RobertJohson" width="210" height="300" /></p>
<p><strong>เพลง Crossroad ของ Robert Johnson</strong> <a href="http://www.youtube.com/watch?v=Yd60nI4sa9A" target="_blank">++ ฟังได้ที่นี่ ++</a><br />
รูปประกอบจาก wikipedia.org</p></blockquote>
<p>———————————————-</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.somtee.com/crossroads-2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ด้วยรัก ความตาย หัวใจอิ่มเอม</title>
		<link>http://www.somtee.com/death_matter/</link>
		<comments>http://www.somtee.com/death_matter/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 22 Dec 2009 17:30:52 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Somtee</dc:creator>
				<category><![CDATA[Espresso Confessions.]]></category>
		<category><![CDATA[Life on Soundtrax.]]></category>
		<category><![CDATA[ความตาย]]></category>
		<category><![CDATA[ภาพยนตร์]]></category>
		<category><![CDATA[หนังสือ]]></category>
		<category><![CDATA[เพลงไทย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.somtee.com/?p=599</guid>
		<description><![CDATA[แม้เราจะกล่าวว่า “ความตาย” เป็น “เรื่องนิดเดียว” แต่คงไม่ได้หมายความว่า “การมีชีวิตอยู่” เป็น “เรื่องใหญ่โต” หรอก ทั้งสองอย่างต่างก็เป็น “เรื่องๆ หนึ่ง” เท่านั้นเอง]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong><span style="color: #0000ff;">[1]</span></strong></p>
<p><strong><span style="color: #0000ff;">[ร้านชำแห่งหนึ่ง]</span></strong></p>
<p>ตีหนึ่งกว่าแล้ว ผมนอนไม่หลับ ใจหนึ่งอยากออกเดินทางสู่แดนฝันแต่ไม่อาจข่มตา ผมตัดสินใจออกเดินทางจากบ้านกลางดึกสงัด เพื่อมุ่งหน้าไปยังร้านชำเล็กๆ แห่งหนึ่งในดินแดนห่างไกล ตามคำแนะนำของเพื่อนหญิงผู้มีศิลปะเจือปนอยู่ในห้วงลมหายใจ</p>
<p>ในเมืองเล็กๆ ซึ่งศาสนาเลือนหายจากสำนึกของผู้คน เมื่อขาดไร้ศีลธรรม การฆ่าตัวตายจึงไม่ผิดบาปต่อมาตรวัดใดๆ ครอบครัวเล็กๆ จึงอาศัยโอกาสทางการตลาดนี้ธุรกิจ ค้าขายความตายแก่ชาวเมืองผู้ปรารถนาจะจบชีวิตระทมของตน ที่แวะเวียนมาเป็นลูกค้าไม่ขาดสาย ด้วยสโลแกนของร้านที่ว่า <strong>“ไม่ตายยินดีคืนเงิน”</strong> คงบอกชัดอยู่แล้วว่าร้านนี้ไม่หวังลูกค้าประจำที่ย้อนมาอุดหนุนเป็นครั้งที่สอง</p>
<blockquote><p><a class='wpaudio wpaudio_readid3' href='http://www.somtee.com/mp3/LittleThing.mp3'>LittleThing.mp3</a></p>
<p>นั่งอยู่คนเดียว มันเปลี่ยว มันเหงา เขาไม่มาสนใจ<br />
ใครจะไปทางไหน สุดแท้แต่ใจเขา<br />
มากมายปัญหา จึงเกิดขึ้นมา โยนไปบนท้องฟ้า<br />
เรา มันแค่ ลูกหมา ตาดำดำ</p></blockquote>
<p><strong>“ร้านชำสำหรับคนอยากตาย”</strong> (Suicide Shop) กิจการเล็กๆ ที่ดำเนินกิจการโดยครอบครัวสกุล “ตูวาช” สองผัวเมียและลูกๆ ทั้งสามคนซึ่งถูกตั้งชื่อตามคนดังในประวัติศาสตร์ที่จบชีวิตด้วยการฆ่าตัวตาย “วินเซนต์” ลูกชายคนโต (แวนโกะห์) “มาริลิน” ลูกสาวคนกลาง (มอนโร) และ “อลัน” ลูกชายคนเล็กที่นิสัยใจคอต่างกับสมาชิกคนอื่นในบ้านจนเป็นเหมือนแกะขาวผู้ร่าเริง อารมณ์สุนทรีย์ มองโลกในแง่งามท่ามกลางแกะดำ</p>
<p><img class="alignnone size-medium wp-image-575" title="SuicideShop" src="http://www.somtee.com/wp-content/uploads/2009/12/SuicideShop-210x300.jpg" alt="SuicideShop" width="210" height="300" /></p>
<p>คงสงสัยใช่ไหมว่า “อลัน” คนไหนในประวัติศาสตร์โลกที่ฆ่าตัวตาย นั่นไม่สำคัญหรอกในเมื่อเขาเป็นเด็กไม่พึงปรารถนาซึ่งเกิดจากความผิดพลาดในการทดสอบสินค้า <strong>“ถุงยางอนามัยสำหรับคนอยากตายด้วยกามโรค”</strong> รอยยิ้มของเขาจึงเสมือนสิ่งไม่เจริญตาแก่พ่อและแม่ เมื่อเทียบกับการมองดูลูกรักอีกสองคน</p>
<blockquote><p>สุดแท้แต่ใจ ของใครจะฝัน อย่ากีดกั้นมันด้วยความรู้สึก<br />
ตรวจตราตรึกตรองด้วยความสำนึก ว่าลึกๆ นั้นเบียดเบียนผู้ใด<br />
และใครๆ ในโลกมันโศกมันเศร้า เราไม่มีกังวล<br />
ทุกข์ที่เราผจญ นั้นเพียงอณู</p></blockquote>
<p>ขณะที่ผมเดินเลือกสินค้าในร้านทีละหน้ากระดาษ ก็ต้องนึกทึ่งกับสินค้าที่ร้านชำนี้จำหน่าย ไม่ว่าจะเป็น “เชือกแขวนคอ” สินค้าเบสต์เซลเลอร์ของร้าน “จูบมรณะ” สู่ความตายอย่างดูดดื่มกับมาริลิน ไปจนถึง “ชุดฮาราคีรี” สำหรับคว้านท้องแบบญี่ปุ่นที่รับประกันความตายด้วยการทำเครื่องหมายกากบาทชี้ตำเหน่งในการเสียบมีดให้ไม่พลาดจุดสำคัญไว้ชัดเจน ระหว่างนั้นเสียงผิวปากเพลง <strong>“Don’t worry be happy”</strong> อย่างอารมณ์ดีของลูกชายคนเล็กแว่วเข้าหู</p>
<p><span style="color: #0000ff;"><strong>ผมหันไปยิ้มให้กับเด็กชายตัวน้อยต้นเสียงตรงมุมหนึ่งของร้าน</strong></span></p>
<blockquote><p>หากเปรียบกับโลกที่ใหญ่เท่าฟ้า<br />
ดวงดารานับพัน จักรวาลยิ่งใหญ่กว่านั้น<br />
ฉันก็ตัวนิดเดียว</p></blockquote>
<p><strong><span style="color: #0000ff;">[2]</span></strong></p>
<p><strong><span style="color: #0000ff;">[เมืองยามางาตะ ชนบทประเทศญี่ปุ่น]</span></strong></p>
<p>“ไดโงะ” อดีตหนุ่มนักเชลโลประจำวงออเครสตร้าในเมืองใหญ่ กลับมายังบ้านเกิดในชนบทหลังจากเจอข่าวร้ายที่ตัวเองต้องตกงาน เขาหวังเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่ปราศจากเสียงดนตรีคลาสสิคด้วยการสมัครงานบริษัททัวร์ แต่กลับต้องอึ้งเมื่อได้รู้ความจริงว่างานใหม่ของเขาไม่ได้เกี่ยวกับการเดินทางปกติ</p>
<p>งานใหม่ของเขากลับกลายเป็นอาชีพคนทำพิธีบรรจุศพคนตาย (“โนคัง”) ซึ่งจะว่าไปแล้วก็เป็นเหมือนไกด์ที่นำเที่ยวคนตายสู่โลกหน้านั่นล่ะ อาชีพไม่พึงปรารถนานักในสายตาผู้คนรอบข้าง แม้ภรรยาคนสวยของเขาจะเข้าใจในห้วงชีวิตยากลำบากของเขาและยินดีที่จะย้ายบ้านจากเมืองใหญ่สู่ชีวิตสมถะในเมืองห่างไกล แต่เขาก็เลือกที่จะปิดบังอาชีพใหม่ของเขาไม่ให้เธอล่วงรู้</p>
<blockquote><p>สุดแท้แต่ใจ ของใครจะฝัน อย่ากีดกั้นมันด้วยความรู้สึก<br />
ตรวจตราตรึกตรองด้วยความสำนึก ว่าลึกๆ นั้นเบียดเบียนผู้ใด<br />
และใครๆ ในโลกมันโศกมันเศร้า เราไม่มีกังวล<br />
ทุกข์ที่เราผจญ นั้นเพียงอณู</p></blockquote>
<p>ผมมีโอกาสได้รู้จักกับไดโงะและติดตามดูการทำงานของเขากับประธานบริษัทผู้เป็นทั้งหัวหน้าและอาจารย์ ในบ่ายวันหนึ่งผ่านทางหน้าจอ หน้าที่ของโนคังเช่นเขาอันที่จริงแล้วควรจะเรียกว่า “งานศิลปะ” แขนงหนึ่งก็ไม่ผิดนัก การทำความสะอาดชำระล้างร่างไร้วิญญาณ เปลี่ยนเครื่องแต่งกายและแต่งหน้าทาปากให้ผู้ล่วงลับ ก่อนที่จะให้ญาติมิตรเข้ามาเคารพและส่งศพสู่การเดินทางล่วงหน้าสู่ดินแดนหลังความตาย</p>
<p><img class="alignnone size-medium wp-image-602" title="Departures" src="http://www.somtee.com/wp-content/uploads/2009/12/Departures-300x228.jpg" alt="Departures" width="300" height="228" /></p>
<p><span style="color: #0000ff;">หากนี่คือ <strong>“พิธีกรรม”</strong> ก็เป็นพิธีกรรมที่เปี่ยมด้วยคุณค่าเชิงศิลปะ</span></p>
<p><span style="color: #0000ff;">หากนี่คือ <strong>&#8220;งานศิลปะ”</strong> ก็เป็นศิลปะที่เปี่ยมด้วยความเคารพนบนอบแด่ผู้ด่วนอำลา</span></p>
<p><span style="color: #0000ff;">และหากนี่คือ <strong>“อาชีพไม่พึงปรารถนา”</strong> เราคงต้องหันมาทบทวน <strong>“ความปรารถนา”</strong> กันเสียใหม่กระมัง</span></p>
<blockquote><p>หากเปรียบกับโลกที่ใหญ่เท่าฟ้า<br />
ดวงดารานับพัน จักรวาลยิ่งใหญ่กว่านั้น<br />
ฉันก็ตัวนิดเดียว</p></blockquote>
<p><span style="color: #0000ff;"><strong>[3]</strong></span></p>
<p><span style="color: #0000ff;"><strong>[โซฟาสีส้มในห้องเล็กๆ ย่านเหม่งจ๋าย]</strong></span></p>
<p>ผมละสายตาจากตัวอักษรในประโยคปิดท้ายเล่มของหนังสือ <strong>“ร้านชำสำหรับคนอยากตาย”</strong> นวนิยายขันขื่นของ “ฌอง เติลเล่” นักเขียนฝรั่งเศส เหลือบมองนาฬิกาบอกเวลาตีสี่กว่าเข้าไปแล้ว เวลาแบบนี้คนส่วนใหญ่คงคำนึงถึงการนอนหลับใหลมากกว่ามาใคร่ครวญเรื่องความตาย ผมชื่นชมผู้เขียนที่สามารถเสียดเย้ยเรื่องหนักหนาสาหัสของชีวิตผู้คนได้สนุกและเปี่ยมอารมณ์ขันที่ร้ายกาจอยู่ในที ขณะที่ไม่ลืมจะนึกถึงเรื่องราวความตายในอีกแง่มุมหนึ่งที่พบเจอในภาพยนตร์ญี่ปุ่นเรื่อง <strong>“Departures : The gift of last memories”</strong> ของผู้กำกับ “โยจิโร่ ทาคิตะ”</p>
<blockquote><p>เอาอะไรกันมาก จะเอาอะไรกันมาก<br />
อีกไม่นานก็ตาย อีกไม่นานก็ตาย<br />
เอาอะไรกันมาก จะเอาอะไรกันมาก<br />
อีกไม่นานก็ตาย ตายแค่เรื่องนิดเดียว</p></blockquote>
<p>ในมุมหนึ่งบนหน้ากระดาษ ผู้คนปรารถนาความตายอันสุนทรีย์ของตนเอง ขณะที่อีกฟากฝั่งวัฒนธรรมบนจอเงิน ผู้คนอีกกลุ่มสรรสร้างศิลปะในการเดินทางภายหลังจากนั้น ผมค้นหาซีดีเพลงในบ้าน เพราะนึกอยากฟังเพลงๆ หนึ่งที่นึกถึงและไม่ได้เปิดฟังมาหลายปี</p>
<blockquote><p>อีกไม่นานก็ตาย อีกไม่นานก็ตาย<br />
เอาอะไรกันมาก จะเอาอะไรกันมาก<br />
อีกไม่นานก็ตาย ตายแค่เรื่องนิดเดียว</p></blockquote>
<p><span style="color: #0000ff;"><strong>แม้</strong><strong>เราจะกล่าวว่า “ความตาย” เป็น “เรื่องนิดเดียว” แต่คงไม่ได้หมายความว่า “การมีชีวิตอยู่” เป็น “เรื่องใหญ่โต” หรอก ทั้งสองอย่างต่างก็เป็น “เรื่องๆ หนึ่ง” เท่านั้นเอง</strong></span></p>
<p>==========================================</p>
<p><strong><span style="text-decoration: underline;">หมายเหตุท้ายบันทึก</span></strong></p>
<ul>
<li><strong>“ร้านชำสำหรับคนอยากตาย”</strong> นวนิยายแปลของ ฌอง เติลเล่ สนพ. Freeform</li>
<li><strong>“Departures” </strong>หนังญี่ปุ่นเจ้าของรางวัลออสการ์สาขาภาพยนตร์ภาษาต่างประเทศยอดเยี่ยมปีล่าสุด ชื่อไทย “ความสุขนั้น นิรันดร” <a href="http://www.youtube.com/watch?v=TCJOeRCY33Y" target="_blank">ดูหนังตัวอย่างที่นี่</a></li>
<li>เพลง <strong>“เรื่องนิดเดียว”</strong> ของศิลปินส่งเสริมพุทธศาสนาชื่อกลุ่ม<strong> “เรียนเชิญผู้มีจิตศรัทธา”</strong> ในอัลบั้ม <strong>“เกาะบันไดวัด”</strong></li>
</ul>
<p style="text-align: center;"><img class="size-full wp-image-605 aligncenter" title="เรียนเชิญผู้มีจิตศรัทธา" src="http://www.somtee.com/wp-content/uploads/2009/12/ReanChern.jpg" alt="เรียนเชิญผู้มีจิตศรัทธา" width="200" height="200" /><strong> </strong></p>
<ul>
<li>ชื่อบันทึกวันนี้ ดัดแปลงโดยไม่ขออนุญาตจาก <strong>“ด้วยรัก ความตาย หัวใจสลาย”</strong> ชื่อไทยของนวนิยายแปลของนักเขียนญี่ปุ่น Haruki Murakami เรื่อง “Norwegian Wood” สำนวนแปลของคุณ นพดล เวชสวัสดิ์</li>
</ul>
<p>==========================================</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.somtee.com/death_matter/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>รสนิยมเบียร์ของผู้คนบนดาดฟ้า</title>
		<link>http://www.somtee.com/the-roof/</link>
		<comments>http://www.somtee.com/the-roof/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 18 Dec 2009 19:09:00 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Somtee</dc:creator>
				<category><![CDATA[Life on Soundtrax.]]></category>
		<category><![CDATA[Oasis]]></category>
		<category><![CDATA[Supernova]]></category>
		<category><![CDATA[เบียร์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.somtee.com/?p=586</guid>
		<description><![CDATA[“คุณเลือกมาเที่ยวเมืองไทย ขณะที่คนไทยหยั่งพวกผมทำงานเก็บเงินไปดูจิงโจ้ที่ประเทศคุณ นี่พอจะอธิบายเหตุผลในรสนิยมเบียร์ของพวกเราได้ไหม”]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>…</p>
<p><strong><span style="color: #0000ff;">[4ทุ่มปลายๆ คืนวันพฤหัส 17 ธ.ค. : ถนนข้าวสาร]</span></strong></p>
<p><strong>ผมเดินเตร็ดเตร่ด้วยความบูดเบี้ยวของชีวิตวัย Post-Thirty</strong> เหตุจากหัวค่ำที่ใจพลุ่งพล่านขาดไร้ความสงบนิ่ง การนั่งสมาธิคงไม่เหมาะกับคนห่างไกลศาสนาเช่นผม สุดท้ายการมุ่งหน้าสู่แสงสีกลางเมืองที่ไกลจากบ้านเพื่อพบเจอผู้คนดูคล้ายจะเป็นคำตอบที่แม้ไม่ดีที่สุด แต่ก็นับว่าพอใช้ได้สำหรับโมงยามนั้น</p>
<p>…</p>
<blockquote><p><a class='wpaudio wpaudio_readid3' href='http://www.somtee.com/mp3/ChampagneSupernova.mp3'>ChampagneSupernova.mp3</a></p>
<p><span style="color: #808080;"><strong>How many special people change</strong></span></p>
<p><span style="color: #808080;"><strong>How many lives are living strange</strong></span></p>
<p><span style="color: #808080;"><strong>Where were you when we were getting high?</strong></span></p>
<p><span style="color: #808080;"><strong>Slowly walking down the hall</strong></span></p>
<p><span style="color: #808080;"><strong>Faster than a cannon ball</strong></span></p>
<p><span style="color: #808080;"><strong>Where were you while we were getting high?</strong></span></p></blockquote>
<p>…</p>
<p>เสียงเพลง <strong>“Living on a prayer ของ Bon Jovi”</strong> ในเวอร์ชั่นกีตาร์โปร่งดังขึ้นมาจากดาดฟ้าห้องแถวหนึ่งที่เปิดเป็นผับเล็กๆ ในชื่อ <strong>“The Roof”</strong> คล้ายแม่เหล็กต่างขั้วที่ดึงดูดให้ผมฮัมเพลงพร้อมย่างเท้าขึ้นบันไดสู่ชั้นดาดฟ้าตึก หวังใจจะปลดปล่อยตัวเองไปกับเสียงเพลงและขวดเบียร์</p>
<p>…</p>
<blockquote><p><strong><span style="color: #808080;">Some day you will find me</span></strong></p>
<p><strong><span style="color: #808080;">Caught beneath the landslide</span></strong></p>
<p><strong><span style="color: #808080;">In a champagne supernova in the sky</span></strong></p>
<p><strong><span style="color: #808080;">Some day you will find me</span></strong></p>
<p><strong><span style="color: #808080;">Caught beneath the landslide</span></strong></p>
<p><strong><span style="color: #808080;">In a champagne supernova</span></strong></p>
<p><strong><span style="color: #808080;">A champagne supernova in the sky</span></strong></p></blockquote>
<p><strong><span style="color: #808080;"><img class="size-full wp-image-587 alignnone" title="SuperNova" src="http://www.somtee.com/wp-content/uploads/2009/12/SuperNova.jpg" alt="SuperNova" width="400" height="225" /></span></strong></p>
<p>…</p>
<p>ผมได้ที่นั่งตรงริมระเบียงมุมร้าน บรรยากาศในร้านครึกครื้นและเป็นกันเองด้วยสัดส่วนลูกค้าฝรั่ง:ไทย ที่ 90:10 ลูกครึ่งจีนอย่างผมจึงคล้ายมนุษย์ต่างดาวที่มาเยือนการชุมนุมของเหล่าผู้สนใจเรื่องสิ่งมีชีวิตนอกโลก ผมเหลือบเห็นดาราหนุ่มเจ้าของคลิปหลุดเรทเอ็กซ์ยืนอยู่ตรงหน้าเคาน์เตอร์บาร์ ผมหวนระลึกถึงพฤติกรรมขัดแย้งในตัวเองของเขาคนนั้นจากโฆษณาสองชุดที่เคยได้ดู ชุดแรกผมเห็นเขาในบทผู้น้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้กับชีวิตสมถะ ขณะที่โฆษณาอีกชุดเขากลับเชื้อเชิญให้คนดูร่วมก่อหนี้สินผ่านบัตรเครดิตของสถาบันการเงินชื่อดัง</p>
<p>…</p>
<blockquote><p><strong><span style="color: #808080;">Wake up the dawn and ask her why</span></strong></p>
<p><strong><span style="color: #808080;">A dreamer dreams she never dies</span></strong></p>
<p><strong><span style="color: #808080;">Wipe that tear away now from your eye</span></strong></p>
<p><strong><span style="color: #808080;">Slowly walking down the hall</span></strong></p>
<p><strong><span style="color: #808080;">Faster than a cannon ball</span></strong></p>
<p><strong><span style="color: #808080;">Where were you when we were getting high?</span></strong></p></blockquote>
<p>…</p>
<p>บริกรหิ้วเบียร์ไฮเนเก้นมาเสิร์ฟตรงหน้า ขณะที่ผมจิบเบียร์เยอรมัน ฝรั่งที่นั่งขนาบทุกทิศกลับจิบเบียร์ช้าง เหรียญทองของไทย วินาทีนั้นดวงหน้าของน้าแอ๊ดบาวลอยมาในจินตนาการ พร้อมก๊อปปี้ติดหูจากโฆษณาที่คล้ายจะประณามรสนิยมการดื่มของผม <strong>“คนไทยหรือปล้าวววววว?”</strong></p>
<p>…</p>
<blockquote><p><span style="color: #808080;"><strong>Some day you will find me</strong></span></p>
<p><span style="color: #808080;"><strong>Caught beneath the landslide</strong></span></p>
<p><span style="color: #808080;"><strong>In a champagne supernova in the sky</strong></span></p>
<p><span style="color: #808080;"><strong>Some day you will find me</strong></span></p>
<p><span style="color: #808080;"><strong>Caught beneath the landslide</strong></span></p>
<p><span style="color: #808080;"><strong>In a champagne supernova</strong></span></p>
<p><span style="color: #808080;"><strong>A champagne supernova in the sky</strong></span></p></blockquote>
<p>…</p>
<p>นักดนตรีสดทยอยกระหน่ำทั้งหกสายกีตาร์บรรเลงเพลงโดนใจไม่ขาดสาย</p>
<p><span style="color: #0000ff;"><strong>What a wonderful world</strong></span></p>
<p><span style="color: #0000ff;"><strong>Sweet child o’ mine</strong></span></p>
<p><span style="color: #0000ff;"><strong>This Love</strong></span></p>
<p><span style="color: #0000ff;"><strong>Change the world</strong></span></p>
<p><span style="color: #0000ff;"><strong>Better together</strong></span></p>
<p><span style="color: #0000ff;"><strong>Don’t look back in anger</strong></span></p>
<p><span style="color: #0000ff;"><strong>I’m yours</strong></span></p>
<p><span style="color: #0000ff;"><strong>It’s my life</strong></span></p>
<p><span style="color: #0000ff;"><strong>Imagine</strong></span></p>
<p>แม้จะหลากหลายอารมณ์ ต่างแนวเพลง และต่างยุคสมัย แต่ดูเหมือนบรรดานักดื่มในร้านจะสามารถแหกปากร้องตามได้อย่างไม่ขัดเขิน ผมออกจะประหลาดใจในครั้งแรกที่นึกสงสัย แต่เมื่อนึกได้ว่าตัวผมเองก็เป็นคนหนึ่งที่แหกปากร้องตามไปทุกเพลง ความสงสัยนั้นจึงคลี่คลายลง</p>
<p><strong>ด้วยธรรมชาติของเผ่าพันธุ์ขี้เมาอาจมีเสียงเพลงอยู่ในสายเลือดที่หมุนเวียนรอบกายกระมัง</strong></p>
<p>…</p>
<blockquote><p><strong><span style="color: #808080;">Cos people believe that they&#8217;re</span></strong></p>
<p><strong><span style="color: #808080;">Gonna get away for the summer</span></strong></p>
<p><strong><span style="color: #808080;">But you and I, we live and die</span></strong></p>
<p><strong><span style="color: #808080;">The world&#8217;s still spinning round</span></strong></p>
<p><strong><span style="color: #808080;">We don&#8217;t know why</span></strong></p>
<p><strong><span style="color: #808080;">Why, why, why, why</span></strong></p></blockquote>
<p>…</p>
<p>สองสาวออสซี่นัยน์ตาเจ้าชู้ฉวยโอกาสตอนหนุ่มที่ควงมาลุกไปเข้าห้องน้ำเอ่ยปากชวนผมคุยและชนขวด</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>“คุณมาจากที่ไหน”</strong></span> เธอถาม</p>
<p><strong><span style="color: #0000ff;">“ผมคนกรุงเทพฯนี่แหละ แล้วคุณล่ะ”</span></strong> ผมถามกลับ</p>
<p><strong><span style="color: #ff0000;">“เรามาจากเมลเบิร์น ออสเตรเลีย ยินดีที่ได้พบคุณนะ”</span></strong></p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>“ทำไมคุณดื่มไฮเนเก้นล่ะ คุณรู้ไหมว่าแม่งเป็นเบียร์ขยะสำหรับพวกเราเลยรู้ไหม ห่วยสิ้นดีรสชาติหยั่งกะแดกขี้”</strong></span> เธอพูดด้วยสีหน้าปูเลี่ยนๆ ขณะดูถูกรสนิยมเบียร์ของผม</p>
<p>ผมอึ้งปนขำขื่นเมื่อเห็นขวดเบียร์ช้างในมือเธอทั้งคู่ ก่อนจะตอบกลับเจ็บแสบ</p>
<p><span style="color: #0000ff;"><strong>“มันก็เหมือนกันกับที่พวกคุณชอบดวดเบียร์ช้างนั่นแหละ คุณรู้ไหมผมว่าเบียร์ช้างรสชาติหยั่งกะยาฆ่าแมลง นี่อาจเป็นความซับซ้อนทางวัฒนธรรมน่ะ”</strong></span></p>
<p><span style="color: #0000ff;"><strong>“คุณเลือกมาเที่ยวเมืองไทย ขณะที่คนไทยหยั่งพวกผมทำงานเก็บเงินไปดูจิงโจ้ที่ประเทศคุณ นี่พอจะอธิบายเหตุผลในรสนิยมเบียร์ของพวกเราได้ไหม”</strong></span></p>
<p>เธอทั้งคู่หัวเราะ และชวนผมกระแทกขวดเบียร์ต่างสายพันธุ์อีกครั้ง ก่อนเธอจะเล่าว่าเธอกำลังจะไปเที่ยวเสม็ดพรุ่งนี้ และถามผมว่าอ่าวทับทิมที่เธอจะไปพักโอเคไหม ผมตอบไปว่าก็สงบดีแม้ทรายจะไม่ละเอียดนัก ก่อนจะแนะนำให้เธอลองไป <strong>อ่าวช่อ(ลุงหวัง)</strong> สถานที่โปรดของผมให้เธอลองไปดู</p>
<p>…</p>
<blockquote><p><strong><span style="color: #808080;">How many special people change</span></strong></p>
<p><strong><span style="color: #808080;">How many lives are living strange</span></strong></p>
<p><strong><span style="color: #808080;">Where were you when we were getting high?</span></strong></p>
<p><strong><span style="color: #808080;">We were getting high</span></strong></p>
<p><strong><span style="color: #808080;">We were getting high</span></strong></p>
<p><strong><span style="color: #808080;">We were getting high</span></strong></p>
<p><strong><span style="color: #808080;">We were getting high</span></strong></p></blockquote>
<p>…</p>
<p>บทสนทนาของเราจบลงเมื่อแฟนหนุ่มของเธอกลับมาที่โต๊ะ เสียงกีตาร์เพลงโปรดของ OASIS <strong>“Champagne Supernova” </strong>จากเวทียังคงล่องลอยไปทั่วบริเวณ</p>
<p><strong>ผมกระดกเบียร์และร้องตาม ใจพลางสงสัยว่าขณะที่ผมเมามายอยู่ตรงมุมระเบียงแห่งนี้ เธอคนนั้นที่ผมคิดถึงจะล่องลอยสูงสุดท้องฟ้าไกลห่าง ราว Supernova ที่ผมได้แต่เงยมองอยู่หรือไม่?</strong></p>
<p>…</p>
<p><span style="color: #333333;">==================================</span></p>
<p><span style="color: #333333;"><strong>เพลง “Champagne Supernova” ของ OASIS จากอัลบั้ม What’s the story, Morning Glory.</strong></span></p>
<p><span style="color: #333333;"><strong>บันทึกวันนี้แด่ค่ำคืนบนดาดฟ้า “The Roof” ถนนข้าวสาร</strong></span></p>
<p>==================================</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.somtee.com/the-roof/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>5</slash:comments>
<enclosure url="http://www.somtee.com/mp3/ChampagneSupernova.mp3" length="3603984" type="audio/mpeg" />
		</item>
		<item>
		<title>ซาตานที่สี่แยก : ตอนที่1 &#8211; ถนนนี้กลับบ้าน</title>
		<link>http://www.somtee.com/crossroads-1/</link>
		<comments>http://www.somtee.com/crossroads-1/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 18 Dec 2009 15:46:59 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Somtee</dc:creator>
				<category><![CDATA[ซาตานที่สี่แยก]]></category>
		<category><![CDATA[กีตาร์]]></category>
		<category><![CDATA[ซาตาน]]></category>
		<category><![CDATA[ดนตรี]]></category>
		<category><![CDATA[เรื่องสั้น]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.somtee.com/?p=578</guid>
		<description><![CDATA[หากโลกนี้พลิกกลับตาลปัตรให้ผู้หญิงหัดเล่นกีตาร์เพื่อจีบผู้ชายแล้วล่ะก็ เสียงเพลงของเธอที่ตรงสี่แยกนั้นจะได้รับความรักจากเขาเป็นแน่]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>&#8230;</strong></p>
<p><strong>หลังจากวันที่เขาพบว่าความสุขในการทำงานที่เคยทำของตัวเองลดน้อยลง</strong> ความสุขที่เคยมีให้กับคนในครอบครัวของเขาลดน้อยลง และความสุขที่ตัวเขาเองมีเริ่มน้อยลง เขาเลือกแก้วเหล้าเป็นดั่งจิตแพทย์ส่วนตัวเพื่อบำบัดรักษาอาการเสื่อมถอยของความสุขให้ตนเองทุกค่ำคืน</p>
<p>ในค่ำคืนหนึ่งที่เขาเมามายจากการจ่อมจมตัวเองอยู่หน้าเคาน์เตอร์บาร์ในร้านเหล้าเล็กๆ ที่ป้ายชื่อเก่าจนแทบอ่านไม่ออก สะกดด้วยภาษาอังกฤษวิบัติว่า <strong>“Happyness”</strong> ราวกับจะสะท้อนถึงความสุขฉาบฉวยและดูปลอมๆ ที่เขาได้รับผ่านการกรอกน้ำเมาหลากหลายขนานลงคอตั้งแต่ช่วงค่ำจนถึงเวลาที่ร้านปิด</p>
<p>สมัยยังเด็กเขาเคยขำกับคำโฆษณาของเบียร์ยี่ห้อหนึ่งที่อวดอ้างว่าเป็น <strong>“ความสุขที่คุณดื่มได้”</strong> มาถึงวันนี้เขากลับต้องขำตัวเองที่ตกเป็นทาสความสุขชั่วครั้งชั่วคราวที่เคยเหยียดหยันในวัยเยาว์</p>
<p>เขาจ่ายเงินแก่บริกรท่าทางง่วงนอนที่รอคอยเก็บสตางค์ลูกค้ารายสุดท้ายโดยไม่ลืมที่จะทิปตอบแทนการอยู่รอคอยลูกค้านั่งนานอย่างเขา เด็กสาวพยายามปิดบังอาการง่วงและยิ้มรับ เขาลุกจากที่นั่นและออกเดินกลับบ้านที่ห่างไปไม่ไกล</p>
<p>การเดินเท้ากลับบ้านในยามค่ำคืนเป็นสิ่งหนึ่งที่เขาชอบแม้หลายคนอาจมองว่าเป็นอันตราย แต่ย่างก้าวบนเส้นทางเงียบสงบกลับสู่บ้านเป็นเหมือนการใคร่ครวญชีวิตในหนึ่งวันของเขาที่ผ่านมา เขาฮัมเพลง <strong>“ถนนนี้กลับบ้าน”</strong> เพลงไทยในยุคเก่าของวงแมคอินทอช อยู่ในใจคล้ายการฟังวอล์กแมน นานเท่าไหร่แล้วที่เขาเฉยชาต่อเรื่องราวของโลกที่ดำเนินอยู่ ต่อข่าวพาดหัวบนหน้าหนังสือพิมพ์รายวัน ต่อราคาน้ำมันทองคำและดัชนีตลาดหุ้น ต่อข่าวฉาวดารานักร้อง ต่อความวุ่นวายและแย่งชิงอำนาจทางการเมือง</p>
<p>ตรงสี่แยกแห่งนั้น เขาเห็นเธอสะพายกีตาร์โปร่งยืนพิงเสาไฟ เสียงเพลงคลาสสิค <strong>“A Lover’s Concerto”</strong> ของบาค พริ้วไหวล่องลอยมาตามทางเดินร้างผู้คนบนถนนกลับบ้านเส้นเก่าด้วยสำเนียงกีตาร์เสนาะหู แม้เขาไม่ได้รู้ในศาสตร์และศิลป์ของกีตาร์มากไปกว่าการใช้ชีวิตวัยรุ่นเพียงช่วงหนึ่งกับการหัดเล่นมันเพื่อหวังใช้จีบสาวร่วมรุ่นที่เขาตกหลุมรักเหมือนเช่นเด็กหนุ่มทั่วไป แต่เขาก็รู้ได้จากการฟังว่าฝีมือกีตาร์ของเธอจัดว่ายอดเยี่ยมมาก เยี่ยมในระดับที่เขาอาจต้องใช้เวลาทั้งชีวิตฝึกฝนจึงจะเทียบได้</p>
<p><strong>หากโลกนี้พลิกกลับตาลปัตรให้ผู้หญิงหัดเล่นกีตาร์เพื่อจีบผู้ชายแล้วล่ะก็ เสียงเพลงของเธอจะได้รับความรักจากเขาเป็นแน่</strong></p>
<p><strong><img title="guitar" src="http://www.somtee.com/wp-content/uploads/2009/12/guitar.jpg" alt="guitar" width="310" height="232" /></strong></p>
<p>เขาหยุดยืนตรงหน้าห่างเธอไม่กี่ก้าว ได้เห็นใบหน้าเจ้าของเสียงเพลงนั้นชัดเจนขึ้นใต้แสงไฟถนน ผมยาวของเธอถูกรวบแบบลวกๆ ดวงหน้าเธอทำให้เขาย้อนคำนึงถึงรักแรกในสมัยเด็ก นักเรียนหญิงร่วมชั้นที่เขาแอบปลื้มและเป็นแรงขับให้เขาหัดเล่นกีตาร์เพื่อหวังชนะใจเธอ</p>
<p>เขาหูแว่วเหมือนจะได้ยินเสียงกีต้าร์สี่คอร์ดเพลง <strong>“ได้อย่างเสียอย่าง”</strong> ของอัสนี-วสันต์ ที่เขาหัดเล่นเป็นเพลงแรกด้วยเหตุผลค่อนข้างงี่เง่าเพียงเพราะว่ามันเป็นเพลงที่ใช้คอร์ดง่ายๆ สำหรับมือใหม่ มีแค่ <strong>C Am Dm G7</strong> สี่คอร์ดเท่านั้น สมัยนั้นเขาไม่เดียงสาต่อเนื้อหาเพลงว่าความหมายของเพลงมันช่างไม่ได้เหมาะในการใช้เล่นจีบสาวแม้แต่น้อย</p>
<p><strong><span style="color: #0000ff;">“คุณเล่นกีตาร์เก่งจัง เพลงเพราะมากเลยครับ” </span></strong>เขาได้สติ ปรบมือและเอ่ยปากชมฝีมือกีตาร์ของสาวน้อยที่สี่แยกหลังจากจบการบรรเลงเพลง</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>“ขอบคุณค่ะ คุณอยากฟังเพลงอะไรหรือเปล่า ขอได้นะคะ”</strong></span> เธอยิ้มตอบและเอ่ยปากถาม</p>
<p><span style="color: #0000ff;"><strong>“ผมไม่ค่อยรู้เรื่องเพลงนักหรอก ยิ่งเพลงคลาสสิคแบบที่คุณเล่นเมื่อกี้ผมก็แค่บังเอิญรู้จักจากหนังฮ่องกงเรื่องนึงที่เคยดูเท่านั้นเอง ไม่รู้จะขอเพลงอะไร” </strong></span>เขาตอบแบบไม่วางฟอร์มว่ารู้เรื่องเพลงคลาสสิคที่เขาไม่สันทัดแม้เพียงนิด ไร้ประโยชน์จะแสร้งทำเป็นชายผู้ปราดเปรื่องกับเธอผู้นี้</p>
<p><strong><span style="color: #ff0000;">“งั้นฉันเลือกเล่นเพลงนี้ให้คุณแล้วกัน”</span></strong> เธอเอ่ยด้วยรอยยิ้ม แล้วเริ่มบรรจงพรมนิ้วลงบนสายทั้งหก คราวนี้เธอเล่น “ถนนนี้กลับบ้าน” ของวงแมคอินทอชที่เขาเพิ่งฮัมไปก่อนหน้านี้ เขาแปลกใจที่เธอสามารถร้องและเล่นเพลงนี้ได้ เพราะด้วยวัยที่ไม่ได้เกิดร่วมสมัยกับเพลงนี้ ขนาดเขาเองได้ฟังบ่อยๆ สมัยเด็กยังจำเนื้อร้องได้ผิดๆ ถูกๆ ด้วยซ้ำ เขาตกใจเล็กน้อยกับเพลงที่เธอเลือกเล่น เธอรู้ได้ยังไงว่าเขากำลังนึกถึงเพลงนี้อยู่ หรือเธอจะสามารถอ่านความคิดของคนอื่นได้กันแน่นะ</p>
<p><strong><span style="color: #808080;">ถนน ถนนนี้กลับบ้าน หนทางที่ผ่านจะไปบ้านของเรา</span></strong></p>
<p><strong><span style="color: #808080;">แม่ไก่บ้านฉันมันออกไข่ทุกวัน ส่วนหมูบ้านฉันมันตัวอ้วนน่าดู</span></strong></p>
<p><strong><span style="color: #808080;">เจ้าแมวบ้านฉันมันชอบจับหนู นกเขาขันกู่ ทุกครึ่งชั่วโมง</span></strong></p>
<p><strong><span style="color: #808080;">ถนน ถนนนี้กลับบ้าน หนทางที่ผ่านจะไปบ้านของเรา</span></strong></p>
<p><strong><span style="color: #808080;">ถนน ถนนนี้กลับบ้าน หนทางที่ผ่าน จะไปบ้านของเรา</span></strong></p>
<p><strong><span style="color: #808080;">ถนน ถนนนี้กลับบ้าน หนทางที่ผ่านจะไปบ้านของเรา</span></strong></p>
<p>เขาฟังเธอเล่นจนจบ ทึ่งในฝีมือการเล่นกีตาร์ของเธอยิ่งกว่าเพลงแรก แม้จะเป็นโฟล์คซองที่ดูคล้ายเพลงสำหรับมือใหม่หัดเล่น (แน่นอนว่าเพลงนี้ถูกบรรจุอยู่ในหนังสือเพลงสมัยเขาหัดเล่นกีตาร์เสียด้วย) แต่เธอสามารถใส่รายละเอียดและลูกเล่นเทคนิคแพรวพราวจนเพลงมีสีสันและชีวิตชีวาขึ้นมากมาย อย่างที่หากว่าวงแมคอินทอชเจ้าของเพลงได้มาฟังก็ยังต้องประหลาดใจ</p>
<p><strong><span style="color: #0000ff;">“ทำไมคุณเลือกเล่นเพลงนี้ล่ะ”</span></strong> เขาเอ่ยถาม พยายามไม่แสดงสีหน้าแปลกใจให้เห็น</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>“ไม่รู้สิ ก็เราอยู่บนถนน แล้วคุณก็กำลังเดินกลับบ้านมั้ง”</strong></span> เธอตอบยิ้มๆ</p>
<p><span style="color: #0000ff;"><strong>“ก็ถูกนะ แต่ทำไมไม่เป็นเพลงอื่นล่ะ อย่าง Take me home, Country road นั่นก็ถนนกลับบ้านเหมือนกันนี่คุณ”</strong></span> เขาเริ่มถามยวน ในใจยังคงสงสัย</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>“ก็ตอนนี้เราอยู่ชนบทกันเสียที่ไหนล่ะ กลางเมืองออกอย่างนี้ไม่เห็นจะ Country road เลย”</strong></span> เธอให้เหตุผลที่ฟังดูเข้าที แต่ไอ้เพลงถนนที่กลับบ้านที่เธอเล่นมันก็ชนบทยิ่งกว่าอีกนี่หว่า มีหมูหมากาไก่ว่อนในเนื้อเพลงเต็มไปหมด เขานึกขำอยู่ในใจ แต่ไม่อยากต่อล้อต่อเถียงกับเธอแล้ว เธออาจมีเหตุผลที่ไม่อยากให้เขารู้ก็เป็นได้</p>
<p><strong><span style="color: #ff0000;">“คุณเคยได้ยินเรื่องของซาตานที่สี่แยกไหม” </span></strong>เธอถาม</p>
<p><span style="color: #0000ff;"><strong>“คิดว่าไม่เคยนะ ซานต้า ซาตานอะไรจะมาอยู่ที่สี่แยกนี่ อย่าบอกนะว่าคุณเป็นซาตาน” </strong></span>เขาแปลกใจกับคำถามของเธอที่มาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย</p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>“แล้วถ้าใช่ล่ะคะ”</strong></span> เธอยิ้มแล้วเริ่มขยับนิ้วเล่นกีตาร์เพลงต่อไป</p>
<p><span style="color: #333333;"><strong>=== โปรดติดตามตอนต่อไปหากคิดว่าน่าติดตาม ===</strong></span></p>
<p>&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;</p>
<p><span style="text-decoration: underline;"><span style="color: #333333;"><strong>หมายเหตุท้ายตอน</strong></span></span></p>
<ul>
<li><span style="color: #333333;"><strong>เนื้อเพลง &#8220;ถนนนี้กลับบ้าน&#8221; ของวง &#8220;แมคอินทอช&#8221;  อัลบั้ม</strong></span><strong>วันนี้ยังมีเธอ (พ.ศ.2526) <a title="เครดิตจากที่นี่" href="http://wapedia.mobi/th/%E0%B9%81%E0%B8%A1%E0%B8%84%E0%B8%AD%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%AD%E0%B8%8A_%28%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%94%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%B5%29" target="_blank">เครดิตที่นี่</a><br />
</strong></li>
</ul>
<ul>
<li><span style="color: #333333;"><strong>A Lover&#8217;s Concerto อยู่ในหนังฮ่องกงเรื่อง <a title="&quot;Anna Magdalena&quot; ขื่อไทย &quot;หัวใจเธอ หัวใจเรา หัวใจเขา&quot;" href="http://en.wikipedia.org/wiki/Anna_Magdalena" target="_blank">&#8220;Anna Magdalena&#8221; ขื่อไทย &#8220;หัวใจเธอ หัวใจเรา หัวใจเขา&#8221;</a></strong></span></li>
</ul>
<p><span style="color: #333333;">&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;&#8212;-</span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.somtee.com/crossroads-1/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>3</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>We sing, we dance, we leave things behind.</title>
		<link>http://www.somtee.com/moon_rising/</link>
		<comments>http://www.somtee.com/moon_rising/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 11 Dec 2009 05:53:56 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Somtee</dc:creator>
				<category><![CDATA[Life on Soundtrax.]]></category>
		<category><![CDATA[loveseat]]></category>
		<category><![CDATA[Moderndog]]></category>
		<category><![CDATA[สมทัศน์]]></category>
		<category><![CDATA[อกหัก]]></category>
		<category><![CDATA[เวลา]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.somtee.com/?p=567</guid>
		<description><![CDATA[ท่ามกลางความมึนแอลกอฮอล์ของผมและความเมาขี้ตาของเธอ 
เราแหกปาก เต้นรำสเต็ปมั่วซั่ว และปล่อยวางเรื่องราวนานาไว้เบื้องหลัง]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span style="color: #0000ff;">[สี่ทุ่ม ศุกร์ 4 ธันวา] </span>: มองออกไปนอกหน้าต่าง(ที่นานครั้งจะเปิด) ในค่ำคืนที่อากาศดีนั้น ผมมองเห็นพระจันทร์ดูกลมเต็มดวงสวยนวลไม่มีเมฆมาขโมยซีนของเธอ ผมไม่ได้ดูปฏิทินหรอกว่าวันนั้นขึ้น 15 ค่ำหรือเปล่า แต่ที่ทำให้ผมประหลาดใจนิดนึงก็ตรงที่คืนนั้นพระจันทร์ดูอยู่ใกล้สายตากว่าปกติ ราวกับว่ามันเคลื่อนที่มาอยู่ใกล้โลกเรามากกว่าทุกวัน ด้วยเหตุว่าไม่มีกิจกรรมรีบร้อนอื่นใด การนั่งมองพระจันทร์คล้ายเด็กช่างสงสัยก็ไม่ได้ทำให้เสียเวลาอะไรนักหรอก</p>
<p><span style="color: #0000ff;"><strong>หลายวินาทีนั้นผมคิดถึงใครบางคนและมีความสุข</strong></span></p>
<p><strong>“ตำหนิลายกระต่ายตำข้าว”</strong> บนผิวจันทร์คืนนั้นชัดเจนเหมาะแก่การทัศนศึกษาสำหรับเด็กน้อย ขณะที่ผู้ใหญ่(ไม่รู้จักโต)อย่างผมกลับเห็นว่ามันคล้าย <strong>“แผนที่ประเทศลาว”</strong> มากกว่า</p>
<p>…</p>
<blockquote><p><a class='wpaudio wpaudio_readid3' href='http://www.somtee.com/mp3/TurnBackTime.mp3'>TurnBackTime.mp3</a></p>
<p><strong><span style="color: #808080;">น้ำตาในคราหม่น ที่ยามนี้ยังเอ่อล้น<br />
คืนนี้ช่างมืดหม่น ทุกอย่างนั้นเกินจะทน</span></strong></p></blockquote>
<p>…</p>
<p><span style="color: #0000ff;">[คืนวันพุธ 9 ธันวา]</span> : อาร์ตตัวพ่อและติสต์ตัวแม่แวะมาเยี่ยมเยียนบ้านเมื่อนาฬิกาบอกเวลาเที่ยงคืนกว่า นอกจากข้าวมันไก่เจ้าอร่อยจากทองหล่อแล้วสาวติสต์ยังเอาหนังสือเล่มหนึ่งมาฝาก</p>
<p><strong>“Suicide Shop: ร้านชำสำหรับคนอยากตาย</strong>” นวนิยายตลกร้ายของฝรั่งเศสที่สาวเจ้าอยากให้ลองอ่าน</p>
<p><img class="size-medium wp-image-575 alignnone" title="SuicideShop" src="http://www.somtee.com/wp-content/uploads/2009/12/SuicideShop-210x300.jpg" alt="SuicideShop" width="210" height="300" /><strong><span style="color: #0000ff;"> </span></strong></p>
<p><strong><span style="color: #0000ff;">“ขอบใจว่ะ..ตอนซื้อเค้าแถมเชือกให้ผูกคอตายให้ด้วยมั้ย”</span></strong> : ผมเอ่ยถามกวนตีนเมื่อเห็นรูปบ่วงเชือกแขวนคอบนหน้าปก</p>
<p>…</p>
<blockquote><p><span style="color: #808080;"><strong>หนทางดูว่างเปล่า เมื่อมาถึงคราวสับสน<br />
น้ำค้าง ร่วงหล่น ทุกอย่างนั้นเกินจะทน</strong><br />
<strong>&#8230;</strong></span></p>
<p><span style="color: #808080;"><strong>ไม่มีทางที่ฉันอาจย้อนเวลา<br />
ฉันรู้ว่า&#8230;</strong></span></p></blockquote>
<p>…</p>
<p><span style="color: #0000ff;">[บทสนทนาของสามกัลยาณเกลอในโมงยามที่ผมโหยหาเพื่อนที่พูดคุยกันได้มากกว่าขวดสุราที่เอาแต่นั่งใบ้ฟังผมฝ่ายเดียว]</span></p>
<p><strong><span style="color: #0000ff;">“คือ.. ไอ้ที่แกทำไปมันไม่ใช่สาเหตุหรอก ต่อให้ไม่ทำอะไรเลย หรือทำที่แย่กว่านี้ มันก็ไม่ใช่สาเหตุที่ทำให้มันกลายเป็นแบบนี้”</span></strong> : สหายสาว(ติสต์ตัวแม่)ให้ความเห็น</p>
<p><span style="color: #0000ff;"><strong>“เกลียดที่จะต้องพูดประโยคนี้ว่ะ คือมันก็แค่..”</strong></span> : ติสต์ตัวแม่พูดค้างไว้แล้วหยุดไปคล้ายอยากสูดกลืนเอาคำพูดเหล่านั้นกลับเข้าปาก<br />
<span style="color: #0000ff;"><strong>“ไม่ใช่”</strong></span> : สหายหนุ่ม(อาร์ตตัวพ่อ) ปิดท้ายประโยคที่คั่งค้างนั้นให้แทน</p>
<p><span style="color: #0000ff;"><strong>“เออ..ก็แค่ไม่ใช่ไง”</strong></span> : ติสต์ตัวแม่ย้ำด้วยน้ำเสียงมั่นใจเมื่อมีคนประเดิมพูดคำในใจให้ก่อน</p>
<p>…</p>
<p><span style="color: #0000ff;">[ตีหนึ่งกว่าๆ]</span><strong><span style="color: #0000ff;"> </span></strong>: ผมมองออกไปนอกหน้าต่างเดิม พระจันทร์ในคืนนี้หดเล็กเหลือเพียงเสี้ยวบางๆ หงายขึ้นคล้ายพระจันทร์ยิ้มแบบไม่มีสองดวงดาวเป็นตา เรียวปากของจันทร์เป็นสีแดงระเรื่อ ตรงกับที่ผมเคยคิดว่าเธอน่าจะเป็นผู้หญิง</p>
<p>คืนนี้เธอดูอยู่ไกลตากว่าเมื่อวันที่เต็มดวง แต่ที่น่าแปลกคือเธอลอยต่ำมากจนสามารถมองเห็นในระดับสายตาโดยไม่ต้องเงยหน้าจากริมหน้าต่างชั้นหก เราสามคนแปลกใจกับพฤติกรรมของเธอเล็กน้อย</p>
<p>…</p>
<blockquote><p><span style="color: #808080;"><strong>ไม่อาจย้อนเวลา ฉันรู้ว่า<br />
ไม่มีทางที่อาจย้อนที่ผ่านไป ให้คืนมา</strong></span></p></blockquote>
<p>…</p>
<p><span style="color: #0000ff;">[ตีสองกว่า]</span> : เสียงเพลง <strong>“I’ve Seen All Good People”</strong> ของวง <strong>“Yes” </strong>โปรเกรสสีฟยุค 70’s ล่องลอยเคว้งอยู่ในห้อง</p>
<p>ผมโค้งขอติสต์ตัวแม่ให้ลุกจากโซฟามาเต้นรำด้วยกัน แม้เจ้าตัวอยู่ในอารมณ์ง่วงนอนระดับเต็มขีดสเกล แต่ก็ยังลุกมาโชว์ลีลาศที่เรียนจากอาจารย์คนเดียวกันสมัยมัธยมปลายร่วมกับผม</p>
<p>…</p>
<p><span style="color: #0000ff;"><strong>ท่ามกลางความมึนแอลกอฮอล์ของผมและความเมาขี้ตาของเธอ เราแหกปาก เต้นรำสเต็ปมั่วซั่ว และปล่อยวางเรื่องราวนานาไว้เบื้องหลัง</strong></span></p>
<p><strong><span style="color: #0000ff;">แด่รักที่เพิ่งผ่านพ้นไป (ของคนไหน?)</span></strong></p>
<p>…</p>
<p>เสียงเพลงจบลง เรามองออกนอกหน้าต่าง พระจันทร์ลอยสูงขึ้นจากจุดเดิมรวดเร็วอย่างประหลาด ผมเงยหน้ามองเธอและคิดในใจว่าอีกไม่นานเธอคงขึ้นไปบนฟ้า ในองศาที่ผมไม่อาจแหงนมองได้จากหน้าต่างห้องเป็นแน่</p>
<p>…</p>
<blockquote><p><span style="color: #808080;"><strong>ไม่มีทางที่ฉันอาจย้อนเวลา<br />
ฉันรู้ว่า&#8230;<br />
ไม่มีทางที่ฉันอาจย้อนที่ผ่านไป ให้คืนมา</strong></span></p></blockquote>
<p>…</p>
<p><span style="color: #0000ff;">[เช้าวันศุกร์ 11 ธันวา]<strong> </strong></span>: ผมนั่งเขียน(พิมพ์)บันทึกนี้ในอีกอารมณ์หนึ่งที่ต่างไป ช่วงเวลาหนึ่งสัปดาห์นี้คล้ายโลกคู่ขนานระหว่างความฝันกับความจริง</p>
<p>ในความฝันนั้นผมกับใครคนหนึ่งอาจนั่งอยู่ข้างๆกัน พูดคุยเรื่องมีสาระและไร้สาระด้วยกันบนรอยด่างรูปแผนที่ประเทศลาวของดวงจันทร์ เรามีความสุขและพัฒนาความสัมพันธ์กันในวิถีทางที่โลกและชีวิตนำพาไป</p>
<p>ขณะที่ในความเป็นจริงเราต่างผ่านช่วงเวลาที่ขุ่นข้องอึดอัดกันเพียงลำพัง ร้างไร้บทสนทนาเพื่อปรับแต่งเยียวยาความเข้าใจระหว่างกันให้กลับดีขึ้นมา คล้ายดวงจันทร์เสี้ยวที่แย้มยิ้มรอดาวที่ไม่มาตามนัดหมายและจำต้องลอยห่างไปเดียวดาย</p>
<p>…</p>
<p><strong><span style="color: #0000ff;">“ในความเป็นจริงเรื่องรักไม่ได้มีอยู่มหาศาล มีเพียงแค่น้อยนิดแถมยังไม่สนุกสนาน”</span></strong> : ติสต์ตัวแม่บอกกับผมผ่านตัวอักษรในเช้าวันนี้</p>
<p>…</p>
<p>==========================================</p>
<p><span style="color: #808080;"><strong>เพลง “ย้อนเวลา” ของศิลปิน “Moderndog” จากอัลบัม “ทิงนองนอย”</strong></span></p>
<p><span style="color: #808080;"><strong>บันทึกวันนี้แด่สองกัลยาณติสต์ ผู้อยู่เคียงข้างในคืนหม่นนั้น</strong></span></p>
<p>==========================================</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.somtee.com/moon_rising/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
<enclosure url="http://www.somtee.com/mp3/TurnBackTime.mp3" length="1951082" type="audio/mpeg" />
		</item>
		<item>
		<title>เฉือน vs.ช้างไทย : ตัวตนและอิสรภาพที่พร่าเลือน</title>
		<link>http://www.somtee.com/elephant_rhapsody/</link>
		<comments>http://www.somtee.com/elephant_rhapsody/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 02 Nov 2009 05:58:21 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Somtee</dc:creator>
				<category><![CDATA[Espresso Confessions.]]></category>
		<category><![CDATA[ความรุนแรง]]></category>
		<category><![CDATA[ช้าง]]></category>
		<category><![CDATA[ตัวตน]]></category>
		<category><![CDATA[อิสรภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[เฉือน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.somtee.com/?p=561</guid>
		<description><![CDATA[เราเพียงมองมันด้วยสายตาที่พร่าเลือนและไม่ยินดียินร้ายไม่ใช่หรอกหรือ
เมื่อคนยังหมางเมินความมีตัวตนของคนด้วยกัน จึงไม่แปลกที่ช้างต้องก้มหน้าสู้ชะตาทุกข์เข็ญ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>&#8230;</p>
<p><strong>11 ตุลาคม จากหน้าข่าวหนังสือพิมพ์และโทรทัศน์</strong></p>
<blockquote><p><span style="color: #3366ff;">: ทีมสัตวแพทย์โรงพยาบาลช้างศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย อ.ห้างฉัตร จ.ลำปาง นำโดย นายสัตวแพทย์สิทธิเดช มหาสาวังกุล หัวหน้าฝ่ายโรงพยาบาลช้างศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย ต้องดูแลลูกช้างเพศผู้ ซึ่งคลอดเมื่อกลางดึกที่ผ่านมา ด้วยน้ำหนัก 80 กิโลกรัม สูง 83 ซม.อย่างใกล้ชิด เพราะมีแผลช้ำที่หลัง และขา เนื่องจากถูกแม่ คือ พังแหวน อายุ 20 ปี ที่เจ้าของนำมาฝากคลอดที่ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทยเมื่อปลายเดือนกันยายน 2552 ใช้ขากดลูกและเตะซ้ำ จนลูกกระเด็นออกมา แต่ควาญและสัตว์แพทย์สามารถช่วยดึงลูกออกมาได้อย่างปลอดภัย ส่วนแม่ช้างสัตว์แพทย์ได้ฉีดยาซึมเพื่อให้อยู่ในอาการสงบ</span></p></blockquote>
<p><span style="color: #333333;">เมื่อเดือนก่อนผมมีโอกาสได้ดูอ่านเจอข่าวแม่ช้างคลอดลูกแล้วทำร้ายลูกช้างแรกเกิดของมันเอง รวมทั้งได้ดูภาพเหตุการณ์ที่ว่าในรายการข่าวทางทีวี ความรู้สึกของผมตอนนั้นมันหดหู่ ทั้งสะเทือนใจและคับข้องใจในเวลาเดียวกัน นึกตั้งคำถามในใจว่าเหตุใดหนอ แม่ช้าง(ซึ่งเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมเช่นเดียวกับคน) จึงทำกับลูกที่มันเฝ้าอุ้มท้องเนิ่นนานจนถึงวันให้กำเนิดได้ถึงเพียงนี้</span></p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>นาทีที่แม่ช้างพยายามฆ๋าลูกน้อยของตัวเอง มันคิดอะไรในใจกันนะ</strong></span></p>
<p>&#8230;</p>
<p><strong>วันเสาร์ที่ผ่านมา ภาพบนจอโรงหนังกลางเมือง</strong></p>
<blockquote><p><span style="color: #3366ff;">: เกิดคดีฆาตกรรมโหดต่อเนื่อง คนร้ายสวมเสื้อกันฝนสีแดงสด บรรจงจ้วงแทงเชือดเหยื่อด้วยมีดคมกริบอย่างไร้ปรานีก่อนจะเฉือนเอาพวงสวรรค์ของเหยื่อทิ้งไป ทิ้งร่องรอยปริศนาแปลกประหลาดไว้ให้ตำรวจต้องปวดหัว</span></p></blockquote>
<p><span style="color: #333333;">ภาพความโหดร้ายที่มนุษย์ทำกับมนุษย์ด้วยกันเองถูกนำเสนอบนจออย่างไม่ตัดทอนความรุนแรง แม้จะเป็นเพียงเรื่องแต่งขึ้น แต่ผมไม่อาจแยกความแตกต่างระหว่างภาพบนจอกับสิ่งที่เกิดขึ้นจริงในบ้านเมืองเรา หากผู้เขียนบทเพียงแต่ไม่ให้ฆาตกรสวมเสื้อฝนแดงบาดตาเกินกว่าฆาตกรที่เห็นทางหน้าหนังสือพิมพ์หัวสีรายวันเท่านั้น</span></p>
<p>&#8230;</p>
<p><strong>22 เดือนก่อนหน้านี้ ภาพที่ยังไม่เป็นข่าวและผมไม่เคยเห็น</strong></p>
<p style="text-align: center;"><strong><img class="size-full wp-image-562 aligncenter" title="ElephantRape" src="http://www.somtee.com/wp-content/uploads/2009/11/ElephantRape.jpg" alt="ElephantRape" width="350" height="275" /></strong></p>
<pre style="text-align: center;">(ภาพจากข่าวสด)<strong>
</strong></pre>
<blockquote><p><span style="color: #3366ff;">: วิธีการดังกล่าว <strong>ชาวบ้านจะขึงล่ามโซ่ช้างตัวเมียที่ข้อเท้าให้ถ่างขาหลังและใช้เหล็กแหลมทิ่มบริเวณแก้มของช้างทั้งสอง ใต้คางและที่บริเวณใต้ท้องของช้าง โดยล็อคเท้าทั้งสี่ ของแหลมจ่อจุดสำคัญของช้างไว้ไม่ให้ดิ้น จากนั้นก็จะให้ช้างตัวผู้ทำการผสมพันธุ์</strong> เรียกกันว่าเป็นการ <strong>&#8220;ทับช้าง&#8221;</strong> ซึ่งช้างเพศเมียจะถูกข่มขืนทั้งที่ไม่เป็นสัดหรือเป็นสัด เจ้าของช้างหวังจะได้ลูกช้าง โดยการให้ช้างตัวผู้ทำการผสมพันธุ์ในลักษณะเพศเมียถูกขึงไว้แบบนี้นับสิบครั้ง</span></p></blockquote>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>พัง ‘แหวน’ ที่พยายามฆ่าลูกของตัวเองก็ประสบกับกรรมวิธีห่าเหวเช่นนี้ก่อนอุ้มท้อง</strong></span></p>
<p><span style="color: #333333;">กับข่าวที่สื่อต่างประเทศนำเสนอถึงปัญหาการทารุณกรรมสัตว์ในประเทศไทย(ซึ่งนิยมใช้คำพ่วงท้ายเปี่ยมจริยธรรมว่า <strong>‘เมืองพุทธ’</strong>) อย่างต่อเนื่อง ล่าสุดก็ได้หยิบยกปัญหาการ<strong> ‘ทับ(ข่มขืน)ช้าง’ </strong>มาตีแสกหน้าบ้านเราให้ได้สำนึกถึงสิ่งที่เรากำลังปฏิบัติต่อสัตว์คู่บ้านคู่เมือง(ที่เรายกเป็นสัญลักษณ์ประจำชาติเช่นเดียวกับแพนด้าเป็นสัญลักษณ์ของจีน) และภาพข่าวเช้าวันนี้ที่ได้เห็นทางโทรทัศน์ ความรู้สึกปวดแปลบเฉือนใจผมในระดับเดียวกับการดูภาพยนตร์ไทยเรื่อง <strong>“เฉือน”</strong> เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา</span></p>
<blockquote><p><span style="color: #3366ff;">นางแสงเดือน ชัยเลิศ ผู้ก่อตั้งศูนย์บริบาลช้างแม่แตง จ.เชียงใหม่ กล่าวว่า <strong>“การทำแบบนี้ช้างตัวเมียจะไม่เต็มใจและไม่ยอมรับ แต่ทางเจ้าของช้างก็หวังแต่จะได้ลูกช้าง และเมื่อติดลูก ช้างเพศเมียเมื่อครบกำหนดคลอดช้างเพศเมียจะฆ่าลูกทันที โดยไม่ยอมรับลูกที่ถูกกระทำแบบนี้</strong> โดยที่จังหวัดเชียงใหม่ นั้นมีช้างเพศเมียถูกกระทำแบบนี้และคลอดลูกออกมาก็ฆ่าลูกทันที จำนวน 5 เชือกแล้วที่คลอดลูกมาแล้วฆ่าลูก จากจำนวน 7 เชือก ส่วนที่เหลือ 2 เชือกที่คลอดออกมารอด เพราะว่าทางเจ้าของช้างเห็นก่อนและช่วยเหลือลูกช้างที่คลอดออกมาได้ทัน”</span></p></blockquote>
<p>&#8230;</p>
<p><strong>วันเสาร์ที่ผ่านมา เมื่อปริศนาฆาตกรรมในหนังคลี่คลายตอนท้ายเรื่อง</strong></p>
<p><span style="color: #333333;">: ผมไม่ขอเล่าตอนจบของหนังเพื่อเคารพสิทธิของคนที่ยังไม่ได้ดู แต่หนังเรื่องนี้ทื้งอะไรหลายอย่างให้ผมเก็บออกมาหวนคำนึงถึงมากเหลือเกิน ไม่ใช่ฉากเลิฟซีนถึงใจที่เอามาโปรโมททั้งที่เป็นภาพกระพริบบนจอวินาทีเดียว และไม่ใช่ตูดเหี่ยวๆของพระเอกขวัญใจสาวๆแน่นอนที่ติดตาผม แต่เป็นประเด็นที่หนังพยายามนำเสนอต่างหาก ความมีตัวตนของคนๆ หนึ่งบนโลกใบนี้วัดจากอะไร ซอกหลืบเร้นลับจากแสงไฟของสังคมเมืองและชนบทที่มีอยู่มากมายบนโลกใบนี้มีเหตุการณ์แบบเดียวกับที่เกิดในหนังตลอดเวลา เราเพียงมองมันด้วยสายตาที่พร่าเลือนและไม่ยินดียินร้ายไม่ใช่หรอกหรือ</span></p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>เมื่อคนยังหมางเมินความมีตัวตนของคนด้วยกัน จึงไม่แปลกที่ช้างต้องก้มหน้าสู้ชะตาทุกข์เข็ญ</strong></span></p>
<p><strong>&#8230;</strong></p>
<p><strong>เช้าวันนี้ : บทสัมภาษณ์นางแสงเดือน ชัยเลิศ ผู้ก่อตั้งศูนย์บริบาลช้างแม่แตง</strong></p>
<blockquote><p><span style="color: #3366ff;">: <strong>นี่ถือเป็นสาเหตุหนึ่งที่ช้างเพศเมีย ไม่รักลูกและไม่ยอมรับลูกที่คลอดออกมา บางตัวถูกกระทำในลักษณะแบบนี้ถึง 40 ครั้ง จนช้างเพศเมียเครียดและเป็นบ้าก็มี</strong> พวกนี้จะนำช้างไปกระทำในป่าล๊อคช้างเพศเมียขึงไว้ และให้ช้างตัวผู้กระทำการข่มขืนซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทำให้ช้างเพศเมียบางตัวถึงกับเป็นช้างโรคประสาท กลัว ช้างเพศเมียบางตัวถูกกระทำ จนกลัว แค่ช้างตัวผู้เดินผ่านขาสั่นก็มี ตนอยากจะรณรงค์ให้ชาวบ้านหรือเจ้าของช้างเลิกกระทำแบบนี้ ทำให้ช้างเพศเมียเมื่อคลอดลูกจะฆ่าลูก ไม่ยอมรับลูกตนเอง</span></p>
<p><span style="color: #3366ff;"><strong>ปกติแล้วช้างจะเป็นสัตว์ที่รักลูกมาก หากถูกผสมพันธุ์ตามธรรมชาติ หรือผสมพันธุ์ที่ไม่ได้บังคับจิตใจ </strong><strong>หากช้างเพศเมียคลอดลูกแล้วลูกตาย ช้างเพศเมียจะเสียใจนับปี บางตัวน้ำตาจะไหลตลอดเวลา</strong> ช้างนั้นจะตั้งท้องนานถึง 22 เดือน แต่หากเป็นลูกที่มาจากการข่มขืน ช้างจะเกลียดลูกตนเองและฆ่าลูกทิ้งหรือไม่ยอมรับ แต่คนเลี้ยงช้างเจ้าของช้างหรือผู้ประกอบการต้องการลูกช้างก็จะใช้วิธีการ ข่มขืนช้างนำช้างมาขึงพืด มีตัวอย่างแม่ช้างไม่ยอมรับลูกตนเองให้เห็นบ่อย ๆ เพราะลูกที่เกิดมานั้นเป็นการกระทำการผสมพันธุ์แบบผิดวิธี บังคับขืนใจ เป็นการทารุณช้างเพศเมีย และผลกระทบจะเป็นลูกโซ่ถึงลูกช้างที่เกิดมา</span></p></blockquote>
<p>&#8230;</p>
<p><span style="color: #333333;">ผมหวังใจให้ใครที่อ่านมาถึงตรงที่นี้ หรือไม่ได้อ่านแต่ได้ชมภาพยนตร์เรื่อง “เฉือน” หรือได้รับฟังข่าวสารเรื่องการทารุณกรรมช้างในรูปแบบนี้ได้ฉุกคิด และลองไถ่ถามถึงความสัมพันธ์ของท่านและสิ่งรอบข้างบนโลกใบนี้เพียงสักขณะจิตหนึ่ง</span></p>
<p><strong>ขออิสรภาพและความดีงามจงเกิดแก่โลกของเรา (ในที่นี้รวมถึงช้าง หมีแพนด้า และสิ่งมีชีวิตร่วมโลกอื่นๆด้วย)</strong></p>
<p><strong>&#8230;</strong></p>
<p><span style="text-decoration: underline;"><strong>ที่มาของข่าวและบทสัมภาษณ์</strong></span></p>
<p><a href="http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9520000120302" target="_blank">ศูนย์ช้างลำปางได้ลูกช้างใหม่อีก 1 เชือก &#8211; ผู้จัดการ</a></p>
<p><a href="http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRJMU5UWTJNVEkyTUE9PQ==" target="_blank">สะเทือนใจ! วิธี&#8221;ข่มขืน&#8221;ต้นเหตุแม่ช้างฆ่าลูก &#8211; ข่าวสด</a></p>
<p><a href="http://www.nationchannel.com/home/news/detail/12817/ฝรั่งเเฉ!ช้างไทยโดนข่มขืน.html" target="_blank">ฝรั่งเเฉ! &#8220;ช้างไทย&#8221; โดนข่มขืน &#8211; รายการเก็บตกจากเนชั่น</a></p>
<p>&#8230;</p>
<p><strong><br />
</strong></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.somtee.com/elephant_rhapsody/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>9</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>หิมะหนาสีขาวและเพื่อนชาวเอสกิโม</title>
		<link>http://www.somtee.com/eskimo_friend/</link>
		<comments>http://www.somtee.com/eskimo_friend/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 29 Oct 2009 09:18:51 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Somtee</dc:creator>
				<category><![CDATA[Life on Soundtrax.]]></category>
		<category><![CDATA[Not you not Me, or anyone we knew.]]></category>
		<category><![CDATA[Damien Rice]]></category>
		<category><![CDATA[eskimo]]></category>
		<category><![CDATA[ขั้วโลกเหนือ]]></category>
		<category><![CDATA[ชีวิตหลังความตาย]]></category>
		<category><![CDATA[เรื่องสั้น]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.somtee.com/?p=553</guid>
		<description><![CDATA[สติสัมปชัญญะของเธอเริ่มขาดวิ่นคล้ายเสื้อไหมพรมที่ถูกลูกแมวซุกซนขโมยไปฝนเล็บเล่น ความตายคงใกล้เธอเข้ามาในอีกไม่กี่ห้วงลมหายใจ...]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>&#8230;</p>
<p>เธอหนาวยะเยือก รู้สึกเหมือนเป็นอัมพาตสูญเสียสัมผัสทางกาย เลือดในกายที่เคยไหลเวียนก็คล้ายถูกสาปสั่งให้หยุดนิ่ง เสียงเต้นของหัวใจที่เธอเคยได้ยินเป็นจังหวะสม่ำเสมอยามหยุดนิ่งและทำสมาธิรับฟังก็กลับแผ่วเบาลงจนเธอแทบไม่ได้ยิน อาจบางทีหูเธอคงอื้อจนลดระดับโสตประสาทหรือไม่เช่นนั้นชีพจรเธอคงเต้นในจังหวะวอลท์ซเนิบช้า จะอะไรก็ตามในห้วงยามนี้แม้จะไม่ใช้ปรอทวัดแต่เธอพอจะรู้ได้ว่าอุณหภูมิร่างกายเธอลดต่ำลงเท่าที่ขีดจำกัดของผู้หญิงคนหนึ่งจะทานทนไหว</p>
<p><span style="color: #808080;">…</span></p>
<p><a class='wpaudio wpaudio_readid3' href='http://www.somtee.com/mp3/Eskimo.mp3'>Eskimo.mp3</a></p>
<p>&#8230;</p>
<blockquote><p><span style="color: #3366ff;">Tiredness fuels empty thoughts<br />
I find myself disposed<br />
Brightness fills empty space<br />
In search of inspiration<br />
Harder now with higher speed<br />
Washing in on top of me</span></p></blockquote>
<p><span style="color: #808080;">…</span></p>
<p>ห้าปีมาแล้วที่เธอและเขาเริ่มต้นออกเดินทางด้วยกันสองคนโดยมีจุดหมายเป็นสถานที่ร้างไร้ไกลห่าง ดินแดนที่เป็นที่ฝันใฝ่ของผู้คนมากมายแต่ก็เป็นดินแดนที่ไม่พึงปรารถนาของใครหลายคนเช่นกัน ดินแดนสีขาวกว้างใหญ่ที่ปกคลุมไปด้วยชั้นหิมะหนา ดินแดนขั้วโลกเหนือ</p>
<p><span style="color: #808080;">…</span></p>
<blockquote><p><span style="color: #808080;"><span style="color: #3366ff;">So I look to my eskimo friend<br />
I look to my eskimo friend<br />
I look to my eskimo friend<br />
When I&#8217;m down, down, down.</span></span></p></blockquote>
<p><span style="color: #808080;">…</span></p>
<p>จากถิ่นที่อยู่ของเธอและเขา ทวีปห่างไกลเกือบสุดขอบทะเลตะวันออกที่มีเพียงสามฤดูคือ ฤดูร้อน ฤดูร้อนมาก และฤดูร้อนที่มีฝนตก ส่วนฤดูหนาวเป็นเพียงประวัติศาสตร์ที่เคยบันทึกไว้ในหนังสือแบบเรียนที่ใช้ในสถานศึกษา (ซึ่งทบทวนเนื้อหาใหม่ทุกๆ ยี่สิบปี) เธอและเขาไม่ได้สัมผัสอากาศหนาวในตัวเมืองมาแสนนานก่อนจะมารู้จักกัน จนกระทั่งตัดสินใจคบหากันในวันที่อากาศหนาววันหนึ่งบนยอดดอยทางภาคเหนือของประเทศบ้านเกิด สถานที่หลบร้อนยอดนิยมของคนกรุง</p>
<p>…</p>
<p><span style="color: #000000;"><strong>เขาสัญญาว่าจะพาเธอไปยังสุดขอบโลก เมื่อรู้ว่าเธอปรารถนาจะได้สัมผัสหิมะขั้วโลกสักครั้งในชีวิต</strong></span></p>
<p><span style="color: #808080;">…</span></p>
<blockquote><p><span style="color: #808080;"><span style="color: #3366ff;">Rain it wets muddy roads<br />
I find myself exposed<br />
Tapping doors, but irritate<br />
In search of destination<br />
Harder now with higher speed<br />
Washing in on top of me<br />
</span></span></p></blockquote>
<p><span style="color: #808080;">…</span></p>
<p>หิมะสีขาวค่อยๆ โปรยลงปกคลุมร่างของเธอทีละนิดจนเริ่มหนาขึ้นเรื่อยๆ ณ ห้วงยามนี้เธอเริ่มคิดถึงการมีอยู่ของเธอในสถานที่นี้ ไม่มีใครนอกจากเขาที่รู้ แต่ที่เจ็บปวดยิ่งกว่าคือการที่ต้องทนรับรู้ว่าเขานั่นเองที่ปล่อยทิ้งให้เธอเดียวดาย และต้องมานอนนิ่งราวกับนับเวลาถอยหลังสู่ชีวิตหลังความตายเช่นนี้ หิมะเริ่มทับถมจนเธอรู้สึกคล้ายร่างกายกำลังจมดิ่งสู่ก้นถังไอศกรีมกะทิสดขนาดใหญ่ที่มีความลึกไม่สิ้นสุด</p>
<p>ยิ่งกว่าร่างกายที่แบกรับชั้นหิมะหนาหนักนั้นกลับเป็นจิตใจของเธอที่กำลังแบกรับทั้งความสับสนระคนความเจ็บปวดและเสียใจคละเคล้ากัน บางขณะจิตเธออยากให้การเดินทางข้ามทวีปทั้งหมดนี้เป็นเพียงความฝัน หวังใจให้ตื่นขึ้นมาพบว่าเธออยู่ท่ามกลางมหานครร้อนระอุในแผ่นดินเกิดและใช้ชีวิตลำพังที่เธอเคยไม่พอใจกับมันเท่าไหร่นักก่อนหน้าจะเริ่มต้นความสัมพันธ์กับเขา</p>
<p><span style="color: #808080;">…</span></p>
<blockquote><p><span style="color: #808080;"><span style="color: #3366ff;">So I look to my eskimo friend<br />
I look to my eskimo friend<br />
I look to my eskimo friend<br />
When I&#8217;m down, down, down.</span></span></p></blockquote>
<p><span style="color: #808080;">…</span></p>
<p>เธอร้องไห้เนิ่นนาน แม้อากาศเย็นจะพรากเอาความเปียกรื้นไปจากสองแก้ม แต่วินาทีที่หยดน้ำกลั่นออกจากเบ้าตาเธอสัมผัสได้ถึงความอุ่นของมันแม้จะไม่ได้ช่วยให้เธอคลายจากความเหน็บหนาว อย่างน้อยมันก็ยังบรรเทาความทุกข์เศร้าของเธอออกไปได้หยดหนึ่งจากมหาสมุทรแห่งความโศกที่เธอนั้นจมอยู่ สติสัมปชัญญะของเธอเริ่มขาดวิ่นคล้ายเสื้อไหมพรมที่ถูกลูกแมวซุกซนขโมยไปฝนเล็บเล่น ความตายคงใกล้เธอเข้ามาในอีกไม่กี่ห้วงลมหายใจ เธอพยายามคิดถึงช่วงเวลาที่ดีในชีวิตที่ผ่านมา</p>
<p>…</p>
<p><span style="color: #000000;"><strong>เขารักษาคำสัญญาที่พาฉันมาถึงที่นี่ แต่เขากลับทอดทิ้งและไม่อยู่เคียงข้างฉัน ฉันควรดีใจหรือเสียใจดีนะในวินาทีสุดท้ายของชีวิต</strong></span></p>
<p><span style="color: #808080;"><span style="color: #000000;">…</span><span style="color: #3366ff;"><br />
</span></span></p>
<blockquote><p><span style="color: #808080;"><span style="color: #3366ff;">Kosketa minua &#8211; Touch me<br />
Älä käsilläsi &#8211; Not with your hands<br />
Vaan niin että tunnen sinut &#8211; But so that I feel you<br />
Halaa minua &#8211; Hug me<br />
Älä käsilläsi &#8211; Not with your hands<br />
Mutta sielussasi &#8211; But within your soul</span></span></p></blockquote>
<p><span style="color: #808080;">…</span></p>
<p>เธอหลับฝันชนิดที่ไม่รู้ตัวว่าเป็นความฝันหรือเป็นเรื่องราวหลังความตายกันแน่ เธอเคยได้ยินเรื่องเล่าเกี่ยวกับการข้ามแม่น้ำแห่งความตายที่ดวงวิญญาณของมนุษย์จะถูกชำระล้างความทรงจำให้ลบเลือน เธอเคยคิดว่าหากเวลานั้นของเธอมาถึงจริงๆ คนที่เธอรัก ครอบครัว ญาติพี่น้อง และเพื่อนสนิทในวัยเยาว์ที่ล่วงลับไปก่อนหน้าจะมายืนรอเธอด้วยรอยยิ้มที่อีกฟากฝั่งแม่น้ำราวกับว่าผู้คนเหล่านั้นโชคดีที่ไม่ถูกลบความทรงจำ และเอาใจช่วยให้เธอจดจำพวกเขาได้เช่นกันเมื่อข้ามพ้นฝั่งแม่น้ำ</p>
<p><span style="color: #808080;">…</span></p>
<blockquote><p><span style="color: #3366ff;">Minä kaipaan eskimo-ystävääni &#8211; I miss my eskimo friend<br />
When I&#8217;m down, down, down.<br />
When I&#8217;m down, down, down.<br />
When I&#8217;m down, down, down.</span></p></blockquote>
<p><span style="color: #3366ff;">…</span></p>
<p><span style="color: #808080;"><img class="alignnone size-medium wp-image-555" title="igloo" src="http://www.somtee.com/wp-content/uploads/2009/10/igloo-300x221.jpg" alt="igloo" width="300" height="221" /><br />
</span></p>
<p>แต่ภาพความฝันที่ปรากฎตรงหน้าเธอตอนนี้กลับต่างไปจากเรื่องเล่าที่เธอคุ้นเคยโดยสิ้นเชิง ในความฝันเธอนอนอยู่ใต้ผ้าห่มหนาภายในบ้านน้ำแข็งอิกลู เห็นชายหญิงคู่หนึ่งแต่งตัวในชุดเอสกิโม กำลังสุมฟืนเพื่อก่อกองไฟเล็กๆ ซึ่งทำให้เธอรู้สึกได้ถึงความอบอุ่นของร่างกายในตอนนี้ พายุหิมะด้านนอกสงบลงแล้ว เธอชันกายลุกขึ้นนั่ง ชายหญิงเอสกิโมหันมาพูดกับเธอด้วยภาษาที่ไม่เข้าใจขณะที่ทั้งสองกำลังต้มน้ำร้อนในกา ไม่ช้าทั้งคู่ก็เทน้ำร้อนใส่ถ้วยเดินเข้ามาให้เธอในบ้าน ทั้งคู่ยิ้มอย่างเป็นมิตรและมีแววตาที่ห่วงใยอย่างสัมผัสได้ เธอค้อมหัวขอบคุณและรับถ้วยน้ำมาประคองไว้ในมือ หญิงเอสกิโมส่งภาษาใบ้ให้เธอดื่มน้ำในถ้วยนั้น</p>
<p>แม้โลกของวิญญาณหลังความตายจะไม่มีแม่น้ำอย่างที่เธอเคยเชื่อ แต่วินาทีที่เธอจะยกแก้วน้ำนั้นขึ้นดื่ม ใจเธอพลันคิดว่าเอสกิโมสองคนนี้คงจะเป็นยมฑูตที่มารับเอาดวงวิญญาณของเธอไปสู่โลกหน้า ส่วนน้ำในถ้วยใบนี้คงจะมีฤทธิ์เป็นยาลบล้างเอาความทรงจำที่ผ่านมาทั้งชีวิตของเธอไปหลังจากที่ดื่ม</p>
<p><span style="color: #000000;"><strong>เธอนึกถึงอดีตชายคนรัก ยิ้มให้เพื่อนเอสกิโมทั้งสองและยกดื่มรวดเดียวจนหมด</strong></span></p>
<p><span style="color: #000000;"><strong>&#8230;</strong></span></p>
<p><span style="color: #3366ff;"><strong>+++++++++++++++++++++++++++++++++++++</strong></span></p>
<p><span style="color: #3366ff;"><strong>แด่บทเพลง Eskimo ของ Damien Rice จากอัลบั้ม &#8220;O&#8221;</strong></span></p>
<p><span style="color: #000000;"><strong><span style="color: #3366ff;"><span style="color: #3366ff;">+++++++++++++++++++++++++++++++++++++</span><br />
</span></strong></span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.somtee.com/eskimo_friend/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
<enclosure url="http://www.somtee.com/mp3/Eskimo.mp3" length="1872137" type="audio/mpeg" />
		</item>
		<item>
		<title>ตุ๊กตาทองแด่หนังตัวอย่าง – When trailer won oscar.</title>
		<link>http://www.somtee.com/obama_won_nobel/</link>
		<comments>http://www.somtee.com/obama_won_nobel/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 09 Oct 2009 23:52:53 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Somtee</dc:creator>
				<category><![CDATA[Espresso Confessions.]]></category>
		<category><![CDATA[บารัค โอบามา]]></category>
		<category><![CDATA[รางวัลโนเบล]]></category>
		<category><![CDATA[สงคราม]]></category>
		<category><![CDATA[สันติภาพ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.somtee.com/?p=547</guid>
		<description><![CDATA[บทวิพากษ์ "สันติภาพ" ในความหมายของการมอบรางวัลโนเบลแก่ ปธน.บารัค โอบามา]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>Slumdog Millionaire</strong> คว้าออสการ์ปีที่ผ่านมาอย่างเป็นเอกฉันท์จากกรรมการ ไม่ค้านสายตานักวิจารณ์และผู้ชมทั่วโลก <span style="color: #3366ff;">(รวมถึงหนึ่งเสียงผมด้วย)</span> แต่วันนี้ไม่ได้จะมาคุยถึงเรื่องภาพยนตร์หรอก แท้จริงแล้วอยากจะพูดถึงการมอบรางวัลระดับโลก ที่เพิ่งประกาศไปเมื่อวานนี้ต่างหาก</p>
<p><strong>รางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ</strong> ปีนี้ได้แก่ <span style="text-decoration: line-through;"><strong>บางรัก โอบามาร์ค</strong></span> <span style="color: #3366ff;">(เพียะ!!)</span> <strong>บารัค โอบามา</strong> มิสเตอร์เพรสิเด้นเทอะแห่งสหรัฐมะริกัน <span style="color: #3366ff;">(คนนี้นี่เองงง!!)</span></p>
<p><img class="alignnone size-full wp-image-548" title="โอบาม่าลูกทุ่ง" src="http://www.somtee.com/wp-content/uploads/2009/10/ObamaThai.jpg" alt="โอบาม่าลูกทุ่ง" width="245" height="163" /></p>
<p>เย้ยยย!! ลงรูปผิดนั่นมัน<strong> “โอบามาลูกทุ่ง”</strong> บ้านเรา… <span style="color: #3366ff;">(เพียะ!!)</span></p>
<p>คนนี้ต่างหาก</p>
<p><img class="alignnone size-full wp-image-549" title="Obama" src="http://www.somtee.com/wp-content/uploads/2009/10/Obama.jpg" alt="Obama" width="250" height="257" /></p>
<p>(ขออภัยที่เลือกรูปท่านไม่หล่อ credit จาก<a href="http://news.nipa.co.th/image/posttoday/img500/8144_15396.jpg" target="_blank">ที่นี่</a>)</p>
<p>สื่อบางสำนักค่อนแคะว่ารางวัลนี้เป็น <strong>“รางวัลปลอบใจ”</strong> ให้เขาที่เพิ่งเสียหน้าอย่างแรงงส์ จากการ<span style="text-decoration: underline;">ชวดเป็นเจ้าภาพกีฬาโอลิมปิก</span>ของนครชิคาโก ที่เขารับหน้าเสื่อเป็นหัวหอกออกหน้าในโค้งสุดท้ายเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว<span style="color: #3366ff;"> (แหม…คิดไปได้)</span></p>
<p>โอบามานั้นได้รับการเสนอชื่อหลังจากเข้าพิธีสาบานตนรับตำแหน่งประธานาธิบดี เมื่อวันที่ 20 มกราคม<span style="text-decoration: underline;"> เพิ่งจะทำงานในตำแหน่งได้เพียง10 วันเท่านั้น</span> เนื่องจากเส้นตายของการเสนอชื่อแก่คณะกรรมการผู้พิจารณาคือวันที่ 1 กุมภาพันธ์</p>
<p>หากมองในแง่นี้อาจดูว่า เอ๊ะ..หมอนี่ได้รางวัลง่ายไปหรือเปล่า ผลงานในตำแหน่งหน้าที่ก็ยังไม่ได้มีปรากฎชัดเจนแจ่มแจ๋ว ถ้าเป็นมวยโอลิมปิกก็เหมือนกรรมการขยันกดคะแนน ทั้งที่ต่อยไม่เข้าเป้าเท่าไหร่ <span style="color: #3366ff;">(อาศัยว่าของเค้าแรง..)</span></p>
<p>แต่หากพิจารณา<span style="color: #3366ff;"><a href="http://th.wikipedia.org/wiki/บารัค_โอบามา" target="_blank">ประวัติการทำงาน</a></span>การเมืองและสังคมของโอบามาที่ผ่านมา ก็พอจะกล้อมแกล้มได้ว่า เขาก็เป็นคนหนึ่งที่ยืนหยัดในอุดมการณ์นำสันติภาพคืนสู่โลกด้วยสันติวิธีและแนวทางการฑูตและการตั้งโต๊ะเจรจาต้าอ่วยมาตลอด<span style="color: #3366ff;"> (ย้อนหลังไปถึงสมัยยังไม่ได้เป็นปธน.ด้วยนะ)</span></p>
<p>บวกลบคูณหารแล้วการที่เฮียโอบาม่าคว้าชัยครั้งนี้คงมิใช่ทฤษฎีสมรู้ร่วมคิดอย่างที่ใครป้องปากเม้าท์ แม้จะค้านสายตาหักปากกาสื่อมวลชนและนักวิเคราะห์ทั่วโลกก็ตาม แต่รางวัลก็คือรางวัล มันไม่ได้ส่งผลใดๆ ต่อสันติภาพของโลกนี้อย่างมีนัยสำคัญนักหรอก ในสายตาผู้นำอิหร่าน เกาหลีเหนือ อย่าง<strong>ลูกพี่เนจ๊าดและลุงจองอิล</strong> คงไม่ได้ให้ราคาหรือน้ำหนักของรางวัลนี้ เท่ากับคนที่ยืนคนละฟากของนิยามต่อคำว่า <strong>“สันติภาพ”</strong></p>
<p>ผลงานช่วงกว่าครึ่งปีของโอบามาในตำแหน่ง และก้าวย่างแรกๆ สู่ความเปลี่ยนแปลง <strong>“CHANGE”</strong> ที่เขาใฝ่ฝันจะทำให้สำเร็จ อาจเปรียบเสมือน <strong>“หนังตัวอย่าง”</strong> ที่ปล่อยออกมาเรียกน้ำย่อย แต่ก็เข้าตากรรมการจนได้รางวัลออสการ์ไปซะงั้น ทั้งที่ยังถ่ายทำไม่เสร็จสมบูรณ์ ตะวันออกกลางยังคงเต็มไปด้วยกำลังทหารและยุทโธปกรณ์ คาบสมุทรเกาหลียังคงมีการทดลองอาวุธร้ายอยู่เนืองๆ รวมถึงภัยก่อการร้ายที่ผุดเป็นดอกเห็ดในเมืองสำคัญๆ หลายประเทศ</p>
<p><strong>ก็หวังว่าผู้ชมบนประเทศห่างไกลอย่างเราๆ <span style="color: #3366ff;">(แต่ไม่ได้ไกลจากความคำนึงถึงสันติภาพเลย</span>) คงจะได้ชื่นชมกับผลสัมฤทธิ์ของภาพยนตร์เรื่องนี้ฉบับเต็ม ในวันใดก็วันหนึ่ง…</strong></p>
<p>++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++</p>
<p><span style="text-decoration: underline;"><span style="color: #3366ff;"><strong>เก็บตกมาแล้วจ้า</strong></span></span></p>
<p>ในโลกคู่ขนานของรางวัลโนเบลที่มอบแด่ผู้มีผลงานทรงคุณค่าแก่โลก ก็ยังมีการมอบรางวัล <strong>“อิ๊กโนเบล”</strong> แก่คนเล็กๆที่มีผลงานทรงคุณค่า<span style="color: #3366ff;"> (น้อยหน่อย)</span> แก่โลก เป็นเหมือนการจิกกัดล้อเลียนกลายๆ และสำหรับผู้ชนะสาขาสันติภาพประจำปีนี้ คือ <strong>นักพยาธิวิทยาชื่อ สเตฟาน โบลลิแยร์ กับเพื่อนร่วมงานที่มหาวิทยาลัยเบิร์นในสวิตเซอร์แลนด์</strong> กับผลงานวิจัยอันทรงคุณค่าแก่สันติภาพของโลกเบี้ยวๆ ใบนี้</p>
<p>จากการศึกษาของพวกเขาพบว่า หากเกิดการทะเลาะวิวาทในผับ ให้เอาหัวรับกระป๋องเบียร์ที่ยังเต็มอยู่ดีกว่ากระป๋องเบียร์เปล่า เพราะกระป๋องเบียร์เปล่าจะสร้างความเสียหายให้แก่กะโหลกมนุษย์มากกว่ากระป๋องเบียร์ที่เต็มอยู่ เพราะกระป๋องที่มีเบียร์อยู่เต็มจะระเบิดเร็วกว่าจากแรงดันจากเบียร์และการอัดลม</p>
<p><strong>โอววว์…แม่จ้าว!! โอ้ววบ้าามากก</strong></p>
<p><strong><span style="color: #3366ff;">เก็บตกจบแล้วคร้าบบบ!!</span></strong></p>
<p>++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++</p>
<p><span style="text-decoration: underline;"><strong>REFERENCES</strong></span></p>
<p>ประวัติและผลงานปธน.โอบามาโดยสังเขป จาก <a href="http://th.wikipedia.org/wiki/บารัค_โอบามา" target="_blank">Wikipedia</a></p>
<p>ข่าวเกี่ยวกับ<a href="http://www.komchadluek.net/detail/20091009/31930/โอบาม่าคว้าโนเบลสาขาสันติภาพ.html" target="_blank">การประกาศรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ</a></p>
<p>ข่าวเกี่ยวกับรางวัล <a href="http://www.komchadluek.net/detail/20091004/31035/หน้ากากจากเสื้อในคว้าโนเบลสุดเพี้ยนประจำปี.html" target="_blank">“อิ๊กโนเบล” (ฮามากมาย)</a></p>
<p>++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.somtee.com/obama_won_nobel/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เธอตีตั๋วหนัง..ที่นั่งของคู่รัก</title>
		<link>http://www.somtee.com/turnleft-turnright/</link>
		<comments>http://www.somtee.com/turnleft-turnright/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 08 Oct 2009 12:29:15 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Somtee</dc:creator>
				<category><![CDATA[Not you not Me, or anyone we knew.]]></category>
		<category><![CDATA[ความรัก]]></category>
		<category><![CDATA[ความสูญเสีย]]></category>
		<category><![CDATA[เรื่องสั้น]]></category>
		<category><![CDATA[โรงหนัง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.somtee.com/?p=539</guid>
		<description><![CDATA[เธอตีตั๋วที่นั่งคู่ดูหนังเดียวดาย วันนี้เธอไม่มีเขาแล้ว ...เธอเลือกนั่งเก้าอี้ตัวขวา อาจบางทีกฎเกณฑ์เล็กน้อยที่เคยเข้มงวดสมควรแก่เวลาจะถูกท้าทาย]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>…</p>
<p>เธอไม่เคยชอบการนั่งดูหนังคนเดียว ไม่ใช่ว่าเธอไม่เคยดูหนังคนเดียวหรือไม่เคยเข้าโรงหนังเดียวดาย เพียงแต่เธอไม่ชอบเท่านั้นเอง</p>
<p>..ด้วยเพราะเธออยากให้มีคนสะกิดปลุกเมื่อเธอเผลอหลับยามหนังนั้นน่าเบื่อ<br />
อยากให้มีคนบรรจงกุมมือเธอไว้ในยามที่ใจเธอหลุดลอยไปกับความงามบนจอหนัง<br />
อยากให้มีคนฟังเสียงสบถดังๆ ในใจของเธอ เมื่อได้ยินเสียงคนคุยโทรศัพท์ในโรง<br />
อยากบ่นให้ใครสักคนฟังถึงภาพโฆษณายาวนานก่อนหนังเริ่มฉาย</p>
<p><span style="color: #3366ff;"><strong>..อยากมีใครสักคนอยู่ข้างๆ</strong></span></p>
<p>…</p>
<p>นานหลายปีที่เธอไม่ต้องทำในสิ่งที่เธอไม่ชอบ เธอมี <span style="color: #ff0000;"><strong>“เขา”</strong></span> ที่เป็นคนอยู่เคียงข้างเธอเสมอในความหมายของคนรักที่มิใช่เพียงเพื่อนร่วมดูหนัง การไปดูหนังด้วยกันหาใช่พิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ที่มีขั้นตอนใดมากมาย</p>
<p><span style="color: #3366ff;"><strong>หน้าที่เธอคือ เลือกเรื่องที่จะดู<br />
<span style="color: #ff0000;">หน้าที่เขาคือ ซื้อตั๋วเรื่องนั้นให้ได้</span></strong></span></p>
<p>ไม่ต้องมีข้าวโพดคั่ว ไม่ต้องมีน้ำอัดลมแก้วโต เพียงตั๋วที่นั่งติดกันก็พอ<br />
…</p>
<p><img class="alignnone size-medium wp-image-540" title="loveseat" src="http://www.somtee.com/wp-content/uploads/2009/10/cinema2-300x199.gif" alt="loveseat" width="300" height="199" /></p>
<p>หลายครั้งที่เธอนึกสงสัยนักว่าเวลาคู่รักไปดูหนังด้วยกัน <span style="color: #3366ff;"><strong>ผู้ชายกับผู้หญิงจะเลือกนั่งเก้าอี้เบาะซ้ายหรือขวาของกันและกันนะ</strong></span> มันอาจดูเป็นคำถามที่ค่อนข้างไร้สาระ และธรรมดาแล้วเธอไม่ใคร่เป็นคนที่ชอบสอดส่องเรื่องของคนอื่น แต่บ่อยครั้งที่เธออดสังเกตไม่ได้ว่าคู่รักอื่นๆ นั่งกันอย่างไร ใครอยู่ซ้ายหรือขวากันบ้าง</p>
<p><strong><span style="color: #ff0000;">“เรื่องแบบนี้มันก็แล้วแต่เค้ามั้ง..ไม่มีกฎตายตัวหรอกน่าอย่าไปสนใจเลย” </span></strong>เขาบอกเธอ ให้ความเห็นกับนิสัยแปลกที่เธอเล่าให้เขารู้</p>
<p><strong><span style="color: #3366ff;">“เอาน่าคุณ..โฆษณาตั้งครึ่งชั่วโมงน่าเบื่อจะตาย ระหว่างนี้ขอฉันดูอะไรเพลินๆ ของชั้นเหอะ”</span></strong> เธอแย้ง</p>
<p>ไม่รู้ว่าเขาเคยสังเกตบ้างหรือไม่ ว่าทุกคราวที่ดูหนังโรงด้วยกันนับแต่ครั้งแรก<strong> <span style="color: #3366ff;">เธอจะเลือกนั่งด้านซ้ายมือของเขาเสมอ</span></strong> เธอชอบแต่งกลอน ชอบคำคล้องจอง เธอชอบวลีที่ว่า <span style="color: #3366ff;"><strong>“หญิงซ้าย<span style="color: #ff0000;">ชายขวา</span>”</strong></span> เธอชอบหนังสือภาพ <span style="color: #3366ff;"><strong>“ผู้หญิงเลี้ยวซ้าย <span style="color: #ff0000;">ผู้ชายเลี้ยวขวา</span>”</strong></span> ของ Jimmy Liao นักเขียนไต้หวันผู้โด่งดัง</p>
<p>เธอไม่เคยบอกเรื่องนี้ให้เขารู้มาก่อน โดยเฉพาะความคิดที่ว่าเมื่อเธอเลือกนั่งด้านซ้าย มือขวาของเธอจะมีมือซ้ายของเขากุมอยู่ <span style="color: #3366ff;"><strong>และนั่นทำให้เธอรับรู้ถึงชีพจรและจังหวะเต้นของหัวใจของเขาได้มากกว่า</strong></span> นี่ก็เป็นอีกเรื่องที่ดูโรแมนติกระคนไร้สาระ แต่สำหรับเธอความรักอาจไม่ได้ต้องการสาระหรือเหตุผลมากมายนัก<br />
…</p>
<p><span style="color: #3366ff;"><strong>ย่ำค่ำของวันที่ฟ้าไร้เงาฝน เธอตีตั๋วที่นั่งคู่ดูหนังเดียวดาย วันนี้เธอไม่มีเขาแล้ว</strong></span></p>
<p>เธอเลือกนั่ง<strong><span style="color: #3366ff;"> <span style="color: #ff0000;">&#8220;เก้าอี้ตัวขวา&#8221;</span></span></strong> อาจบางทีกฎเกณฑ์เล็กน้อยที่เคยเข้มงวดสมควรแก่เวลาจะถูกท้าทาย</p>
<p>เธอเศร้า.. เธอร้องไห้กับหนังตลกที่กำลังฉายเป็นตัวอย่าง เธอรู้สึกถึงเสียงเต้นไม่เป็นจังหวะของหัวใจที่อกด้านซ้าย มือซ้ายเธอว่างเปล่า ใจเธอพลันคิดจินตนาการว่าหากมีเขานั่งข้างซ้ายตรงที่เธอเคยนั่ง เวลานี้เขาจะสัมผัสถึงความโศกในหัวใจเธอบ้างหรือไม่</p>
<p>ภาพบนจอหนังขอความร่วมมือให้ปิดโทรศัพท์มือถือ หากเป็นทุกคราวที่ผ่านมาเธอจะปิดตั้งแต่ยังไม่ก้าวเท้าเข้าโรง แต่วันนี้เธอเลือกเปิดเสียงเรียกเข้าให้ดังที่สุด ใจหวังให้เขาโทรมาหา เธอจะกดรับและคุยกับเขาทันที <strong><span style="color: #3366ff;">อย่างที่บอกไปว่ากฎเกณฑ์เข้มงวดของชีวิตเธอ อาจบางทีสมควรถูกเย้ยหยันเสียบ้าง</span></strong></p>
<p>หนังเริ่มฉายแล้วแต่เธอยังไม่มีกะจิตกะใจจะดู กลับนั่งเหม่อนึกถึงเรื่องราวที่ผ่านมาของเธอกับเขา ซึ่งแท้จริงแล้วเป็นภาพยนตร์ชีวิตจริงที่เธออยากหวนรำลึกให้จดจำ และอยากลืมเลือนมันไปในคราวเดียวกัน</p>
<p>เธอหวนระลึกถึงหนังเรื่อง <span style="color: #3366ff;"><strong>“ผู้หญิงเลี้ยวซ้าย <span style="color: #ff0000;">ผู้ชายเลี้ยวขวา</span>” </strong></span>ที่เอาหนังสือโปรดของเธอมาทำเป็นหนัง และเคยได้นั่งดูด้วยกันที่นี่กับเขาเมื่อหลายปีก่อน ในหนังพระเอกกับนางเอกอยู่บ้านตึกติดกันชั้นเดียวกัน ห้องเพียงถูกกั้นด้วยผนังปูน ชีวิตเพียงถูกกั้นด้วยโชคชะตาที่เล่นตลก ทั้งคู่พบรักกันครั้งแรก แต่กลับไม่มีโอกาสได้สานต่อสัมพันธ์รักเพียงเพราะว่าทุกครั้งที่ออกจากบ้าน ต่างคนก็ต่างมีอันต้องเลี้ยวไปคนละทาง “ผู้หญิงซ้ายผู้ชายขวา”</p>
<p><strong><span style="color: #3366ff;">“อาจบางทีเขาและเธอในหนังเรื่องนั้นเพียงเลือกเช่าบ้านสลับที่กัน ไม่เช่นนั้นทั้งสองอาจได้พบเจอกันทุกครั้งที่ออกจากบ้านและเดินเลี้ยวไปตามเส้นทางของทั้งคู่”</span></strong> เธอคิดถึงความเป็นไปได้นั้นในใจ แล้วก็พลันหวนคิดถึงการเลือกตำแหน่งที่นั่งในโรงหนังของเขาและเธอ</p>
<p><strong><span style="color: #3366ff;">“ฉันคงผิดเองที่เลือกที่นั่งฝั่งนี้อยู่เสมอ”</span></strong><br />
…<span style="color: #ff0000;"><br />
</span></p>
<h2><span style="color: #ff0000;"> <strong>“ปี๊บๆ ปี๊บๆ”</strong></span></h2>
<p>เสียงโทรศัพท์มือถือเธอดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ ทุกสายตาประณามของผู้ชมในโรงหันมามองต้นเสียงตรงที่นั่งคู่ของเธอ มันไม่ใช่เสียงเรียกเข้าแต่เป็นเสียงข้อความใหม่ที่มีคนส่งถึงเธอ เธอหยิบโทรศัพท์มากดดู</p>
<p><strong><span style="color: #ff0000;">“ที่จริงแล้ว..ผมอยากเป็นคนเลือกหนังที่เราจะดูบ้าง”</span></strong></p>
<p>เธอไล่สายตาอ่านประโยคสั้นๆ ที่เขาส่งมาซ้ำวนไปมาหลายรอบ แก้มเธอเปียกรื้น ใจเธอแหลกสลาย เธออยากกดลบข้อความทิ้งแต่ตัดสินใจเก็บมันไว้อย่างนั้น เปล่าประโยชน์ที่เธอจะลบมันจากหน่วยความจำโทรศัพท์ ขณะที่หน่วยความทรงจำของเธอไม่สามารถกดลบได้ง่ายดายแบบเดียวกัน</p>
<p><span style="color: #3366ff;"><strong>เธอลุกจากที่นั่งคู่นั้น ทิ้งมันไว้ให้ว่างเปล่า และก้าวเท้าเดินตามขั้นบันไดลาดสู่ประตูทางออก ไม่เว้นขณะจิตให้ได้คิดเลยว่าเมื่อก้าวข้ามความมืดออกสู่ภายนอกแล้ว เธอจะเลือกเลี้ยวซ้าย หรือเลี้ยวขวาดี</strong></span></p>
<p><span style="color: #808080;"><strong>+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++</strong></span></p>
<p><span style="color: #808080;"><strong>เรื่องสั้นนี้แด่เพื่อนๆ ที่ผมรัก ผ่านพ้นมันไปให้ได้นะ<br />
</strong></span></p>
<p><span style="color: #3366ff;"><strong><span style="color: #808080;">+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++</span><br />
</strong></span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.somtee.com/turnleft-turnright/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เสพสมบ่มิสร้าง?</title>
		<link>http://www.somtee.com/shallow_consume/</link>
		<comments>http://www.somtee.com/shallow_consume/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 06 Oct 2009 14:15:51 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Somtee</dc:creator>
				<category><![CDATA[สมตี๋-สมไซ-สมทัศน์]]></category>
		<category><![CDATA[จดหมาย]]></category>
		<category><![CDATA[สมทัศน์]]></category>
		<category><![CDATA[สมไซ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.somtee.com/?p=510</guid>
		<description><![CDATA[ด้วยบางทีคนเรามิอาจโดดเดี่ยว.. หรือโลกสร้างความขาดๆเกินๆเพื่อให้เราเกิดความสัมพันธ์กัน]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>บันทึกนี้เป็นจดหมายตอบกลับจดหมายของมหามิตร 2 ฉบับต่อไปนี้</strong></p>
<ul>
<li><a href="http://www.facebook.com/home.php#/note.php?note_id=94054271441" target="_blank">มันจะมั่วกันไปถึงไหนกันจ๊ะ (จดหมายจากสมไซ)</a></li>
<li><a href="http://tousna.wordpress.com/2009/06/07/มีแต่รูปแบบแต่ขาดเนื้อ/" target="_blank">มีแต่รูปแบบแต่ขาดเนื้อหา (จดหมายจากสมทัศน์)</a></li>
</ul>
<p>&#8230;</p>
<p>ก่อนอื่นต้องขออภัยพวกคุณ(มึง) ด้วยที่ผมตอบจดหมายฉบับนี้เนิ่นช้า จากที่คุณเปิดประเด็นสนทนากันมาร่วมสี่เดือนเต็ม และในช่วงเวลาสี่เดือนที่ร้างห่างตู้จดหมายไปนั้น ดูเหมือนสังคมไทยที่ดูนิ่งๆ ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงที่เป็นแรงกระเพื่อมใหญ่ แต่หากนับเอา<span style="text-decoration: underline;">ความเปลี่ยนแปลงระดับใบไม้ไหว</span>ที่วงนอกสุดของแกนกลางสังคมแล้ว มีอะไรเกิดขึ้นมากมายเสียเหลือเกิน</p>
<p><span style="color: #3366ff;"><strong>นาธาน โอมาน</strong> โดนสื่อทุกสารทิศเปิดโปงเบื้องหลังสร้างข่าวเล่นหนังฮอลลีวูดฟอร์มยักษ์</span></p>
<p><span style="color: #3366ff;"><strong>หลินปิง</strong> แพนด้าอ่องอ๋าได้ชื่อจากการโหวตผ่านไปรษณียบัตรในที่สุด</span></p>
<p><span style="color: #3366ff;"><strong>ทักษิณ</strong>ปลุกกระแส <strong>Twitter</strong> จนยอดผู้ใช้งานในไทยพุ่งปรี๊ดอย่างรวดเร็ว</span></p>
<p><span style="color: #3366ff;"><strong>น้องหม่อง</strong><span style="text-decoration: underline;">เด็กไร้สัญชาติชาวไทย</span>(เอ๊ะยังไง) ร่อนเครื่องบินกระดาษจนฮือฮาถึงแดนปลาดิบ</span></p>
<p><span style="color: #3366ff;"><strong>วอลเล่ย์บอล</strong>สาวไทยชนะทีมจีนคว้าแชมป์เอเชีย</span></p>
<p><span style="color: #3366ff;"><strong>น้องเคอิโงะ</strong>(แฝดคนละฝากับน้องหม่อง) ได้เจอพ่อที่บินมาหาจากแดนปลาดิบ(คาดว่าน้องหม่องไปเรียกมา)</span></p>
<p><span style="color: #3366ff;"><strong>เพชรา เชาวราษฎ์ </strong>กลับมาปรากฏโฉมต่อสาธารณชนครั้งแรกในรอบกว่าสามสิบปีในโฆษณาเครื่องสำอาง</span></p>
<p><span style="color: #3366ff;"><strong>โฆษณาประกันชีวิต</strong>สุดซึ้งที่ออกมาเรียกน้ำตา Target Group ตรงเวลาทุกปี ไม่ต่างจาก<strong>บั้งไฟพญานาค</strong>ที่มาตามนัดช่วงออกพรรษา</span></p>
<p><span style="color: #3366ff;">และล่าสุด <strong>รถไฟตกรางที่หัวหิน</strong> (ขอแสดงความเสียใจต่อผู้สูญเสียด้วยครับ)</span></p>
<p><strong>โน่น นี่ นั่น สับเปลี่ยนหมุนเวียนมาให้เสพสมฯ (สร้างความบันเทิงทางอารมณ์รายวัน : ตามนิยามของสมทัศน์) ไม่ขาดสาย</strong></p>
<p><strong><img class="alignnone size-medium wp-image-513" title="sepsom" src="http://www.somtee.com/wp-content/uploads/2009/10/sepsom-300x207.jpg" alt="sepsom" width="300" height="207" /><br />
</strong></p>
<p>ถึงเวลานี้ชื่อของ<span style="text-decoration: underline;">น้องอุ้ม พรพัชญา </span>(นางร้ายรางวัลตุ๊กตายางจากเมืองคานส์ :รับมอบจากมือของสมไซ) ดูจะร้างเลือนไปไม่ต่างจากตัวร้ายรุ่นเก่า ที่ห่างหายไปจากหน้าจอหรือสปอตไลท์ของสังคม (<span style="text-decoration: underline;">พุทโธ่!!! สุริยะCTX </span>ตอนนี้ตีกอล์ฟจนบ้านหมุนอยู่ที่ไหนนะ) เพียงเพื่อหลีกทางให้ของสดใหม่ที่น่าเสพสมฯ กว่าเข้ามาแทนที่</p>
<p>สำหรับเรื่อง <strong>&#8220;มีแต่ Hard skill แต่ Soft skill ตีบตัน&#8221;</strong> ที่คุณสมทัศน์อ้างนิยามศัพท์จาก<span style="text-decoration: underline;">ชาวบ้าน</span> (สงสัยจังวุ้ย ว่าไอ้ชาวบ้านนี่มันใครวะ..วานบอก) มาอธิบายความว่า <strong>&#8220;มีความสามารถในการกระทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งให้เกิดขึ้น แต่กลับขาดไร้ความสามารถในการรู้ เข้าใจ ตระหนักถึงเป้าหมายในการทำสิ่งนั้นๆ&#8221;</strong></p>
<p>ในความเห็นผมกลับมองว่าไอ้ความขาดๆเกินๆ แบบนี้มันก็<span style="text-decoration: underline;">ใช่ว่าจะเป็นข้อตำหนิ</span>หรือพาลหงุดเงี้ยวหัวใจเท่าไหร่นัก ด้วยว่าพอเสพสารที่คุณสื่ออย่างละเอียดอ่อนและเป็นธรรมแล้ว <span style="text-decoration: underline;">ตัวผมเองก็จัดอยู่ในข่าย พวกขาดๆเกินๆ ทาง Skills</span> ทั้งอ่อนทั้งแข็งแบบที่คุณว่า กับเขาเหมือนกันในหลายๆ เวลา</p>
<p>หลายครั้งคนเราอาจต้องการ <span style="text-decoration: underline;"><strong>ความสัมพันธ์กับคนรอบข้าง</strong></span> บางครั้งอาจเป็นเพื่อนร่วมงาน เจ้านาย ลูกน้อง ลูกศิษย์ อาจารย์ พี่ น้อง พ่อแม่ หรือแม้แต่คู่ชีวิต เพื่อสร้างสมดุลของ Skills อ่อนๆ แข็งๆ ที่ขาดๆเกินๆ เหล่านั้นให้สามารถขับเคลื่อนให้ข้ามผ่านโจทย์ชีวิตต่างๆ ที่เวียนหน้ามาท้าทาย</p>
<p><strong>ด้วยบางทีคนเรามิอาจโดดเดี่ยว.. หรือโลกสร้างความขาดๆเกินๆเพื่อให้เราเกิดความสัมพันธ์กัน</strong></p>
<p>ไอ้การที่ผมเสพสมฯ จดหมายสองฉบับของคุณแล้วทำหน้ามึน ไม่สรรสร้างข้อความใดๆ ต่อยอดความคิดกว่าสี่เดือนแบบนี้ ก็เข้าข่ายพวก <strong>&#8220;เสพสมบ่มิสร้าง&#8221;</strong> และไอ้จดหมายที่ร่ายยาวมาหลายย่อหน้าแล้วแต่เนื้อหาก็ยังบางเบา เปล่ากลวง (บางคนอาจอ่านไม่รู้เรื่องด้วยซ้ำ) อยู่อย่างนี้ ก็เข้าข่าย &#8220;มีแต่รูปแบบแต่ขาดเนื้อหา&#8221; อย่างที่คุณหงุดเงี้ยวใจเหมือนกัน..จริงไหม?</p>
<p>ผมไม่ค่อยแน่ใจนักว่าตัวเองมี <strong>Hard/Soft skill </strong>ตามคำนิยามของ<span style="text-decoration: underline;">ชาวบ้าน(บ้านคุณ)</span> ในด้านใดบ้าง แต่ผมว่า<span style="text-decoration: underline;">ความสัมพันธ์</span>ของเราสามคนก็คงพอกล้อมแกล้มให้การนั่งคุยกันแบบนี้ไม่ได้ขาดไร้แก่นสารสาระไปเสียทั้งหมดหรอกน่า</p>
<p><strong>จึงเรียนมาเพื่อโปรด เสพสมฯ โดยทั่วกัน </strong>(จบดีกว่า..แม่งเริ่มออกแนว<span style="text-decoration: underline;">เกย์ทอล์ก</span>ไปทุกทีแล้วว่ะ ขนลุก)</p>
<p>&#8230;</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.somtee.com/shallow_consume/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
