<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><!-- generator="WordPress/2.8.4" -->
<rss version="0.92">
<channel>
	<title>สมตี๋ดอทคอม</title>
	<link>http://www.somtee.com</link>
	<description>บันทึกความคิดและงานเขียนของสมตี๋ ตั้งแต่ 2545 - ปัจจุบัน</description>
	<lastBuildDate>Thu, 14 Jan 2010 12:31:07 +0000</lastBuildDate>
	<docs>http://backend.userland.com/rss092</docs>
	<language>en</language>
	
	<item>
		<title>ซาตานที่สี่แยก : ตอนที่ 3 – Stairway to Heaven?</title>
		<description>...

เสียงกริ่งประตูบ้านปลุกเขาให้ตื่นจากภวังค์ฝัน เขาชันตัวลุกขึ้นจากโซฟาในสภาพเดิมไม่เปลี่ยนไปจากเมื่อคืน เสียงเพลงจากซีดีแผ่นคู่นั้นยังคงเล่นวนอยู่อย่างเดิม เขามีนิสัยชอบเปิดเพลงฟังกล่อมนอนแบบที่ให้มันเล่นซ้ำวนไปวนมาแบบไม่กลัวชาวบ้านประณามว่าเปลืองไฟหรือเป็นตัวการก่อปัญหาโลกร้อน

เขาเชื่อของเขาเองว่าโลกน่าเบื่อที่ปราศจากเสียงดนตรีเป็นปัญหาใหญ่โตยิ่งกว่าเรื่องโลกร้อนเสียอีก และเสียงเพลงเพราะๆ ก็อาจช่วยให้โลกเย็นลงได้ เขาลุกขึ้นไปเบาเสียงเพลง มองดูนาฬิกาที่ข้างฝาเห็นเข็มชี้บอกเวลาสิบโมงกว่าแล้ว เขาสบถในใจเมื่อนึกสงสัยว่าใครกันที่มากดกริ่งหน้าบ้านเขาแต่วันขณะเดินงัวเงียไปดูคำเฉลยที่รออยู่อีกฟากของรั้วบ้าน

“มีพัสดุส่งด่วนถึงคุณครับ ช่วยเซ็นต์รับหน่อย ตรงนี้นะครับ”

พนักงานไปรษณีย์นั่นเอง แต่นั่นไม่ใช่เรื่องที่เขาประหลาดใจเท่ากับพัสดุชิ้นใหญ่ที่แม้ไม่ต้องเปิดดูก็รู้ว่าข้างในต้องเป็นกีตาร์แน่ๆ ด้วยรูปทรงของหีบห่อนั้นไม่อาจคาดหวังเป็นอย่างอื่นไปได้หรอก เขาไม่แน่ใจนักว่าพัสดุนั้นส่งผิดบ้านหรือไม่จึงตรวจดูชื่อที่อยู่ผู้รับให้แน่ใจก่อนเซ็นต์รับ บนกล่องกีตาร์นั้นระบุชื่อผู้ส่งว่า “นางสาววิญญาณ” โดยไม่ระบุที่อยู่ผู้ส่ง ถึงเวลานี้ไม่มีเรื่องอะไรในโลกที่เขาต้องตื่นตระหนกหรือประหลาดใจอีกแล้ว เขาหิ้วกล่องกีตาร์กลับเข้าบ้านก่อนจะนั่งลงตรงโซฟาแล้วบรรจงแกะกระดาษห่อและเปิดมันออกมาดู

กีตาร์โปร่งตัวเดิมที่คุ้นตาของสาวน้อยเมื่อคืน (แน่นอนว่าเป็นตัวเดียวกับที่เขาสะพายอยู่บนหน้าปกซีดีแผ่นคู่นั้นด้วย) อยู่ในกล่องกระดาษใบนั้น เขาหยิบมันขึ้นมาพลิกดูไปมาพลางนึกสงสัยว่าทำไมเธอถึงส่งมันมาให้เขากันนะ มันเป็นกีตาร์โปร่งลายไม้ที่ดูเรียบหรูมีชาติตระกูล บนเฟร็ตมีรอยสึกเล็กน้อยตามตำแหน่งต่างๆ ที่บ่งชี้ว่าเจ้าของเดิมไม่ได้ซื้อมันมาเก็บสะสมไว้บนหิ้ง แต่กระนั้นเขาก็สัมผัสได้ถึงความเอาใจใส่และดูแลรักษามันเป็นอย่างดี เขาทาบนิ้วลงและลองดีดปรับตั้งสายก่อนพบว่ามันถูกปรับเสียงให้พร้อมเล่นอยู่แล้ว มีเพียงตัวเขานั่นเองที่ไม่พร้อมสำหรับมัน เท่าที่จะนึกได้ในเวลานั้นเขาเล่นเพลงสี่คอร์ดหากิน “ได้อย่างเสียอย่าง” ของอัสนีวสันต์ ไปสองสามท่อนก่อนจะหงุดหงิดกับนิ้วแข็งๆ ที่ร้างเลือนจากการเล่นดนตรีมากว่าสิบปี เขาวางมันลงก่อนจะดูในกล่องกระดาษและพบว่ามีโปสการ์ดแนบมาด้วยหนึ่งใบ บนกระดาษแผ่นนั้นมีข้อความเขียนด้วยลายมือน่ารักของหญิงสาวคนเดียวกับบนปกซีดี

“ฉันแค่ให้คุณยืมนะ อีก 40 วันนับจากนี้ช่วยเอามาคืนและเล่นเพลงของคุณให้ฉันฟังหน่อย จะรออยู่ที่ๆ เราพบกันค่ะ - Soul”

เขาอมยิ้มกับข้อความของสาวซาตาน ถึงเวลานี้เขารู้สึกว่าเธอไม่ใช่วิญญาณ ผีสางหรือผู้มาเยือนจากนรก เธอเป็นแค่นักดนตรีข้างถนนขี้เล่นที่อาจหาความสุขให้ชีวิตด้วยการเล่นสนุกกับชีวิตของผู้ฟังผู้หมองเศร้าผู้ผ่านทาง เขากลับคิดว่านี่เป็นเรื่องดีๆ ในชีวิตที่เกิดขึ้นกับเขาในรอบหลายๆ เดือนเลย

อาจไม่ใช่เรื่องสำคัญอีกแล้วที่เขาจะต้องตั้งคำถามหรือสืบเสาะหาที่มาของซีดีประหลาดแผ่นนั้น เวลานี้เขากลับนึกอยากเล่นกีตาร์ตัวที่เธอส่งมาให้เป็นเพลงได้ตามที่เธอร้องขอ เขานึกเอาเองว่าเธอคงไม่ชื่นชมกับเพลงแนวจิ๊กโก๋อกหักนักหรอก ...</description>
		<link>http://www.somtee.com/crossroads-3/</link>
			</item>
	<item>
		<title>มองหวยออนไลน์ผ่านสายตาตี่</title>
		<description>"ฝนเอยฝนตก นายกได้ใจ ล้มหวยออนไลน์ ท่านเอาแต่ใจรู้มะ?
แล้วพอน้ำแห้ง เสื้อแดงได้ท่า กรูกันออกมา เพราะว่าได้เปิดประเด็น
ล้มหวยเซงจังเลยเจ้ามือคงดีใจ ล้มแล้วกรูกำไรทันที
ล้มแล้วได้อะไร ประหลาดใจเต็มที Loxley อารมณ์ดีครื้นเครง"

(โปรดร้องด้วยทำนองเพลง “คางคกร่าเริงเลย” ของวง “นูโว” สำหรับใครที่เกิดไม่ทันให้เปิดช่อง “มะจัง” ทางเคเบิ้ลเถื่อนเพื่อฝึกก่อน)
เห็นข่าว(ดี?)รับปีใหม่ของทั่นนายกอภิสิทธิ์เรื่องโครงการล้มหวยออนไลน์ (การล้มโครงการก็นับเป็นโครงการอย่างหนึ่งนะ) ผ่านทางสื่อต่างแขนงแล้วก็พาลหงุดหงิดใจพิกล ยิ่งได้เห็นสีหน้าแววตาและฟังน้ำเสียงที่มุ่งมั่นของทั่นด้วยแล้ว ยิ่งรู้สึกว่างานนี้คงมิใช่เป็นเพียง “การกลับไปศึกษาถึงความเป็นไปได้ในการที่จะล้มโครงการ” อย่างที่ทั่นว่าเสียแล้ว แต่ดูเหมือนงานนี้มันคือการ “ประกาศเจตนารมย์อย่างโจ๋งครึ่ม” เสียมากกว่า

ก่อนอื่นขอออกตัวเอี๊ยดก่อนว่า ผมเป็นไม่ซื้อล็อตเตอรี่ เล่นหวยใต้ดินบ้างนานๆ ครั้ง (ความถี่ไม่เกินปีละหนเห็นจะได้) แต่โตพอที่จะรู้ว่าซื้อล็อตเตอรี่(เกินราคา)และแทงหวยใต้ดิน(แบบไม่ต้องจ่ายเงินสด)ได้ที่ไหน ของพรรค์นี้อยู่ใกล้ตัวเราจะตาย นั่งกินก๋วยเตี๋ยวริมทางทีไรก็มีพ่อค้าแม่ขายมาไดเร็กท์เซลกันถึงหน้าชาม ส่วนเจ้ามือหวยเถื่อนก็เหมือนอากาศ 

"แม้เราจะไม่เคยเห็นเขา แต่ไม่ได้หมายความว่าเขาไม่มีอยู่จริง"

วันนี้จึงขอเขียนถึงมุมมองผมต่อโครงการหวยออนไลน์(ล้มลุก)เสียหน่อย ก่อนอื่นขอทำความเข้าใจตรงกันสำหรับผู้ที่หลงมาอ่าน ดังนี้

	 ความเห็นต่อไปนี้ไม่ครอบคลุมถึงมุมมองด้านการคอรัปชั่นหรือผลประโยชน์เบื้องหลังใดๆ ทั้งสิ้น
	และแน่นอนไม่รวมเอามุมมองต่อเกมการเมืองหรือคะแนนนิยมของรัฐบาลและแรงเสียดทานจากฝ่ายต่อต้านรัฐบาลเช่นกัน
	 ผมไม่ได้ถือศีล 5 ไม่ได้ศึกษาธรรมะในพระพุทธศาสนาเท่าไรนัก ดังนั้นความเห็นนี้ขอข้ามประเด็นดังกล่าวไปด้วย

สิทธิมนุษยชนในการเล่นหวย

ผมว่าคนเราควรมีสิทธิโดยชอบธรรมที่จะเล่นหวยนะ ไม่ว่าหวยออนไลน์หรือออฟไลน์ บนดินใต้ดิน(หรือแม้กระทั่งลอยฟ้า) ตราบใดที่ไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อนหรือกระทบสิทธิของผู้อื่น (เช่นปล้นจี้คนอื่นเอาตังค์มาแทงหวย) ไม่ต่างจากการกินเหล้าหรือแม้กระทั่งเมายา(A-Z) พนันฟุตบอล ...</description>
		<link>http://www.somtee.com/online_lotto/</link>
			</item>
	<item>
		<title>ซาตานที่สี่แยก : ตอนที่ 2 – ซีดีแผ่นคู่(จากนรก?)</title>
		<description>...


I went down to the crossroad
fell down on my knees
I went down to the crossroad
fell down on my knees
Asked the lord above "Have mercy now,  save poor Bob if you please"
...

เธอไล่นิ้วไปตามเฟร็ตกีตาร์ตัวเดิมอีกครั้ง คราวนี้เธอเล่นเพลงบลูส์ที่เขาไม่คุ้นหู แม้เสียงร้องเธอจะสดใสคล้ายนักร้องสาวบอสซ่าที่นิยมกันอยู่ช่วงนี้ แต่ท่วงทำนองเพลงกลับแผงไว้ด้วยสำเนียงหม่นเศร้าคล้ายคนผิดหวังในรักเสียมากกว่า ตาของเธอพริ้มหลับจนไม่อาจเดาได้ว่าเธอกำลังรู้สึกเช่นไรในตอนนี้ เขายืนฟังเพลงที่ไม่รู้จักนั้นจนจบ ปรบมือให้กับเธอและเอ่ยชม

“เพราะจังเลย เพลงอะไรเหรอครับ”

“เพลงเก่ามากแล้วค่ะ ตั้งเจ็ดสิบกว่าปีแล้วล่ะ ชื่อ Crossroad ของ Robert Johnson ค่ะ” เธอตอบ

“โห เจ็ดสิบกว่าปีเลยเหรอ ก่อนพ่อผมเกิดอีกนะเนี่ย ไปขุดมาเล่นได้ยังไงน่ะ” เขาตกใจเล็กน้อยกับอายุอานามของเพลงที่เพิ่งฟัง ...</description>
		<link>http://www.somtee.com/crossroads-2/</link>
			</item>
	<item>
		<title>ด้วยรัก ความตาย หัวใจอิ่มเอม</title>
		<description>[1]

[ร้านชำแห่งหนึ่ง]

ตีหนึ่งกว่าแล้ว ผมนอนไม่หลับ ใจหนึ่งอยากออกเดินทางสู่แดนฝันแต่ไม่อาจข่มตา ผมตัดสินใจออกเดินทางจากบ้านกลางดึกสงัด เพื่อมุ่งหน้าไปยังร้านชำเล็กๆ แห่งหนึ่งในดินแดนห่างไกล ตามคำแนะนำของเพื่อนหญิงผู้มีศิลปะเจือปนอยู่ในห้วงลมหายใจ

ในเมืองเล็กๆ ซึ่งศาสนาเลือนหายจากสำนึกของผู้คน เมื่อขาดไร้ศีลธรรม การฆ่าตัวตายจึงไม่ผิดบาปต่อมาตรวัดใดๆ ครอบครัวเล็กๆ จึงอาศัยโอกาสทางการตลาดนี้ธุรกิจ ค้าขายความตายแก่ชาวเมืองผู้ปรารถนาจะจบชีวิตระทมของตน ที่แวะเวียนมาเป็นลูกค้าไม่ขาดสาย ด้วยสโลแกนของร้านที่ว่า “ไม่ตายยินดีคืนเงิน” คงบอกชัดอยู่แล้วว่าร้านนี้ไม่หวังลูกค้าประจำที่ย้อนมาอุดหนุนเป็นครั้งที่สอง
[audio:http://www.somtee.com/mp3/LittleThing.mp3]

นั่งอยู่คนเดียว มันเปลี่ยว มันเหงา เขาไม่มาสนใจ
ใครจะไปทางไหน สุดแท้แต่ใจเขา
มากมายปัญหา จึงเกิดขึ้นมา โยนไปบนท้องฟ้า
เรา มันแค่ ลูกหมา ตาดำดำ
“ร้านชำสำหรับคนอยากตาย” (Suicide Shop) กิจการเล็กๆ ที่ดำเนินกิจการโดยครอบครัวสกุล “ตูวาช” สองผัวเมียและลูกๆ ทั้งสามคนซึ่งถูกตั้งชื่อตามคนดังในประวัติศาสตร์ที่จบชีวิตด้วยการฆ่าตัวตาย “วินเซนต์” ลูกชายคนโต (แวนโกะห์) “มาริลิน” ลูกสาวคนกลาง (มอนโร) และ “อลัน” ลูกชายคนเล็กที่นิสัยใจคอต่างกับสมาชิกคนอื่นในบ้านจนเป็นเหมือนแกะขาวผู้ร่าเริง อารมณ์สุนทรีย์ มองโลกในแง่งามท่ามกลางแกะดำ



คงสงสัยใช่ไหมว่า “อลัน” คนไหนในประวัติศาสตร์โลกที่ฆ่าตัวตาย นั่นไม่สำคัญหรอกในเมื่อเขาเป็นเด็กไม่พึงปรารถนาซึ่งเกิดจากความผิดพลาดในการทดสอบสินค้า “ถุงยางอนามัยสำหรับคนอยากตายด้วยกามโรค” รอยยิ้มของเขาจึงเสมือนสิ่งไม่เจริญตาแก่พ่อและแม่ เมื่อเทียบกับการมองดูลูกรักอีกสองคน
สุดแท้แต่ใจ ...</description>
		<link>http://www.somtee.com/death_matter/</link>
			</item>
	<item>
		<title>รสนิยมเบียร์ของผู้คนบนดาดฟ้า</title>
		<description>…

[4ทุ่มปลายๆ คืนวันพฤหัส 17 ธ.ค. : ถนนข้าวสาร]

ผมเดินเตร็ดเตร่ด้วยความบูดเบี้ยวของชีวิตวัย Post-Thirty เหตุจากหัวค่ำที่ใจพลุ่งพล่านขาดไร้ความสงบนิ่ง การนั่งสมาธิคงไม่เหมาะกับคนห่างไกลศาสนาเช่นผม สุดท้ายการมุ่งหน้าสู่แสงสีกลางเมืองที่ไกลจากบ้านเพื่อพบเจอผู้คนดูคล้ายจะเป็นคำตอบที่แม้ไม่ดีที่สุด แต่ก็นับว่าพอใช้ได้สำหรับโมงยามนั้น

…
[audio:http://www.somtee.com/mp3/ChampagneSupernova.mp3]

How many special people change

How many lives are living strange

Where were you when we were getting high?

Slowly walking down the hall

Faster than a cannon ball

Where were you while we were getting high?
…

เสียงเพลง “Living on a prayer ของ Bon Jovi” ในเวอร์ชั่นกีตาร์โปร่งดังขึ้นมาจากดาดฟ้าห้องแถวหนึ่งที่เปิดเป็นผับเล็กๆ ...</description>
		<link>http://www.somtee.com/the-roof/</link>
			</item>
	<item>
		<title>ซาตานที่สี่แยก : ตอนที่1 &#8211; ถนนนี้กลับบ้าน</title>
		<description>...

หลังจากวันที่เขาพบว่าความสุขในการทำงานที่เคยทำของตัวเองลดน้อยลง ความสุขที่เคยมีให้กับคนในครอบครัวของเขาลดน้อยลง และความสุขที่ตัวเขาเองมีเริ่มน้อยลง เขาเลือกแก้วเหล้าเป็นดั่งจิตแพทย์ส่วนตัวเพื่อบำบัดรักษาอาการเสื่อมถอยของความสุขให้ตนเองทุกค่ำคืน

ในค่ำคืนหนึ่งที่เขาเมามายจากการจ่อมจมตัวเองอยู่หน้าเคาน์เตอร์บาร์ในร้านเหล้าเล็กๆ ที่ป้ายชื่อเก่าจนแทบอ่านไม่ออก สะกดด้วยภาษาอังกฤษวิบัติว่า “Happyness” ราวกับจะสะท้อนถึงความสุขฉาบฉวยและดูปลอมๆ ที่เขาได้รับผ่านการกรอกน้ำเมาหลากหลายขนานลงคอตั้งแต่ช่วงค่ำจนถึงเวลาที่ร้านปิด

สมัยยังเด็กเขาเคยขำกับคำโฆษณาของเบียร์ยี่ห้อหนึ่งที่อวดอ้างว่าเป็น “ความสุขที่คุณดื่มได้” มาถึงวันนี้เขากลับต้องขำตัวเองที่ตกเป็นทาสความสุขชั่วครั้งชั่วคราวที่เคยเหยียดหยันในวัยเยาว์

เขาจ่ายเงินแก่บริกรท่าทางง่วงนอนที่รอคอยเก็บสตางค์ลูกค้ารายสุดท้ายโดยไม่ลืมที่จะทิปตอบแทนการอยู่รอคอยลูกค้านั่งนานอย่างเขา เด็กสาวพยายามปิดบังอาการง่วงและยิ้มรับ เขาลุกจากที่นั่นและออกเดินกลับบ้านที่ห่างไปไม่ไกล

การเดินเท้ากลับบ้านในยามค่ำคืนเป็นสิ่งหนึ่งที่เขาชอบแม้หลายคนอาจมองว่าเป็นอันตราย แต่ย่างก้าวบนเส้นทางเงียบสงบกลับสู่บ้านเป็นเหมือนการใคร่ครวญชีวิตในหนึ่งวันของเขาที่ผ่านมา เขาฮัมเพลง “ถนนนี้กลับบ้าน” เพลงไทยในยุคเก่าของวงแมคอินทอช อยู่ในใจคล้ายการฟังวอล์กแมน นานเท่าไหร่แล้วที่เขาเฉยชาต่อเรื่องราวของโลกที่ดำเนินอยู่ ต่อข่าวพาดหัวบนหน้าหนังสือพิมพ์รายวัน ต่อราคาน้ำมันทองคำและดัชนีตลาดหุ้น ต่อข่าวฉาวดารานักร้อง ต่อความวุ่นวายและแย่งชิงอำนาจทางการเมือง

ตรงสี่แยกแห่งนั้น เขาเห็นเธอสะพายกีตาร์โปร่งยืนพิงเสาไฟ เสียงเพลงคลาสสิค “A Lover’s Concerto” ของบาค พริ้วไหวล่องลอยมาตามทางเดินร้างผู้คนบนถนนกลับบ้านเส้นเก่าด้วยสำเนียงกีตาร์เสนาะหู แม้เขาไม่ได้รู้ในศาสตร์และศิลป์ของกีตาร์มากไปกว่าการใช้ชีวิตวัยรุ่นเพียงช่วงหนึ่งกับการหัดเล่นมันเพื่อหวังใช้จีบสาวร่วมรุ่นที่เขาตกหลุมรักเหมือนเช่นเด็กหนุ่มทั่วไป แต่เขาก็รู้ได้จากการฟังว่าฝีมือกีตาร์ของเธอจัดว่ายอดเยี่ยมมาก เยี่ยมในระดับที่เขาอาจต้องใช้เวลาทั้งชีวิตฝึกฝนจึงจะเทียบได้

หากโลกนี้พลิกกลับตาลปัตรให้ผู้หญิงหัดเล่นกีตาร์เพื่อจีบผู้ชายแล้วล่ะก็ เสียงเพลงของเธอจะได้รับความรักจากเขาเป็นแน่



เขาหยุดยืนตรงหน้าห่างเธอไม่กี่ก้าว ได้เห็นใบหน้าเจ้าของเสียงเพลงนั้นชัดเจนขึ้นใต้แสงไฟถนน ผมยาวของเธอถูกรวบแบบลวกๆ ดวงหน้าเธอทำให้เขาย้อนคำนึงถึงรักแรกในสมัยเด็ก นักเรียนหญิงร่วมชั้นที่เขาแอบปลื้มและเป็นแรงขับให้เขาหัดเล่นกีตาร์เพื่อหวังชนะใจเธอ

เขาหูแว่วเหมือนจะได้ยินเสียงกีต้าร์สี่คอร์ดเพลง “ได้อย่างเสียอย่าง” ของอัสนี-วสันต์ ที่เขาหัดเล่นเป็นเพลงแรกด้วยเหตุผลค่อนข้างงี่เง่าเพียงเพราะว่ามันเป็นเพลงที่ใช้คอร์ดง่ายๆ สำหรับมือใหม่ มีแค่ C Am Dm G7 สี่คอร์ดเท่านั้น สมัยนั้นเขาไม่เดียงสาต่อเนื้อหาเพลงว่าความหมายของเพลงมันช่างไม่ได้เหมาะในการใช้เล่นจีบสาวแม้แต่น้อย

“คุณเล่นกีตาร์เก่งจัง เพลงเพราะมากเลยครับ” ...</description>
		<link>http://www.somtee.com/crossroads-1/</link>
			</item>
	<item>
		<title>We sing, we dance, we leave things behind.</title>
		<description>[สี่ทุ่ม ศุกร์ 4 ธันวา] : มองออกไปนอกหน้าต่าง(ที่นานครั้งจะเปิด) ในค่ำคืนที่อากาศดีนั้น ผมมองเห็นพระจันทร์ดูกลมเต็มดวงสวยนวลไม่มีเมฆมาขโมยซีนของเธอ ผมไม่ได้ดูปฏิทินหรอกว่าวันนั้นขึ้น 15 ค่ำหรือเปล่า แต่ที่ทำให้ผมประหลาดใจนิดนึงก็ตรงที่คืนนั้นพระจันทร์ดูอยู่ใกล้สายตากว่าปกติ ราวกับว่ามันเคลื่อนที่มาอยู่ใกล้โลกเรามากกว่าทุกวัน ด้วยเหตุว่าไม่มีกิจกรรมรีบร้อนอื่นใด การนั่งมองพระจันทร์คล้ายเด็กช่างสงสัยก็ไม่ได้ทำให้เสียเวลาอะไรนักหรอก

หลายวินาทีนั้นผมคิดถึงใครบางคนและมีความสุข

“ตำหนิลายกระต่ายตำข้าว” บนผิวจันทร์คืนนั้นชัดเจนเหมาะแก่การทัศนศึกษาสำหรับเด็กน้อย ขณะที่ผู้ใหญ่(ไม่รู้จักโต)อย่างผมกลับเห็นว่ามันคล้าย “แผนที่ประเทศลาว” มากกว่า

…
[audio:http://www.somtee.com/mp3/TurnBackTime.mp3]

น้ำตาในคราหม่น ที่ยามนี้ยังเอ่อล้น
คืนนี้ช่างมืดหม่น ทุกอย่างนั้นเกินจะทน
…

[คืนวันพุธ 9 ธันวา] : อาร์ตตัวพ่อและติสต์ตัวแม่แวะมาเยี่ยมเยียนบ้านเมื่อนาฬิกาบอกเวลาเที่ยงคืนกว่า นอกจากข้าวมันไก่เจ้าอร่อยจากทองหล่อแล้วสาวติสต์ยังเอาหนังสือเล่มหนึ่งมาฝาก

“Suicide Shop: ร้านชำสำหรับคนอยากตาย” นวนิยายตลกร้ายของฝรั่งเศสที่สาวเจ้าอยากให้ลองอ่าน

 

“ขอบใจว่ะ..ตอนซื้อเค้าแถมเชือกให้ผูกคอตายให้ด้วยมั้ย” : ผมเอ่ยถามกวนตีนเมื่อเห็นรูปบ่วงเชือกแขวนคอบนหน้าปก

…
หนทางดูว่างเปล่า เมื่อมาถึงคราวสับสน
น้ำค้าง ร่วงหล่น ทุกอย่างนั้นเกินจะทน
...

ไม่มีทางที่ฉันอาจย้อนเวลา
ฉันรู้ว่า...
…

[บทสนทนาของสามกัลยาณเกลอในโมงยามที่ผมโหยหาเพื่อนที่พูดคุยกันได้มากกว่าขวดสุราที่เอาแต่นั่งใบ้ฟังผมฝ่ายเดียว]

“คือ.. ไอ้ที่แกทำไปมันไม่ใช่สาเหตุหรอก ต่อให้ไม่ทำอะไรเลย หรือทำที่แย่กว่านี้ มันก็ไม่ใช่สาเหตุที่ทำให้มันกลายเป็นแบบนี้” : สหายสาว(ติสต์ตัวแม่)ให้ความเห็น

“เกลียดที่จะต้องพูดประโยคนี้ว่ะ คือมันก็แค่..” : ติสต์ตัวแม่พูดค้างไว้แล้วหยุดไปคล้ายอยากสูดกลืนเอาคำพูดเหล่านั้นกลับเข้าปาก
“ไม่ใช่” : สหายหนุ่ม(อาร์ตตัวพ่อ) ปิดท้ายประโยคที่คั่งค้างนั้นให้แทน

“เออ..ก็แค่ไม่ใช่ไง” : ติสต์ตัวแม่ย้ำด้วยน้ำเสียงมั่นใจเมื่อมีคนประเดิมพูดคำในใจให้ก่อน

…

[ตีหนึ่งกว่าๆ] : ...</description>
		<link>http://www.somtee.com/moon_rising/</link>
			</item>
	<item>
		<title>เฉือน vs.ช้างไทย : ตัวตนและอิสรภาพที่พร่าเลือน</title>
		<description>...

11 ตุลาคม จากหน้าข่าวหนังสือพิมพ์และโทรทัศน์
: ทีมสัตวแพทย์โรงพยาบาลช้างศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย อ.ห้างฉัตร จ.ลำปาง นำโดย นายสัตวแพทย์สิทธิเดช มหาสาวังกุล หัวหน้าฝ่ายโรงพยาบาลช้างศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย ต้องดูแลลูกช้างเพศผู้ ซึ่งคลอดเมื่อกลางดึกที่ผ่านมา ด้วยน้ำหนัก 80 กิโลกรัม สูง 83 ซม.อย่างใกล้ชิด เพราะมีแผลช้ำที่หลัง และขา เนื่องจากถูกแม่ คือ พังแหวน อายุ 20 ปี ที่เจ้าของนำมาฝากคลอดที่ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทยเมื่อปลายเดือนกันยายน 2552 ใช้ขากดลูกและเตะซ้ำ จนลูกกระเด็นออกมา แต่ควาญและสัตว์แพทย์สามารถช่วยดึงลูกออกมาได้อย่างปลอดภัย ส่วนแม่ช้างสัตว์แพทย์ได้ฉีดยาซึมเพื่อให้อยู่ในอาการสงบ
เมื่อเดือนก่อนผมมีโอกาสได้ดูอ่านเจอข่าวแม่ช้างคลอดลูกแล้วทำร้ายลูกช้างแรกเกิดของมันเอง รวมทั้งได้ดูภาพเหตุการณ์ที่ว่าในรายการข่าวทางทีวี ความรู้สึกของผมตอนนั้นมันหดหู่ ทั้งสะเทือนใจและคับข้องใจในเวลาเดียวกัน นึกตั้งคำถามในใจว่าเหตุใดหนอ แม่ช้าง(ซึ่งเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมเช่นเดียวกับคน) จึงทำกับลูกที่มันเฝ้าอุ้มท้องเนิ่นนานจนถึงวันให้กำเนิดได้ถึงเพียงนี้

นาทีที่แม่ช้างพยายามฆ๋าลูกน้อยของตัวเอง มันคิดอะไรในใจกันนะ

...

วันเสาร์ที่ผ่านมา ภาพบนจอโรงหนังกลางเมือง
: เกิดคดีฆาตกรรมโหดต่อเนื่อง คนร้ายสวมเสื้อกันฝนสีแดงสด บรรจงจ้วงแทงเชือดเหยื่อด้วยมีดคมกริบอย่างไร้ปรานีก่อนจะเฉือนเอาพวงสวรรค์ของเหยื่อทิ้งไป ทิ้งร่องรอยปริศนาแปลกประหลาดไว้ให้ตำรวจต้องปวดหัว
ภาพความโหดร้ายที่มนุษย์ทำกับมนุษย์ด้วยกันเองถูกนำเสนอบนจออย่างไม่ตัดทอนความรุนแรง แม้จะเป็นเพียงเรื่องแต่งขึ้น แต่ผมไม่อาจแยกความแตกต่างระหว่างภาพบนจอกับสิ่งที่เกิดขึ้นจริงในบ้านเมืองเรา หากผู้เขียนบทเพียงแต่ไม่ให้ฆาตกรสวมเสื้อฝนแดงบาดตาเกินกว่าฆาตกรที่เห็นทางหน้าหนังสือพิมพ์หัวสีรายวันเท่านั้น

...

22 เดือนก่อนหน้านี้ ภาพที่ยังไม่เป็นข่าวและผมไม่เคยเห็น


(ภาพจากข่าวสด)

: วิธีการดังกล่าว ...</description>
		<link>http://www.somtee.com/elephant_rhapsody/</link>
			</item>
	<item>
		<title>หิมะหนาสีขาวและเพื่อนชาวเอสกิโม</title>
		<description>...

เธอหนาวยะเยือก รู้สึกเหมือนเป็นอัมพาตสูญเสียสัมผัสทางกาย เลือดในกายที่เคยไหลเวียนก็คล้ายถูกสาปสั่งให้หยุดนิ่ง เสียงเต้นของหัวใจที่เธอเคยได้ยินเป็นจังหวะสม่ำเสมอยามหยุดนิ่งและทำสมาธิรับฟังก็กลับแผ่วเบาลงจนเธอแทบไม่ได้ยิน อาจบางทีหูเธอคงอื้อจนลดระดับโสตประสาทหรือไม่เช่นนั้นชีพจรเธอคงเต้นในจังหวะวอลท์ซเนิบช้า จะอะไรก็ตามในห้วงยามนี้แม้จะไม่ใช้ปรอทวัดแต่เธอพอจะรู้ได้ว่าอุณหภูมิร่างกายเธอลดต่ำลงเท่าที่ขีดจำกัดของผู้หญิงคนหนึ่งจะทานทนไหว

…

[audio:http://www.somtee.com/mp3/Eskimo.mp3]

...
Tiredness fuels empty thoughts
I find myself disposed
Brightness fills empty space
In search of inspiration
Harder now with higher speed
Washing in on top of me
…

ห้าปีมาแล้วที่เธอและเขาเริ่มต้นออกเดินทางด้วยกันสองคนโดยมีจุดหมายเป็นสถานที่ร้างไร้ไกลห่าง ดินแดนที่เป็นที่ฝันใฝ่ของผู้คนมากมายแต่ก็เป็นดินแดนที่ไม่พึงปรารถนาของใครหลายคนเช่นกัน ดินแดนสีขาวกว้างใหญ่ที่ปกคลุมไปด้วยชั้นหิมะหนา ดินแดนขั้วโลกเหนือ

…
So I look to my eskimo friend
I look to my eskimo friend
I look to my eskimo friend
When I'm down, down, down.
…

จากถิ่นที่อยู่ของเธอและเขา ...</description>
		<link>http://www.somtee.com/eskimo_friend/</link>
			</item>
	<item>
		<title>ตุ๊กตาทองแด่หนังตัวอย่าง – When trailer won oscar.</title>
		<description>Slumdog Millionaire คว้าออสการ์ปีที่ผ่านมาอย่างเป็นเอกฉันท์จากกรรมการ ไม่ค้านสายตานักวิจารณ์และผู้ชมทั่วโลก (รวมถึงหนึ่งเสียงผมด้วย) แต่วันนี้ไม่ได้จะมาคุยถึงเรื่องภาพยนตร์หรอก แท้จริงแล้วอยากจะพูดถึงการมอบรางวัลระดับโลก ที่เพิ่งประกาศไปเมื่อวานนี้ต่างหาก

รางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ ปีนี้ได้แก่ บางรัก โอบามาร์ค (เพียะ!!) บารัค โอบามา มิสเตอร์เพรสิเด้นเทอะแห่งสหรัฐมะริกัน (คนนี้นี่เองงง!!)



เย้ยยย!! ลงรูปผิดนั่นมัน “โอบามาลูกทุ่ง” บ้านเรา… (เพียะ!!)

คนนี้ต่างหาก



(ขออภัยที่เลือกรูปท่านไม่หล่อ credit จากที่นี่)

สื่อบางสำนักค่อนแคะว่ารางวัลนี้เป็น “รางวัลปลอบใจ” ให้เขาที่เพิ่งเสียหน้าอย่างแรงงส์ จากการชวดเป็นเจ้าภาพกีฬาโอลิมปิกของนครชิคาโก ที่เขารับหน้าเสื่อเป็นหัวหอกออกหน้าในโค้งสุดท้ายเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว (แหม…คิดไปได้)

โอบามานั้นได้รับการเสนอชื่อหลังจากเข้าพิธีสาบานตนรับตำแหน่งประธานาธิบดี เมื่อวันที่ 20 มกราคม เพิ่งจะทำงานในตำแหน่งได้เพียง10 วันเท่านั้น เนื่องจากเส้นตายของการเสนอชื่อแก่คณะกรรมการผู้พิจารณาคือวันที่ 1 กุมภาพันธ์

หากมองในแง่นี้อาจดูว่า เอ๊ะ..หมอนี่ได้รางวัลง่ายไปหรือเปล่า ผลงานในตำแหน่งหน้าที่ก็ยังไม่ได้มีปรากฎชัดเจนแจ่มแจ๋ว ถ้าเป็นมวยโอลิมปิกก็เหมือนกรรมการขยันกดคะแนน ทั้งที่ต่อยไม่เข้าเป้าเท่าไหร่ (อาศัยว่าของเค้าแรง..)

แต่หากพิจารณาประวัติการทำงานการเมืองและสังคมของโอบามาที่ผ่านมา ก็พอจะกล้อมแกล้มได้ว่า เขาก็เป็นคนหนึ่งที่ยืนหยัดในอุดมการณ์นำสันติภาพคืนสู่โลกด้วยสันติวิธีและแนวทางการฑูตและการตั้งโต๊ะเจรจาต้าอ่วยมาตลอด (ย้อนหลังไปถึงสมัยยังไม่ได้เป็นปธน.ด้วยนะ)

บวกลบคูณหารแล้วการที่เฮียโอบาม่าคว้าชัยครั้งนี้คงมิใช่ทฤษฎีสมรู้ร่วมคิดอย่างที่ใครป้องปากเม้าท์ แม้จะค้านสายตาหักปากกาสื่อมวลชนและนักวิเคราะห์ทั่วโลกก็ตาม แต่รางวัลก็คือรางวัล มันไม่ได้ส่งผลใดๆ ต่อสันติภาพของโลกนี้อย่างมีนัยสำคัญนักหรอก ในสายตาผู้นำอิหร่าน เกาหลีเหนือ อย่างลูกพี่เนจ๊าดและลุงจองอิล ...</description>
		<link>http://www.somtee.com/obama_won_nobel/</link>
			</item>
	<item>
		<title>เธอตีตั๋วหนัง..ที่นั่งของคู่รัก</title>
		<description>…

เธอไม่เคยชอบการนั่งดูหนังคนเดียว ไม่ใช่ว่าเธอไม่เคยดูหนังคนเดียวหรือไม่เคยเข้าโรงหนังเดียวดาย เพียงแต่เธอไม่ชอบเท่านั้นเอง

..ด้วยเพราะเธออยากให้มีคนสะกิดปลุกเมื่อเธอเผลอหลับยามหนังนั้นน่าเบื่อ
อยากให้มีคนบรรจงกุมมือเธอไว้ในยามที่ใจเธอหลุดลอยไปกับความงามบนจอหนัง
อยากให้มีคนฟังเสียงสบถดังๆ ในใจของเธอ เมื่อได้ยินเสียงคนคุยโทรศัพท์ในโรง
อยากบ่นให้ใครสักคนฟังถึงภาพโฆษณายาวนานก่อนหนังเริ่มฉาย

..อยากมีใครสักคนอยู่ข้างๆ

…

นานหลายปีที่เธอไม่ต้องทำในสิ่งที่เธอไม่ชอบ เธอมี “เขา” ที่เป็นคนอยู่เคียงข้างเธอเสมอในความหมายของคนรักที่มิใช่เพียงเพื่อนร่วมดูหนัง การไปดูหนังด้วยกันหาใช่พิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ที่มีขั้นตอนใดมากมาย

หน้าที่เธอคือ เลือกเรื่องที่จะดู
หน้าที่เขาคือ ซื้อตั๋วเรื่องนั้นให้ได้

ไม่ต้องมีข้าวโพดคั่ว ไม่ต้องมีน้ำอัดลมแก้วโต เพียงตั๋วที่นั่งติดกันก็พอ
…



หลายครั้งที่เธอนึกสงสัยนักว่าเวลาคู่รักไปดูหนังด้วยกัน ผู้ชายกับผู้หญิงจะเลือกนั่งเก้าอี้เบาะซ้ายหรือขวาของกันและกันนะ มันอาจดูเป็นคำถามที่ค่อนข้างไร้สาระ และธรรมดาแล้วเธอไม่ใคร่เป็นคนที่ชอบสอดส่องเรื่องของคนอื่น แต่บ่อยครั้งที่เธออดสังเกตไม่ได้ว่าคู่รักอื่นๆ นั่งกันอย่างไร ใครอยู่ซ้ายหรือขวากันบ้าง

“เรื่องแบบนี้มันก็แล้วแต่เค้ามั้ง..ไม่มีกฎตายตัวหรอกน่าอย่าไปสนใจเลย” เขาบอกเธอ ให้ความเห็นกับนิสัยแปลกที่เธอเล่าให้เขารู้

“เอาน่าคุณ..โฆษณาตั้งครึ่งชั่วโมงน่าเบื่อจะตาย ระหว่างนี้ขอฉันดูอะไรเพลินๆ ของชั้นเหอะ” เธอแย้ง

ไม่รู้ว่าเขาเคยสังเกตบ้างหรือไม่ ว่าทุกคราวที่ดูหนังโรงด้วยกันนับแต่ครั้งแรก เธอจะเลือกนั่งด้านซ้ายมือของเขาเสมอ เธอชอบแต่งกลอน ชอบคำคล้องจอง เธอชอบวลีที่ว่า “หญิงซ้ายชายขวา” เธอชอบหนังสือภาพ “ผู้หญิงเลี้ยวซ้าย ผู้ชายเลี้ยวขวา” ของ Jimmy Liao นักเขียนไต้หวันผู้โด่งดัง

เธอไม่เคยบอกเรื่องนี้ให้เขารู้มาก่อน โดยเฉพาะความคิดที่ว่าเมื่อเธอเลือกนั่งด้านซ้าย มือขวาของเธอจะมีมือซ้ายของเขากุมอยู่ และนั่นทำให้เธอรับรู้ถึงชีพจรและจังหวะเต้นของหัวใจของเขาได้มากกว่า นี่ก็เป็นอีกเรื่องที่ดูโรแมนติกระคนไร้สาระ แต่สำหรับเธอความรักอาจไม่ได้ต้องการสาระหรือเหตุผลมากมายนัก
…

ย่ำค่ำของวันที่ฟ้าไร้เงาฝน เธอตีตั๋วที่นั่งคู่ดูหนังเดียวดาย วันนี้เธอไม่มีเขาแล้ว

เธอเลือกนั่ง "เก้าอี้ตัวขวา" อาจบางทีกฎเกณฑ์เล็กน้อยที่เคยเข้มงวดสมควรแก่เวลาจะถูกท้าทาย

เธอเศร้า.. เธอร้องไห้กับหนังตลกที่กำลังฉายเป็นตัวอย่าง เธอรู้สึกถึงเสียงเต้นไม่เป็นจังหวะของหัวใจที่อกด้านซ้าย มือซ้ายเธอว่างเปล่า ใจเธอพลันคิดจินตนาการว่าหากมีเขานั่งข้างซ้ายตรงที่เธอเคยนั่ง ...</description>
		<link>http://www.somtee.com/turnleft-turnright/</link>
			</item>
	<item>
		<title>เสพสมบ่มิสร้าง?</title>
		<description>บันทึกนี้เป็นจดหมายตอบกลับจดหมายของมหามิตร 2 ฉบับต่อไปนี้

	มันจะมั่วกันไปถึงไหนกันจ๊ะ (จดหมายจากสมไซ)
	มีแต่รูปแบบแต่ขาดเนื้อหา (จดหมายจากสมทัศน์)

...

ก่อนอื่นต้องขออภัยพวกคุณ(มึง) ด้วยที่ผมตอบจดหมายฉบับนี้เนิ่นช้า จากที่คุณเปิดประเด็นสนทนากันมาร่วมสี่เดือนเต็ม และในช่วงเวลาสี่เดือนที่ร้างห่างตู้จดหมายไปนั้น ดูเหมือนสังคมไทยที่ดูนิ่งๆ ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงที่เป็นแรงกระเพื่อมใหญ่ แต่หากนับเอาความเปลี่ยนแปลงระดับใบไม้ไหวที่วงนอกสุดของแกนกลางสังคมแล้ว มีอะไรเกิดขึ้นมากมายเสียเหลือเกิน

นาธาน โอมาน โดนสื่อทุกสารทิศเปิดโปงเบื้องหลังสร้างข่าวเล่นหนังฮอลลีวูดฟอร์มยักษ์

หลินปิง แพนด้าอ่องอ๋าได้ชื่อจากการโหวตผ่านไปรษณียบัตรในที่สุด

ทักษิณปลุกกระแส Twitter จนยอดผู้ใช้งานในไทยพุ่งปรี๊ดอย่างรวดเร็ว

น้องหม่องเด็กไร้สัญชาติชาวไทย(เอ๊ะยังไง) ร่อนเครื่องบินกระดาษจนฮือฮาถึงแดนปลาดิบ

วอลเล่ย์บอลสาวไทยชนะทีมจีนคว้าแชมป์เอเชีย

น้องเคอิโงะ(แฝดคนละฝากับน้องหม่อง) ได้เจอพ่อที่บินมาหาจากแดนปลาดิบ(คาดว่าน้องหม่องไปเรียกมา)

เพชรา เชาวราษฎ์ กลับมาปรากฏโฉมต่อสาธารณชนครั้งแรกในรอบกว่าสามสิบปีในโฆษณาเครื่องสำอาง

โฆษณาประกันชีวิตสุดซึ้งที่ออกมาเรียกน้ำตา Target Group ตรงเวลาทุกปี ไม่ต่างจากบั้งไฟพญานาคที่มาตามนัดช่วงออกพรรษา

และล่าสุด รถไฟตกรางที่หัวหิน (ขอแสดงความเสียใจต่อผู้สูญเสียด้วยครับ)

โน่น นี่ นั่น สับเปลี่ยนหมุนเวียนมาให้เสพสมฯ (สร้างความบันเทิงทางอารมณ์รายวัน : ตามนิยามของสมทัศน์) ไม่ขาดสาย




ถึงเวลานี้ชื่อของน้องอุ้ม พรพัชญา (นางร้ายรางวัลตุ๊กตายางจากเมืองคานส์ :รับมอบจากมือของสมไซ) ดูจะร้างเลือนไปไม่ต่างจากตัวร้ายรุ่นเก่า ที่ห่างหายไปจากหน้าจอหรือสปอตไลท์ของสังคม (พุทโธ่!!! สุริยะCTX ตอนนี้ตีกอล์ฟจนบ้านหมุนอยู่ที่ไหนนะ) เพียงเพื่อหลีกทางให้ของสดใหม่ที่น่าเสพสมฯ กว่าเข้ามาแทนที่

สำหรับเรื่อง "มีแต่ Hard skill แต่ Soft skill ตีบตัน" ...</description>
		<link>http://www.somtee.com/shallow_consume/</link>
			</item>
</channel>
</rss>
