11 ธันวาคม 2009We sing, we dance, we leave things behind.

[สี่ทุ่ม ศุกร์ 4 ธันวา] : มองออกไปนอกหน้าต่าง(ที่นานครั้งจะเปิด) ในค่ำคืนที่อากาศดีนั้น ผมมองเห็นพระจันทร์ดูกลมเต็มดวงสวยนวลไม่มีเมฆมาขโมยซีนของเธอ ผมไม่ได้ดูปฏิทินหรอกว่าวันนั้นขึ้น 15 ค่ำหรือเปล่า แต่ที่ทำให้ผมประหลาดใจนิดนึงก็ตรงที่คืนนั้นพระจันทร์ดูอยู่ใกล้สายตากว่าปกติ ราวกับว่ามันเคลื่อนที่มาอยู่ใกล้โลกเรามากกว่าทุกวัน ด้วยเหตุว่าไม่มีกิจกรรมรีบร้อนอื่นใด การนั่งมองพระจันทร์คล้ายเด็กช่างสงสัยก็ไม่ได้ทำให้เสียเวลาอะไรนักหรอก

หลายวินาทีนั้นผมคิดถึงใครบางคนและมีความสุข

“ตำหนิลายกระต่ายตำข้าว” บนผิวจันทร์คืนนั้นชัดเจนเหมาะแก่การทัศนศึกษาสำหรับเด็กน้อย ขณะที่ผู้ใหญ่(ไม่รู้จักโต)อย่างผมกลับเห็นว่ามันคล้าย “แผนที่ประเทศลาว” มากกว่า

TurnBackTime.mp3

น้ำตาในคราหม่น ที่ยามนี้ยังเอ่อล้น
คืนนี้ช่างมืดหม่น ทุกอย่างนั้นเกินจะทน

[คืนวันพุธ 9 ธันวา] : อาร์ตตัวพ่อและติสต์ตัวแม่แวะมาเยี่ยมเยียนบ้านเมื่อนาฬิกาบอกเวลาเที่ยงคืนกว่า นอกจากข้าวมันไก่เจ้าอร่อยจากทองหล่อแล้วสาวติสต์ยังเอาหนังสือเล่มหนึ่งมาฝาก

“Suicide Shop: ร้านชำสำหรับคนอยากตาย” นวนิยายตลกร้ายของฝรั่งเศสที่สาวเจ้าอยากให้ลองอ่าน

SuicideShop

“ขอบใจว่ะ..ตอนซื้อเค้าแถมเชือกให้ผูกคอตายให้ด้วยมั้ย” : ผมเอ่ยถามกวนตีนเมื่อเห็นรูปบ่วงเชือกแขวนคอบนหน้าปก

หนทางดูว่างเปล่า เมื่อมาถึงคราวสับสน
น้ำค้าง ร่วงหล่น ทุกอย่างนั้นเกินจะทน

ไม่มีทางที่ฉันอาจย้อนเวลา
ฉันรู้ว่า…

[บทสนทนาของสามกัลยาณเกลอในโมงยามที่ผมโหยหาเพื่อนที่พูดคุยกันได้มากกว่าขวดสุราที่เอาแต่นั่งใบ้ฟังผมฝ่ายเดียว]

“คือ.. ไอ้ที่แกทำไปมันไม่ใช่สาเหตุหรอก ต่อให้ไม่ทำอะไรเลย หรือทำที่แย่กว่านี้ มันก็ไม่ใช่สาเหตุที่ทำให้มันกลายเป็นแบบนี้” : สหายสาว(ติสต์ตัวแม่)ให้ความเห็น

“เกลียดที่จะต้องพูดประโยคนี้ว่ะ คือมันก็แค่..” : ติสต์ตัวแม่พูดค้างไว้แล้วหยุดไปคล้ายอยากสูดกลืนเอาคำพูดเหล่านั้นกลับเข้าปาก
“ไม่ใช่” : สหายหนุ่ม(อาร์ตตัวพ่อ) ปิดท้ายประโยคที่คั่งค้างนั้นให้แทน

“เออ..ก็แค่ไม่ใช่ไง” : ติสต์ตัวแม่ย้ำด้วยน้ำเสียงมั่นใจเมื่อมีคนประเดิมพูดคำในใจให้ก่อน

[ตีหนึ่งกว่าๆ] : ผมมองออกไปนอกหน้าต่างเดิม พระจันทร์ในคืนนี้หดเล็กเหลือเพียงเสี้ยวบางๆ หงายขึ้นคล้ายพระจันทร์ยิ้มแบบไม่มีสองดวงดาวเป็นตา เรียวปากของจันทร์เป็นสีแดงระเรื่อ ตรงกับที่ผมเคยคิดว่าเธอน่าจะเป็นผู้หญิง

คืนนี้เธอดูอยู่ไกลตากว่าเมื่อวันที่เต็มดวง แต่ที่น่าแปลกคือเธอลอยต่ำมากจนสามารถมองเห็นในระดับสายตาโดยไม่ต้องเงยหน้าจากริมหน้าต่างชั้นหก เราสามคนแปลกใจกับพฤติกรรมของเธอเล็กน้อย

ไม่อาจย้อนเวลา ฉันรู้ว่า
ไม่มีทางที่อาจย้อนที่ผ่านไป ให้คืนมา

[ตีสองกว่า] : เสียงเพลง “I’ve Seen All Good People” ของวง “Yes” โปรเกรสสีฟยุค 70’s ล่องลอยเคว้งอยู่ในห้อง

ผมโค้งขอติสต์ตัวแม่ให้ลุกจากโซฟามาเต้นรำด้วยกัน แม้เจ้าตัวอยู่ในอารมณ์ง่วงนอนระดับเต็มขีดสเกล แต่ก็ยังลุกมาโชว์ลีลาศที่เรียนจากอาจารย์คนเดียวกันสมัยมัธยมปลายร่วมกับผม

ท่ามกลางความมึนแอลกอฮอล์ของผมและความเมาขี้ตาของเธอ เราแหกปาก เต้นรำสเต็ปมั่วซั่ว และปล่อยวางเรื่องราวนานาไว้เบื้องหลัง

แด่รักที่เพิ่งผ่านพ้นไป (ของคนไหน?)

เสียงเพลงจบลง เรามองออกนอกหน้าต่าง พระจันทร์ลอยสูงขึ้นจากจุดเดิมรวดเร็วอย่างประหลาด ผมเงยหน้ามองเธอและคิดในใจว่าอีกไม่นานเธอคงขึ้นไปบนฟ้า ในองศาที่ผมไม่อาจแหงนมองได้จากหน้าต่างห้องเป็นแน่

ไม่มีทางที่ฉันอาจย้อนเวลา
ฉันรู้ว่า…
ไม่มีทางที่ฉันอาจย้อนที่ผ่านไป ให้คืนมา

[เช้าวันศุกร์ 11 ธันวา] : ผมนั่งเขียน(พิมพ์)บันทึกนี้ในอีกอารมณ์หนึ่งที่ต่างไป ช่วงเวลาหนึ่งสัปดาห์นี้คล้ายโลกคู่ขนานระหว่างความฝันกับความจริง

ในความฝันนั้นผมกับใครคนหนึ่งอาจนั่งอยู่ข้างๆกัน พูดคุยเรื่องมีสาระและไร้สาระด้วยกันบนรอยด่างรูปแผนที่ประเทศลาวของดวงจันทร์ เรามีความสุขและพัฒนาความสัมพันธ์กันในวิถีทางที่โลกและชีวิตนำพาไป

ขณะที่ในความเป็นจริงเราต่างผ่านช่วงเวลาที่ขุ่นข้องอึดอัดกันเพียงลำพัง ร้างไร้บทสนทนาเพื่อปรับแต่งเยียวยาความเข้าใจระหว่างกันให้กลับดีขึ้นมา คล้ายดวงจันทร์เสี้ยวที่แย้มยิ้มรอดาวที่ไม่มาตามนัดหมายและจำต้องลอยห่างไปเดียวดาย

“ในความเป็นจริงเรื่องรักไม่ได้มีอยู่มหาศาล มีเพียงแค่น้อยนิดแถมยังไม่สนุกสนาน” : ติสต์ตัวแม่บอกกับผมผ่านตัวอักษรในเช้าวันนี้

==========================================

เพลง “ย้อนเวลา” ของศิลปิน “Moderndog” จากอัลบัม “ทิงนองนอย”

บันทึกวันนี้แด่สองกัลยาณติสต์ ผู้อยู่เคียงข้างในคืนหม่นนั้น

==========================================

Tags: , , , , ,


2 Responses to “We sing, we dance, we leave things behind.”

  1. loveseatstudio+ พูดว่า:

    ติสท์ก็ได้ แต่ไม่อยาก geek

  2. tousna พูดว่า:

    สหายน่ะได้ แต่กรูไม่อาร์ตนะ กรู Geeeeeeeeeeeeeekkkkkkkkkkkkkkkk

Leave a Reply