14 พฤศจิกายน 2005น้ำตาฟ้า น้ำตาเทียน – November Rain
…
ปีนี้สายฝนโปรยปรายเนิ่นนาน ผ่านวันเดือนจนถึงพฤศจิกายน สายลมหนาวยังคงหลับอุตุ ไม่ยอมมาเปลี่ยนเวรกับสายฝนเสียที บางคนว่าท้องฟ้าโศกเศร้า …บางคนว่าเทวดาชิ้งฉ่อง ก็ว่ากันไป…

When I look into your eyes I can see a love restrained
But darlin’ when I hold you Don’t you know I feel the same
‘Cause nothin’ lasts forever And we both know hearts can change
And it’s hard to hold a candle In the cold November rain
…
ตัว หนังสือในแบบเรียนตอนเด็กๆเรื่องภูมิอากาศประเทศไทย ฤดูร้อน ฤดูฝน ฤดูหนาว… ไม่ได้เป็นความจริงในชีวิตปัจจุบันเสียแล้ว ตัวเลขบนปฏิทิน หรือเข็มสั้นยาวบนหน้าปัดนาฬิกา ไม่ใช่เหตุปัจจัยที่จะปลอบประโลมท้องฟ้าให้คลายเศร้า
…แน่นอนมันก็ไม่อาจสั่งให้เทวดาอั้นฉี่จนหน้าเขียวหน้าเหลืองได้เหมือนกัน
…
We’ve been through this such a long long time Just tryin’ to kill the pain
But lovers always come and lovers always go
And no one’s really sure who’s lettin’ go today
Walking away
If we could take the time to lay it on the line
I could rest my head Just knowin’ that you were mine
All mine
So if you want to love me then darlin’ don’t refrain
Or I’ll just end up walkin’ In the cold November rain
…
ใคร คิดคำว่า “น้ำตาเทียน” ขึ้นมานะ ทำไมต้องเป็น “น้ำตา” ไม่ใช่แค่น้ำเฉยๆ หรือคิดว่าเป็น “ฉี่เทียน” บ้าง หากไม่นับความระคายเคืองตาอันเป็นเหตุทางกายแล้ว อารมณ์ความรู้สึกของมนุษย์เราน่าจะเป็นเหตุปัจจัยหลักที่ทำให้น้ำตาไหล
อาจเป็นผู้ที่เข้าใจเทียนถ่องแท้ก็เป็นได้ที่รู้ว่าเทียนก็มีอารมณ์ความรู้สึกเหมือนกัน จึงใช้คำๆ นี้
…
Do you need some time…on your own
Do you need some time…all alone
Everybody needs some time…on their own
Don’t you know you need some time…all alone
…
ผม จุดเทียนหอมเล่มเล็กๆ ตั้งกลางห้อง ให้แสงไสวในความมืดหลังม่านหน้าต่างระเบียงเสียงฝนยังโปรยปรายไม่ขาด ในคืนค่ำที่ผมทุกข์เศร้าเดียวดาย
ผมร้องไห้… เทียนร้องไห้… ท้องฟ้าร้องไห้…
…แม้เราไม่ใช่สหายรู้ใจ อย่างน้อยเราต่างอยู่บนโลกกลมใบนี้ในช่วงเวลาเดียวกัน
…
I know it’s hard to keep an open heart
When even friends seem out to harm you
But if you could heal a broken heart
Wouldn’t time be out to charm you
…
เทียน ไขและท้องฟ้าคงมิใช่เพียงระคายเคืองตาหรอกถึงได้ร้องไห้เนิ่นนานแบบนี้ ผมคิดเอาเองเมื่อเทียบกับประสบการณ์เวลาที่ฝุ่นผงเข้าตาตัวเอง เทียนอาจปลาบปลื้มดีใจที่ได้ทำหน้าที่ให้แสงสว่างได้สำเร็จลุล่วง หรืออาจโศกเศร้าที่ไส้เทียนถูกเปลวไฟเผาเสียจนมอดไหม้ค่อยๆ จากไปต่อหน้าต่อตา …สุดจะคาดเดา
ท้อง ฟ้านั้นเล่าอาจบางทีเจอเรื่องชวนหัวเราะร่า ขำเสียจนน้ำตาไหลพรากๆ …ถ้าเป็นเช่นนั้นต้องเป็นเรื่องโคตรตลกแน่ๆ เสียงฝนยังคงลอดผ่านกระจกให้ได้ยิน แม้ผมจะหยุดร้องไห้มาตั้งนานและดูเหมือนเจ้าเทียนก็ใกล้จะหยุดแล้วเหมือนกัน
…
Sometimes I need some time…on my own
Sometimes I need some time…all alone
Everybody needs some time…on their own
Don’t you know you need some time…all alone
…
กลิ่นกรุ่นของเทียนหอมจางๆอยู่ในห้องแม้เปลวไฟจะมอดไปแล้ว ผมมั่นใจแล้วว่าเทียนมันไม่ได้ฉี่ หลังประตูกระจกท้องฟ้าก็หยุดร้องไห้แล้ว ผมออกไปดมกลิ่นไอดินที่ฟุ้งขึ้นยามฝนซา ไม่ได้กลิ่นแปลกปลอมใดๆ …เทวดาก็คงไม่ได้ชิ้งฉ่องเหมือนกัน…
แต่ใครจะไปรู้ได้ ฉี่เทียนอาจกลิ่นหอม และฉี่เทวดาอาจไม่มีกลิ่นก็ได้นะ
…
And when your fears subside And shadows still remain, ohhh yeahhh
I know that you can love me When there’s no one left to blame
So never mind the darkness We still can find a way
‘Cause nothin’ lasts forever Even cold November rain
…
ผมก็แค่รู้ว่าผมเสียใจ …ผมร้องไห้ และผมหยุดแล้ว..มันก็เท่านั้นเอง
…
แด่เพลง November rain ของ Gun ‘n Roses
Tags: Life on Soundtrax., November Rain, ฝน, ร้องไห้
