6 ตุลาคม 2009เสพสมบ่มิสร้าง?
บันทึกนี้เป็นจดหมายตอบกลับจดหมายของมหามิตร 2 ฉบับต่อไปนี้
…
ก่อนอื่นต้องขออภัยพวกคุณ(มึง) ด้วยที่ผมตอบจดหมายฉบับนี้เนิ่นช้า จากที่คุณเปิดประเด็นสนทนากันมาร่วมสี่เดือนเต็ม และในช่วงเวลาสี่เดือนที่ร้างห่างตู้จดหมายไปนั้น ดูเหมือนสังคมไทยที่ดูนิ่งๆ ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงที่เป็นแรงกระเพื่อมใหญ่ แต่หากนับเอาความเปลี่ยนแปลงระดับใบไม้ไหวที่วงนอกสุดของแกนกลางสังคมแล้ว มีอะไรเกิดขึ้นมากมายเสียเหลือเกิน
นาธาน โอมาน โดนสื่อทุกสารทิศเปิดโปงเบื้องหลังสร้างข่าวเล่นหนังฮอลลีวูดฟอร์มยักษ์
หลินปิง แพนด้าอ่องอ๋าได้ชื่อจากการโหวตผ่านไปรษณียบัตรในที่สุด
ทักษิณปลุกกระแส Twitter จนยอดผู้ใช้งานในไทยพุ่งปรี๊ดอย่างรวดเร็ว
น้องหม่องเด็กไร้สัญชาติชาวไทย(เอ๊ะยังไง) ร่อนเครื่องบินกระดาษจนฮือฮาถึงแดนปลาดิบ
วอลเล่ย์บอลสาวไทยชนะทีมจีนคว้าแชมป์เอเชีย
น้องเคอิโงะ(แฝดคนละฝากับน้องหม่อง) ได้เจอพ่อที่บินมาหาจากแดนปลาดิบ(คาดว่าน้องหม่องไปเรียกมา)
เพชรา เชาวราษฎ์ กลับมาปรากฏโฉมต่อสาธารณชนครั้งแรกในรอบกว่าสามสิบปีในโฆษณาเครื่องสำอาง
โฆษณาประกันชีวิตสุดซึ้งที่ออกมาเรียกน้ำตา Target Group ตรงเวลาทุกปี ไม่ต่างจากบั้งไฟพญานาคที่มาตามนัดช่วงออกพรรษา
และล่าสุด รถไฟตกรางที่หัวหิน (ขอแสดงความเสียใจต่อผู้สูญเสียด้วยครับ)
โน่น นี่ นั่น สับเปลี่ยนหมุนเวียนมาให้เสพสมฯ (สร้างความบันเทิงทางอารมณ์รายวัน : ตามนิยามของสมทัศน์) ไม่ขาดสาย

ถึงเวลานี้ชื่อของน้องอุ้ม พรพัชญา (นางร้ายรางวัลตุ๊กตายางจากเมืองคานส์ :รับมอบจากมือของสมไซ) ดูจะร้างเลือนไปไม่ต่างจากตัวร้ายรุ่นเก่า ที่ห่างหายไปจากหน้าจอหรือสปอตไลท์ของสังคม (พุทโธ่!!! สุริยะCTX ตอนนี้ตีกอล์ฟจนบ้านหมุนอยู่ที่ไหนนะ) เพียงเพื่อหลีกทางให้ของสดใหม่ที่น่าเสพสมฯ กว่าเข้ามาแทนที่
สำหรับเรื่อง “มีแต่ Hard skill แต่ Soft skill ตีบตัน” ที่คุณสมทัศน์อ้างนิยามศัพท์จากชาวบ้าน (สงสัยจังวุ้ย ว่าไอ้ชาวบ้านนี่มันใครวะ..วานบอก) มาอธิบายความว่า “มีความสามารถในการกระทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งให้เกิดขึ้น แต่กลับขาดไร้ความสามารถในการรู้ เข้าใจ ตระหนักถึงเป้าหมายในการทำสิ่งนั้นๆ”
ในความเห็นผมกลับมองว่าไอ้ความขาดๆเกินๆ แบบนี้มันก็ใช่ว่าจะเป็นข้อตำหนิหรือพาลหงุดเงี้ยวหัวใจเท่าไหร่นัก ด้วยว่าพอเสพสารที่คุณสื่ออย่างละเอียดอ่อนและเป็นธรรมแล้ว ตัวผมเองก็จัดอยู่ในข่าย พวกขาดๆเกินๆ ทาง Skills ทั้งอ่อนทั้งแข็งแบบที่คุณว่า กับเขาเหมือนกันในหลายๆ เวลา
หลายครั้งคนเราอาจต้องการ ความสัมพันธ์กับคนรอบข้าง บางครั้งอาจเป็นเพื่อนร่วมงาน เจ้านาย ลูกน้อง ลูกศิษย์ อาจารย์ พี่ น้อง พ่อแม่ หรือแม้แต่คู่ชีวิต เพื่อสร้างสมดุลของ Skills อ่อนๆ แข็งๆ ที่ขาดๆเกินๆ เหล่านั้นให้สามารถขับเคลื่อนให้ข้ามผ่านโจทย์ชีวิตต่างๆ ที่เวียนหน้ามาท้าทาย
ด้วยบางทีคนเรามิอาจโดดเดี่ยว.. หรือโลกสร้างความขาดๆเกินๆเพื่อให้เราเกิดความสัมพันธ์กัน
ไอ้การที่ผมเสพสมฯ จดหมายสองฉบับของคุณแล้วทำหน้ามึน ไม่สรรสร้างข้อความใดๆ ต่อยอดความคิดกว่าสี่เดือนแบบนี้ ก็เข้าข่ายพวก “เสพสมบ่มิสร้าง” และไอ้จดหมายที่ร่ายยาวมาหลายย่อหน้าแล้วแต่เนื้อหาก็ยังบางเบา เปล่ากลวง (บางคนอาจอ่านไม่รู้เรื่องด้วยซ้ำ) อยู่อย่างนี้ ก็เข้าข่าย “มีแต่รูปแบบแต่ขาดเนื้อหา” อย่างที่คุณหงุดเงี้ยวใจเหมือนกัน..จริงไหม?
ผมไม่ค่อยแน่ใจนักว่าตัวเองมี Hard/Soft skill ตามคำนิยามของชาวบ้าน(บ้านคุณ) ในด้านใดบ้าง แต่ผมว่าความสัมพันธ์ของเราสามคนก็คงพอกล้อมแกล้มให้การนั่งคุยกันแบบนี้ไม่ได้ขาดไร้แก่นสารสาระไปเสียทั้งหมดหรอกน่า
จึงเรียนมาเพื่อโปรด เสพสมฯ โดยทั่วกัน (จบดีกว่า..แม่งเริ่มออกแนวเกย์ทอล์กไปทุกทีแล้วว่ะ ขนลุก)
…
