18 ตุลาคม 2007คืนวันที่ชีวิตเดินเอื่อยเฉื่อย – Life in Slow Motion.


SlowMotion

Slow Motion.mp3

ความก้าวหน้าทางศาสตร์ด้านอวกาศ เปลี่ยนความคิดของมนุษย์เราในสมัยก่อน
ที่เคยเชื่อกันว่าโลกที่เราเหยียบยืนอยู่นั้นแบนแต๊ดแต๋
มาเป็นโลกใหญ่ใบกลม อย่างที่ลูกหลานเราได้เห็นในแบบเรียน Edition ล่าสุดของกระทรวงศึกษาฯ

… อันที่จริงมันก็ไม่ได้กลมดิกเป็นลูกปิงปอง…

แต่นั่นก็ไม่ใช่เรื่องสำคัญ…

While I was watching you did a slow dissolve
While I was watching you did a slow dissolve
While I was watching you did a slow dissolve

อีกความเชื่อที่เปลี่ยนผันไปจากอดีตกาล
คือความคิดที่ว่าโลกเราเป็นศูนย์กลางของจักรวาล
ขณะที่สารพัดดวงดาวใหญ่น้อย พากันหมุนติ้วด้วยสปีดต่างๆ กันรอบโลก

วิทยาศาสตร์ทำให้เราได้เจียมเนื้อเจียมตัว ว่าเราไม่ได้ยืนยืดอยู่บนดาวพี่เบิ้มอย่างที่คิด
ดวงดาวสวยระยิบไกลตา หาใช่ข้าทาสบริวารภายใต้อาณัติปกครองของเรา
ดังเช่นที่เราเคยโก้กร่างในครั้งอดีต

… อันที่จริงโลกก็เป็นหมือนดาวอื่นๆ ที่หมุนรอบตัวเองเป็นงานประจำ
และมีพื้นที่แค่จุดเล็กๆ ในห้วงจักรวาลกว้างใหญ่ให้ได้อาศัย

แต่ก็อีกนั่นล่ะ …มันไม่ใช่เรื่องสำคัญ…

Did I imagine or do the walls have eyes
Did I imagine they held us hypnotized
Did I imagine or do the walls have eyes

ผมใช้ชีวิตเอื่อยเฉื่อยแบบไร้เหตุผลมาร่วมหนึ่งสัปดาห์เต็ม
ชาวพุทธหลายคนอาจอยากเขกกบาลผม
เพื่อสั่งสอนว่าอันที่จริงไอ้ “ความเอื่อยเฉี่อย” ที่ว่ามาน่ะ

มัน “มีเหตุผล” โว้ย… เพียงแค่(มึง)ยังไม่รู้ต่างหากเล่า

… อาจจะจริงและถูกต้องบนไม้บรรทัดสเกลของเขา
ที่เชื่อว่าทุกสิ่งทุกอย่างล้วนเกิดจาก “เหตุ”
และทุกเหตุล้วนนำไปสู่ “ผล” ที่จะตามมาเสมอ

การถกเถียงถึงการดำรงอยู่ซึ่งเหตุและผล
ก็ไม่ใช่เรื่องสลักสำคัญในห้วงยามนี้เช่นกัน

Life in slow motion somehow it don’t feel real
Life in slow motion somehow it don’t feel real
Life in slow motion somehow it don’t feel real

แต่ละวันโลกหมุนรอบตัวเอง ด้วยความเร็วเท่ากับ
สองรอบของเข็มสั้นบนหน้าปัดนาฬิกาจริงหรือ

นาฬิกานับล้านเรือนทั่วโลก คงยากยิ่งที่จะบอกเวลาตรงกันเป๊ะในระดับวินาที
แล้ววันที่แบตเตอรี่ของนาฬิกาเรือนใดเรือนหนึ่งอ่อนลง
จนเข็มนาฬิกาทั้งสามอ่อนล้าเกินกว่าจะก้าวย่างตามการหมุนไปของโลก

…โลกจะมีแก่ใจหยุดรอมันบ้างหรือไม่?…

คำถามที่ชวนขบคิด แต่คำตอบนั้นกลับไม่ใช่สิ่งสำคัญสักเท่าไร…

Snowflakes are falling I’ll catch them in my hands
Snowflakes are falling I’ll catch them in my hands
Snowflakes are falling now you’re my long lost friend

กับห้วงยามที่แบตเตอรี่นาฬิกาทุกเรือนของผมไม่ได้โรยแรง
เฉกเช่นเดียวกับโลกที่ยังคงหมุนไปในจังหวะเดิมๆ
สอดรับกันดีกับก้าวย่างของเจ้าเข็มนาฬิกา

…กลับเป็นแบตเตอรี่ชีวิตของผมกระมังที่เริ่มเสื่อมถอย…
และพาลให้จังหวะไม่ค่อยกลมกล่อมกับเวลาที่คล้อยเคลื่อนไป

ผมไม่อาจแม้เพียงคิด ที่จะร้องขอความเห็นใจให้โลกและเข็มนาฬิกาหยุดรอ
และแม้จะหน้าด้านขอ
ก็เชื่อว่ามันเป็นข้อเรียกร้องที่เห็นแก่ตัว เกินกว่าจะได้รับการตอบสนองอยู่ดี
กระนั้นเองแบตเตอรี่ชีวิตก็ไม่ได้มีโหมด Quick Charge
ที่จะเติมให้เต็มได้เพียงชั่วอึดใจ

จึงได้แต่หวังใจว่า ณ เวลาที่ฟื้นคืนพลังไฟจนเต็มขีด
ผมจะสามารถเร่งฝีเท้าให้ทันเข็มนาฬิกา และโลกที่เดินทางล่วงหน้าไปก่อนได้ทัน
และสนุกไปกับการใช้ชีวิตในจังหวะที่สอดคล้องกับมันทั้งสองได้เช่นเดิม

…ซึ่งนั่นต่างหาก คือสิ่งที่ผมคิดว่าสำคัญ…

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++

เพลง “Slow Motion” ของ “David Gray” ศิลปินเสียงหม่นจากเมืองผู้ดี
ร้องไว้ในอัลบั้ม “Life in Slow Motion”

บันทึกวันนี้แด่ “ความเอื่อยเฉี่อย” แขกไม่ได้รับเชิญของชีวิตผมในช่วงนี้

++++++++++++++++++++++++++++++++++++

Tags: , ,


Leave a Reply