17 เมษายน 2002บางสิ่งที่ตามหา? ‘ตอนที่ 12 – การตามหาที่สิ้นสุด’

…………………………….
ตัดภาพมาที่วัดแห่งหนึ่ง เงียบสงบ ต้นไม้ครึ้ม เสียงนกร้องเป็นระยะ
ที่โบสถ์ มีงานทำบุญเลี้ยงพระ ภาพพระหลายรูปกำลังฉันเพลอยู่
เสียงวอยซ์โอเวอร์ชายหนุ่ม
………………………..
“นับจากวันที่ผมเดินจากเจ้าหมาน้อยและเธอคนนั้นมา ผมก็เปลี่ยนไป…”
“คืนวันนั้นผมฝัน”
…………………………….
ภาพตัดมาเป็นความฝันชายหนุ่ม
ชายหนุ่มเดินอยู่ท่ามกลางทุ่งดอกไม้ไกลสุดลูกหูลูกตาเหมือนเคย เขาเดินคนเดียว
เขาเห็นบ้านเล็กๆหลังหนึ่งอยู่ที่สุดเส้นขอบฟ้า
เสียงวอยซ์โอเวอร์ชายหนุ่มบรรยายประกอบภาพฝัน
………………………..
“ในฝันผมเดินตรงผ่านทุ่งดอกไม้ไปจนถึงบ้านหลังนั้น ยิ่งใกล้เท่าไหร่ผมก็ได้ยินเสียงเปียโนดังขึ้นทุกทีๆ เมื่อถึงบ้านผมเคาะประตู”
“คนที่เดินมาเปิดเป็นคุณป้าของผมนั่นเอง”
…………………….
“เข้ามาสิ…พวกเรากำลังรอเธออยู่นะ” เสียงคุณป้าพูดในฝัน
……………………..
“ผมเดินตามคุณป้าที่จูงมือผมเดินเข้าไปในบ้าน เธอพาผมไปที่ห้องดนตรีของคุณลุง เมื่อเปิดประตูเข้าไปในนั้น ภาพที่ผมเห็น…ก็เป็นภาพที่ผมคุ้นเคยแต่เด็ก คุณลุงนั่งที่เปียโนตัวเก่า กำลังเล่นเพลงโปรดของคุณป้า”
……………………..
คุณลุงหยุดเพลง หันมาพูดกับผม
“กลับมาแล้วรึไอ้หนู…แกรู้มั้ยพวกเรารอแกอยู่ตั้งนาน…มีคนมาหาแกน่ะ”
……………………..
“แต่ผมก็ต้องตกใจเมื่อมองไปที่โซฟา เจ้าหมาน้อยและเธอคนนั้นนั่นเอง”
……………………..
“ในฝันเจ้าหมาน้อยมันดูสะอาดสะอ้านกว่าตอนที่ขอทานอยู่กับผม หมาที่มีเจ้าของเป็นหยั่งงี้นี่เอง ส่วนเธอคนนั้นก็ช่างน่ารักซะเหลือเกิน …ในฝันผมเขินๆที่มีสาวน่ารักๆอย่างเธอมาอยู่ใกล้ๆ”
++++++++++++++++++
“พวกเรากำลังรอคุณอยู่ค่ะ” สาวน้อยยิ้มและพูดกับเขา
“โฮ่ง” เจ้าหมาน้อยเข้ามาพันแข้งพันขาชายหนุ่มแล้วเห่า
“ทำไมคุณถึงมาอยู่ที่นี่ได้ล่ะ” ชายหนุ่มถาม
เธอลุกจากโซฟาเดินมาหาเขา แล้วก้มลงลูบหัวหมาน้อย ก่อนจะเงยหน้าตอบยิ้มๆ
“ก็เจ้านี่แหละค่ะ รบเร้าให้ฉันมา…มันบอกฉันว่าคุณแต่งเพลงรักค้างไว้เพลงหนึ่ง…เป็นเพลงที่เพราะที่สุดในโลก คุณสัญญาว่าจะให้มันได้ฟังก่อนใคร มันบอกว่าอยากให้ฉันได้ฟังเป็นคนแรกด้วย”
++++++++++++++++++
ชายหนุ่มตีสีหน้าเขินอายอย่างเห็นได้ชัด
เสียงคุณลุงพูดขึ้น
“มา…มานั่งนี่เล่นให้ฟังหน่อยสิ ลุงก็อยากฟังเป็นคนแรกเหมือนกันนา”
“ป้าก็อยากฟังเหมือนกันจ้ะ” เสียงคุณป้าที่นั่งโซฟาอยู่พูด
……………………………..
“ผมตรงไปนั่งลงที่เปียโน บรรจงร่ายนิ้วลงบนคีย์ … ที่จริงเพลงที่ผมแต่งยังไปไม่ถึงไหนเลย แต่ในฝันผมกลับเล่นเพลงที่สุดแสนจะไพเราะ ทุกท่วงทำนองส่งให้คนที่ได้ฟังล่องลอยไปในความงามแห่งรักและเสียงดนตรี… ผมเองก็ได้ฟังเพลงนี้เป็นคนแรกกับเขาด้วยเหมือนกัน”
“เมื่อเล่นเพลงจบ ทุกคนปรบมือให้กับผม… ผมหันมาโค้งคำนับหนึ่งที เธอเดินเข้ามาหาผม สวมกอดผมแล้วพูดเบาๆข้างหูผมว่า”
“เพลงของคุณเพราะมากค่ะ”
“ในฝันตัวผมเบาโหวง หมดเรี่ยวแรง หัวหมุนติ้ว…ทั้งเขินทั้งดีใจ ผมกอดเธอ ตั้งใจจะบอกความในใจว่าผมชอบเธอแต่ก็ไม่กล้า…”
“…แล้วผมก็ตื่นขึ้น”
+++++++++++++++++++
ตัดภาพกลับมาที่กำแพงวัดด้านหนึ่ง เป็นที่เก็บอัฐิของผู้ล่วงลับ ชายหนุ่มนั่งคุกเข่าอยู่ตรงช่องเก็บอัฐิช่องหนึ่ง ตรงหน้ามีดอกไม้ธูป
เทียน เขากำลังไหว้
………………………………
ผมเผ้าที่เคยยาวรุงรัง ตอนนี้ถูกตัดจนสั้นและหวีเรียบร้อย เขาไม่ได้สวมหมวกแล้ว แต่ยังคงสะพายย่ามใบเก่าอยู่
………………………………
ตัดภาพมาเป็นชายหนุ่มเดินอยู่ในซอย คนพลุกพล่าน เขาเลี้ยวขึ้นไปในอพาร์ทเม้นท์แห่งหนึ่ง กดลิฟท์
ระหว่างรอลิฟท์เสียงวอยซ์โอเวอร์ชายหนุ่มบรรยาย
“ผมเลิกใช้ชีวิตขอทานมาได้ระยะนึงแล้ว… อย่าถามเหตุผลของผมเลย เอาเป็นว่านับตั้งแต่ผมตื่นจากความฝันวันนั้นก็แล้วกัน”
………………………………
ลิฟท์มา ผู้ชายกับผู้หญิงคู่นึงถือถุงร้านวิดีโอ เดินออกจากลิฟท์ไปด้วยกัน เขาเดินสวนเข้าในลิฟท์กดปิดประตู
เสียงวอยซ์โอเวอร์ชายหนุ่มบรรยาย
“ผมเช่าห้องเล็กๆที่นี่เป็นที่พัก ผมเลิกเร่ร่อนนอนตามข้างถนนแล้ว…”
……………………………
ชายหนุ่มก้าวเข้าห้อง ปิดประตูใส่กล้อง
……………………………
เสียงวอยซ์โอเวอร์ชายหนุ่มบรรยาย ภาพตัดมาที่หน้าตึกซีพีทาวเวอร์
ชายหนุ่มเล่นดนตรีอยู่หน้าตึกเหมือนเคย แต่คราวนี้ไม่วางหมวกไว้ตรงหน้าแล้ว
“หลังจากวันนั้นผมก็เริ่มเขียนเพลงเป็นจริงเป็นจัง เริ่มด้วยเพลงที่ผมได้ยินในฝันนั่นแหละ …หลังจากนั้นดูเหมือนความคิดในการเขียนเพลงมันจะลื่นไหลไม่มีสิ้นสุด… เพลงแล้วเพลงเล่า ผมได้เจอกับพี่คนนึงที่หน้าตึกตรงสีลม ตรงที่ผมเคยขอทานกับเจ้าหมาน้อยนั่นแหละ”
…………………………..
ภาพหนุ่มออฟฟิศคนนึงหยุดฟังเพลงเขา บุ้ยใบ้คุยอะไรกับเขาสักพัก ก่อนจะยื่นนามบัตรแผ่นเล็กๆให้
“พี่เค้าเป็นลูกค้าผมมานานแล้ว ผมจำได้ดี แต่วันนั้นเป็นครั้งแรกที่เราได้คุยกัน…ทั้งทั้งที่ก่อนหน้านี้เค้าก็อุดหนุนผมมานับครั้งไม่ถ้วนแล้ว อาจเป็นเพราะวันนั้นผมเล่นเพลงของผมให้ฟังฟรีๆ ไม่วางหมวกขอทานแลกเปลี่ยนแล้วล่ะมั้ง…”
“วันนั้นผมแค่คิดว่า เป็นขอทานมาหลายปี น่าจะมีอะไรตอบแทนลูกค้าประจำมั่ง เลยไปนั่งเล่นเพลงให้พวกเค้าฟังฟรีๆ ถือเป็นโบนัสพิเศษฐานที่อุดหนุนกันมานาน”
“ผมบอกเค้าว่าทำไมวันนี้ถึงไม่รับเงิน …พี่เค้าชอบใจผมมาก เค้าให้นามบัตรผมมา บอกว่าเปิดร้านอาหารอยู่ เขาชอบเพลงที่ผมแต่งมากอยากให้ผมไปเป็นนักดนตรีประจำที่นั่น…”
“ผมจึงมาเป็นนักดนตรี นักเขียนเพลงจนถึงวันนี้”
+++++++++++++++++++
ตัดภาพมาที่สวนลุม ชายหนุ่มนั่งอยู่ตรงม้านั่งตัวเก่า ช่วงใกล้ค่ำตรงนั้นไม่มีใครเดินผ่านไปมาเลย มีเขานั่งอยู่คนเดียว เขาหยิบเมาท์ออแกนมาเป่า
เสียงเมาท์ออแกนบรรเลงเพลงที่เขาเล่นเปียโนในฝัน กล้องจับภาพเขานั่งหลับตาเป่าอยู่อย่างนั้นจนจบเพลง
เสียงวอยซ์โอเวอร์เขาคิด
“เพลงที่ผมแต่งในฝันนี้ผมไม่เคยเล่นให้ใครฟัง ตั้งใจไว้ว่าจะรักษาสัญญาที่ให้ไว้กับเจ้าหมาน้อย อยากให้มันได้ฟังคนแรก”
………………………………
เสียงปรบมือดังหลายครั้ง ชายหนุ่มหันไปมอง พบสาวน้อยคนนั้น ยืนอยู่จูงเจ้าหมาน้อยมาด้วย
“เพลงเพราะมากๆเลยค่ะ…ชั้นชอบมาก” เธอบอก
หมาน้อยเข้ามาหาเขา สะบัดหางไปมา
“ขอชั้นนั่งด้วยคนได้มั้ยคะ?” เธอถาม
เขาขยับที่นั่งให้เธอ หมาน้อยนอนหมอบลงใต้ม้านั่งนั้น
“เล่นเพลงที่คุณแต่งอีกสิคะ…ชั้นอยากฟัง”
……………………………….
กล้องค่อยๆแพนออกมุมกว้าง และสูงขึ้นเหนือยอดไม้ตรงม้านั่งนั้น
เสียงเมาท์ออแกนชายหนุ่มคลอเบาๆและค่อยๆเบาลง
………………………………..
เสียงวอยซ์โอเวอร์ชายหนุ่ม
………………………………..
“ผมได้บอกคุณไปรึยังนะ…ว่าตอนนี้ผมเจอสิ่งที่ผมตามหาแล้ว…”
………………………………..
ภาพมืด ขึ้นเครดิตท้ายเรื่องประกอบเสียงเมาท์ออแกนเพลง
‘นานเหลือเกิน’ ของ อัยย์
………………………………..
+++++++++++++++++++
จบบริบูรณ์
+++++++++++++++++++

ผมอ่านแล้วจุกเลย เขียนได้ดีมากครับ มีทำเป็นหนังสั้นไหมครับ? สนุกมากๆครับ