8 ตุลาคม 2009เธอตีตั๋วหนัง..ที่นั่งของคู่รัก

เธอไม่เคยชอบการนั่งดูหนังคนเดียว ไม่ใช่ว่าเธอไม่เคยดูหนังคนเดียวหรือไม่เคยเข้าโรงหนังเดียวดาย เพียงแต่เธอไม่ชอบเท่านั้นเอง

..ด้วยเพราะเธออยากให้มีคนสะกิดปลุกเมื่อเธอเผลอหลับยามหนังนั้นน่าเบื่อ
อยากให้มีคนบรรจงกุมมือเธอไว้ในยามที่ใจเธอหลุดลอยไปกับความงามบนจอหนัง
อยากให้มีคนฟังเสียงสบถดังๆ ในใจของเธอ เมื่อได้ยินเสียงคนคุยโทรศัพท์ในโรง
อยากบ่นให้ใครสักคนฟังถึงภาพโฆษณายาวนานก่อนหนังเริ่มฉาย

..อยากมีใครสักคนอยู่ข้างๆ

นานหลายปีที่เธอไม่ต้องทำในสิ่งที่เธอไม่ชอบ เธอมี “เขา” ที่เป็นคนอยู่เคียงข้างเธอเสมอในความหมายของคนรักที่มิใช่เพียงเพื่อนร่วมดูหนัง การไปดูหนังด้วยกันหาใช่พิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ที่มีขั้นตอนใดมากมาย

หน้าที่เธอคือ เลือกเรื่องที่จะดู
หน้าที่เขาคือ ซื้อตั๋วเรื่องนั้นให้ได้

ไม่ต้องมีข้าวโพดคั่ว ไม่ต้องมีน้ำอัดลมแก้วโต เพียงตั๋วที่นั่งติดกันก็พอ

loveseat

หลายครั้งที่เธอนึกสงสัยนักว่าเวลาคู่รักไปดูหนังด้วยกัน ผู้ชายกับผู้หญิงจะเลือกนั่งเก้าอี้เบาะซ้ายหรือขวาของกันและกันนะ มันอาจดูเป็นคำถามที่ค่อนข้างไร้สาระ และธรรมดาแล้วเธอไม่ใคร่เป็นคนที่ชอบสอดส่องเรื่องของคนอื่น แต่บ่อยครั้งที่เธออดสังเกตไม่ได้ว่าคู่รักอื่นๆ นั่งกันอย่างไร ใครอยู่ซ้ายหรือขวากันบ้าง

“เรื่องแบบนี้มันก็แล้วแต่เค้ามั้ง..ไม่มีกฎตายตัวหรอกน่าอย่าไปสนใจเลย” เขาบอกเธอ ให้ความเห็นกับนิสัยแปลกที่เธอเล่าให้เขารู้

“เอาน่าคุณ..โฆษณาตั้งครึ่งชั่วโมงน่าเบื่อจะตาย ระหว่างนี้ขอฉันดูอะไรเพลินๆ ของชั้นเหอะ” เธอแย้ง

ไม่รู้ว่าเขาเคยสังเกตบ้างหรือไม่ ว่าทุกคราวที่ดูหนังโรงด้วยกันนับแต่ครั้งแรก เธอจะเลือกนั่งด้านซ้ายมือของเขาเสมอ เธอชอบแต่งกลอน ชอบคำคล้องจอง เธอชอบวลีที่ว่า “หญิงซ้ายชายขวา เธอชอบหนังสือภาพ “ผู้หญิงเลี้ยวซ้าย ผู้ชายเลี้ยวขวา ของ Jimmy Liao นักเขียนไต้หวันผู้โด่งดัง

เธอไม่เคยบอกเรื่องนี้ให้เขารู้มาก่อน โดยเฉพาะความคิดที่ว่าเมื่อเธอเลือกนั่งด้านซ้าย มือขวาของเธอจะมีมือซ้ายของเขากุมอยู่ และนั่นทำให้เธอรับรู้ถึงชีพจรและจังหวะเต้นของหัวใจของเขาได้มากกว่า นี่ก็เป็นอีกเรื่องที่ดูโรแมนติกระคนไร้สาระ แต่สำหรับเธอความรักอาจไม่ได้ต้องการสาระหรือเหตุผลมากมายนัก

ย่ำค่ำของวันที่ฟ้าไร้เงาฝน เธอตีตั๋วที่นั่งคู่ดูหนังเดียวดาย วันนี้เธอไม่มีเขาแล้ว

เธอเลือกนั่ง “เก้าอี้ตัวขวา” อาจบางทีกฎเกณฑ์เล็กน้อยที่เคยเข้มงวดสมควรแก่เวลาจะถูกท้าทาย

เธอเศร้า.. เธอร้องไห้กับหนังตลกที่กำลังฉายเป็นตัวอย่าง เธอรู้สึกถึงเสียงเต้นไม่เป็นจังหวะของหัวใจที่อกด้านซ้าย มือซ้ายเธอว่างเปล่า ใจเธอพลันคิดจินตนาการว่าหากมีเขานั่งข้างซ้ายตรงที่เธอเคยนั่ง เวลานี้เขาจะสัมผัสถึงความโศกในหัวใจเธอบ้างหรือไม่

ภาพบนจอหนังขอความร่วมมือให้ปิดโทรศัพท์มือถือ หากเป็นทุกคราวที่ผ่านมาเธอจะปิดตั้งแต่ยังไม่ก้าวเท้าเข้าโรง แต่วันนี้เธอเลือกเปิดเสียงเรียกเข้าให้ดังที่สุด ใจหวังให้เขาโทรมาหา เธอจะกดรับและคุยกับเขาทันที อย่างที่บอกไปว่ากฎเกณฑ์เข้มงวดของชีวิตเธอ อาจบางทีสมควรถูกเย้ยหยันเสียบ้าง

หนังเริ่มฉายแล้วแต่เธอยังไม่มีกะจิตกะใจจะดู กลับนั่งเหม่อนึกถึงเรื่องราวที่ผ่านมาของเธอกับเขา ซึ่งแท้จริงแล้วเป็นภาพยนตร์ชีวิตจริงที่เธออยากหวนรำลึกให้จดจำ และอยากลืมเลือนมันไปในคราวเดียวกัน

เธอหวนระลึกถึงหนังเรื่อง “ผู้หญิงเลี้ยวซ้าย ผู้ชายเลี้ยวขวาที่เอาหนังสือโปรดของเธอมาทำเป็นหนัง และเคยได้นั่งดูด้วยกันที่นี่กับเขาเมื่อหลายปีก่อน ในหนังพระเอกกับนางเอกอยู่บ้านตึกติดกันชั้นเดียวกัน ห้องเพียงถูกกั้นด้วยผนังปูน ชีวิตเพียงถูกกั้นด้วยโชคชะตาที่เล่นตลก ทั้งคู่พบรักกันครั้งแรก แต่กลับไม่มีโอกาสได้สานต่อสัมพันธ์รักเพียงเพราะว่าทุกครั้งที่ออกจากบ้าน ต่างคนก็ต่างมีอันต้องเลี้ยวไปคนละทาง “ผู้หญิงซ้ายผู้ชายขวา”

“อาจบางทีเขาและเธอในหนังเรื่องนั้นเพียงเลือกเช่าบ้านสลับที่กัน ไม่เช่นนั้นทั้งสองอาจได้พบเจอกันทุกครั้งที่ออกจากบ้านและเดินเลี้ยวไปตามเส้นทางของทั้งคู่” เธอคิดถึงความเป็นไปได้นั้นในใจ แล้วก็พลันหวนคิดถึงการเลือกตำแหน่งที่นั่งในโรงหนังของเขาและเธอ

“ฉันคงผิดเองที่เลือกที่นั่งฝั่งนี้อยู่เสมอ”

“ปี๊บๆ ปี๊บๆ”

เสียงโทรศัพท์มือถือเธอดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ ทุกสายตาประณามของผู้ชมในโรงหันมามองต้นเสียงตรงที่นั่งคู่ของเธอ มันไม่ใช่เสียงเรียกเข้าแต่เป็นเสียงข้อความใหม่ที่มีคนส่งถึงเธอ เธอหยิบโทรศัพท์มากดดู

“ที่จริงแล้ว..ผมอยากเป็นคนเลือกหนังที่เราจะดูบ้าง”

เธอไล่สายตาอ่านประโยคสั้นๆ ที่เขาส่งมาซ้ำวนไปมาหลายรอบ แก้มเธอเปียกรื้น ใจเธอแหลกสลาย เธออยากกดลบข้อความทิ้งแต่ตัดสินใจเก็บมันไว้อย่างนั้น เปล่าประโยชน์ที่เธอจะลบมันจากหน่วยความจำโทรศัพท์ ขณะที่หน่วยความทรงจำของเธอไม่สามารถกดลบได้ง่ายดายแบบเดียวกัน

เธอลุกจากที่นั่งคู่นั้น ทิ้งมันไว้ให้ว่างเปล่า และก้าวเท้าเดินตามขั้นบันไดลาดสู่ประตูทางออก ไม่เว้นขณะจิตให้ได้คิดเลยว่าเมื่อก้าวข้ามความมืดออกสู่ภายนอกแล้ว เธอจะเลือกเลี้ยวซ้าย หรือเลี้ยวขวาดี

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

เรื่องสั้นนี้แด่เพื่อนๆ ที่ผมรัก ผ่านพ้นมันไปให้ได้นะ

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

Tags: , , ,


Leave a Reply